ช่วยด้วยค่ะ...นางร้ายคนนี้ถูกเหล่าวายร้ายเล่นงาน!
ข้อมูลเบื้องต้น
ช่วยด้วยค่ะ…นางร้ายคนนี้ถูกเหล่าวายร้ายเล่นงาน!
Help…the Villains are gonna XXX me!
หลังรู้ว่าตัวเองเป็นนางร้ายในนิยายและหลีกหนีความตายมาได้
ฉัน 'แพทริเซีย ที. เรดวู้ด' จึงเลิกทำตัวเป็นผีบ้า ตามตอแยขอความรักจากใคร
และพยายามทำตัวสงบเสงี่ยม (?)
แต่คงมีอะไรผิดพลาด เหล่าวายร้ายทั้งหลายถึงหันมาเล่นงานฉันแทนคู่พระนาง!
นี่…พวกนายจะหันมารุมฝ่ายเดียวกันทำไมละยะ!
❝
ɪ'ᴍ ᴀ ʙᴀᴅᴀѕѕ ᴠɪʟʟᴀɪɴ..?
ᴘᴀᴛʀɪᴄɪᴀ ᴘʟᴇᴀѕᴇ ʀᴇᴍᴇᴍʙᴇʀ…
ᴀ ʜᴇʀᴏ ᴡᴏᴜʟᴅ ѕᴀᴄʀɪғɪᴄᴇ ʏᴏᴜ ᴛᴏ ѕᴀᴠᴇ ᴛʜᴇ ᴡᴏʀʟᴅ
ʙᴜᴛ ᴀ ᴠɪʟʟᴀɪɴ ʟɪᴋᴇ ᴍᴇ ᴡᴏᴜʟᴅ ѕᴀᴄʀɪғɪᴄᴇ ᴛʜᴇ ᴡᴏʀʟᴅ ᴛᴏ ѕᴀᴠᴇ ʏᴏᴜ.
❞
-??? ???-
✦—————♛—————✦
🖤พูดคุยกันก่อนอ่าน
สวัสดีนักอ่านทุกคนนะคะ และสวัสดีปีใหม่ 2024 ค่ะ! ต้อนรับปีด้วยเรื่องใหม่ของซีกันเลย
❥ นิยายเรื่องนี้เป็นแนวรักแฟนตาซี เน้นเลิฟไลน์เป็นหลัก ที่สำคัญคือเป็นแนว 'ฮาเร็ม' นะคะ
ซึ่งเป็นเรื่องแรกของซี ถ้ามีจุดไหนติดๆ ขัดๆ หรือมีข้อผิดพลาด นักอ่านสามารถแนะนำซีได้เลยนะคะ แต่อย่ารุนแรงกันน้า ซีพร้อมนำไปแก้ไขและปรับปรุงให้ดีขึ้นค่ะ
❥ เหตุการณ์ สถานที่ และตัวละครในเรื่องเป็นเพียงจินตนาการของผู้เขียน ไม่ได้อิงประวัติศาสตร์ใดๆ และตัวละครบางคนมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
❥ เรื่องราวส่วนใหญ่เล่าผ่านมุมมองแพทริเซียเป็นหลักนะคะ ดังนั้นมุมมอง ความคิด ความรู้สึกจะเน้นหนักไปทางน้อง และบางทีมันอาจจะไม่ใช่เรื่องจริง
❥ เรื่องนี้ภายหลังซีมีติดเหรียญอ่านล่วงหน้า และหลังจบเรื่องจะติดเหรียญถาวรค่ะ
ถ้าติด ราคาเหรียญถาวรจะแพงกว่าเหรียญล่วงหน้านะคะ ซื้อแล้วไม่จำเป็นต้องจ่ายซ้ำตอนติดเหรียญถาวรค่า
❥ ตอนพิเศษจะมีเฉพาะใน E-book และรูปเล่มนะคะ
❥ คำเตือน Trigger warning:
Sexual explicit บรรยาย Sex เปิดเผยตรงไปตรงมา, Dirty talk ใช้คำพูดหยาบโลนและลามก, Violence การใช้ความรุนแรง, Blood มีเลือด, Attempted murder พยายามฆ่า, Murder การฆาตกรรม, BDSM, Bullying กลั่นแกล้ง, Gore เนื้อหารุนแรงมีเลือดโชก
(มีเพิ่มคำเตือนในภายหลัง)
ซีห่างหายจากแนวแฟนตาซีมานาน ฝากเนื้อฝากตัวนักอ่านหมวดนี้ด้วยนะคะ และฝากเอ็นดูน้องแพทกันด้วยน้า อยากให้ทุกคนรักน้องเยอะๆ! (៸៸›ᴗ‹៸៸)
หากนักอ่านชอบเรื่องนี้ ฝากกดเฟบ❤และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้ซีหน่อยนะคะ
ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ
prologue
บทนำ
เขาว่ากันว่าช่วงวินาทีสุดท้ายของชีวิต ความทรงจำตั้งแต่เราเกิดจะหวนกลับมา…
ท่านแม่เสียชีวิตจากการให้กำเนิดเธอ หลังจากนั้นความสุขภายในคฤหาสน์เรดวู้ดก็หายไป บรรยากาศปกคลุมไปด้วยความเศร้าและความโกรธ ทั้งผู้เป็นบิดาและพี่ชายต่างเกลียดเธอ
ทั้งชีวิต ‘แพทริเซีย ที. เรดวู้ด’ แทบไม่เคยได้รับรอยยิ้มจากคนทั้งสอง โดยเฉพาะช่วงหลังมานี้เซบาสเตียน ผู้เป็นพี่ชายควบตำแหน่งศาสตราจารย์ในโรงเรียนยิ่งไม่ชอบขี้หน้าเธอ เขามักจะคอยส่งสายตาเกรี้ยวกราดใส่อยู่เสมอ บางครั้งก็หักคะแนนอย่างไร้เหตุผล
เธอเคยเสียใจ และกลายมาเป็นชินชา คิดว่าตัวเองคงไม่มีความรู้สึกกับสายตา คำพูดหรือการกระทำของเซบาสเตียนอีกต่อไปแล้ว แต่เธอคิดผิด
ณ วินาทีที่เธอพลัดตกจากบันไดสูงชันหน้าพระราชวัง แทนที่เขาซึ่งอยู่ข้างกายเธอจะยื่นมือช่วยเหลือ เซบาสเตียนกลับยืนนิ่ง ปรายตามองไม่ชอบใจก่อนจะเดินหนีไปทางอื่น
ความโศกเศร้าและผิดหวังถาโถมใส่เธอ ทั้งตัวและหัวใจชาหนึบ
แพทริเซียไม่เข้าใจ เขาเกลียดอะไรเธอขนาดนั้น…
ไม่ต่างจากนาธาเนี่ยล อัลไบแซนไทน์ คู่หมั้นที่เธอรักที่สุด เขาเอาแต่กางแขนปกป้องสตรีนางนั้น หนำซ้ำนัยน์ตาสีมรกตยังจ้องมองมาอย่างโกรธเคือง ไม่สนใจเลยว่าเธอจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร
ภาพใบหน้าชายคนรักค่อยๆ เคลื่อนออกห่างเธอมากขึ้นเรื่อยๆ
แพทริเซียกำลังร่วงหล่นสู่เบื้องล่างไร้ซึ่งความช่วยเหลือจากผู้ใด ทุกอย่างยังดำเนินตามปกติ บรรดาแขกทุกคนในงานเลี้ยงต่างกำลังสังสรรค์ เสียงเพลงทำนองสดใสยังคงบรรเลงดัง
ตุ๊บ!
ศีรษะและแผ่นหลังกระแทกกับบันไดหินอ่อน ก่อนร่างจะกระเด็นกระดอนไปตามขั้นบันได ภาพในสายตาหมุนติ้วชวนมึนงง และสุดท้ายเธอก็ลงมากองบนพื้น…
เฮือก!
ดวงตากลมสีทองเบิกโพลง หญิงสาวสะดุ้งตื่นจากความฝัน
แพทริเซียผวารีบหันรีหันขวาง พบว่าตัวเองกำลังนั่งอยู่ในรถม้า มุ่งสู่พระราชวังซิลเวสเตอร์เพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันพระราชสมภพของเจ้าชายลำดับสองนาธาเนี่ยล มือเล็กลูบคลำสำรวจตัวเองด้วยความตกใจ เหงื่อไหลอาบไปทั่วทั้งร่าง หัวใจเต้นระรัวแทบทะลุออกจากอก
มันเสมือนจริงมาก…ไม่ว่าภาพ เสียงและความรู้สึก แต่ยังไม่ทันจะได้ผ่อนลมหายใจด้วยความโล่งอกที่มันเป็นเพียงความฝัน ภาพที่ไม่เคยเห็นและไม่เคยเกิดขึ้นกับตัวก็ไหลเข้ามาในหัวดุจสายน้ำเชี่ยวกราก รุนแรง และต่อเนื่องส่งผลให้เธอปวดหัวจนต้องหลับตาลง
พวกมันเป็นภาพครอบครัวแสนสุข ภาพที่เธอใฝ่ฝันมาตลอด เธออยู่ท่ามกลางรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของท่านพ่อและท่านพี่เซบาสเตียน รวมไปถึงท่านแม่ที่ตายจากไปแล้ว ทุกคนล้วนรักเธอ
พวกเขาอยู่เคียงข้างเธอแม้ในวันที่ทุกข์ยาก ร่วมยินดีกับความสำเร็จ และเรียกชื่อเธออย่างอ่อนหวานพาให้หัวใจปรีดิ์เปรม
‘แพทตี้…’
ผ่านไปเนิ่นนานกว่าภาพทุกอย่างจะสิ้นสุดลง สิ้นสุดไปพร้อมกับความรู้สึกอิ่มเอมในใจ
แพทริเซียขมวดคิ้วมุ่น นอกจากความปวดหัวที่มาจากภาพเหล่านี้แล้ว มันทำให้เธอรับรู้อะไรบางอย่าง…
หญิงสาวพยายามปะติดปะต่อเรื่องราว และแล้วก็เข้าใจว่า…
เธอเป็นนางร้ายในนิยายที่เด็กสาวนามเพเทียนซ์หรือแพทตี้อ่าน…ภาพประหลาดที่ปรากฏเหล่านั้นหรือก็คือมุมมองที่เธอได้เห็นและได้สัมผัส มันเป็นของเพเทียนซ์ เป็นชีวิตของเพเทียนซ์
เสียงสารถีแจ้งถึงที่หมายดังขึ้น ตามมาด้วยแสงจากภายนอกที่เล็ดลอดเข้ามาขณะประตูรถม้าถูกเปิดออก ทำให้แพทริเซียรู้สึกตัว เท่าทันความคิดเธอก็รีบพุ่งไปดึงประตูปิดเต็มแรง ริมฝีปากอิ่มเผยอหอบหายใจแรงด้วยความตื่นตระหนก
เธอมาถึงพระราชวังซิลเวสเตอร์แล้วงั้นเหรอ…
สถานที่สุดท้ายของเธอ…ภาพความฝันเมื่อครู่ย้อนกลับมา
“คุณหนูเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าครับ!”
เสียงเคาะและเสียงร้องเรียกจากสารถีภายนอกรถม้าปลุกให้แพทริเซียหลุดจากภวังค์อีกครั้ง
สารถีหนุ่มหน้าประตูรถม้าทำตัวไม่ถูก ทุกครั้งเมื่อมาถึงที่หมายเขาจะทำหน้าที่เปิดประตู และคุณหนูแพทริเซียจะลงมาภายในไม่กี่นาที แต่นี่คุณหนูกลับกระชากประตูปิดและเงียบหายไปนานอย่างผิดปกติ
คุณหนูที่ว่าผิดไปจากเดิมจริงๆ แพทริเซียถอยหลังออกห่างจากประตู ดวงตากลมที่มักฉายแววเด็ดเดี่ยวกลับสั่นระริกมองไปยังบานไม้อันเป็นปราการสุดท้ายที่กั้นเธอจากภายนอกด้วยความหวาดกลัว
เมื่อประมวลผลแล้ว เป็นนางร้ายอย่างเดียวไม่ว่า แต่เธอคือแพทริเซีย เรดวู้ด นางร้ายที่กำลังจะตายตามความฝันในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า!
ถ้าเธอลงจากรถม้า เดินขึ้นบันไดสู่พระราชวังเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยง ไปมีปากเสียงกับนาธาเนี่ยลพระเอกของเรื่องและหญิงข้างกายเขา แมรี่ ดอร์น นางเอกหรือสตรีศักดิ์สิทธิ์ที่ทุกคนยกย่อง แล้วหลังจากนั้นเธอก็จะร่วงหล่นลงมาหมดลมหายใจ ศัตรูหัวใจของแม่นางเอกถูกกำจัด อันเป็นฉากจบของนิยายเล่มแรก
…นอกจากความตายที่น่าหวาดกลัวแล้ว ยังรวมถึงความนิ่งเฉย ไม่มีการกระทำใดๆ ต่อเธอจากใครทั้งสิ้น ราวกับในที่แห่งนี้ไม่มีใครรักหรือใส่ใจเธอเลยสักคน
“แพทริเซียลงมา จะเรียกร้องความสนใจ?”
เสียงติดรำคาญของเซบาสเตียนดังขึ้นที่หน้าประตู ภาพที่เขาเมินเฉยต่อความตายของเธอลอยขึ้นมาในหัว ประกอบกับคำพูดร้ายกาจเรียกน้ำตาได้เป็นอย่างดี
แม้จะยังสับสนอยู่ไม่น้อย แต่นาทีนี้สิ่งแรกที่แพทริเซียต้องทำคือออกไปให้ห่างจากสถานที่ตายของเธอ ทว่ายังไม่ทันจะได้เอ่ยปากบอก ประตูก็ถูกกระชากออกจากชายผู้หมดความอดทน
เซบาสเตียนอ้าปากเตรียมต่อว่าน้องสาวที่น่ารำคาญ ทว่าก็ต้องชะงักเมื่อเห็นว่าดวงหน้าหวานถอดแบบจากมารดาเปื้อนไปด้วยน้ำตา
น้ำตาที่เขาไม่เห็นมานานกว่าสิบสองปีเลยก็ว่าได้
“แพทจะกลับบ้าน” แพทริเซียที่ยังมึนงงกับภาพในหัวร้องบอก เสียงสั่นเครือเหมือนกลัวอะไรบางอย่าง
ไม่รู้เหมือนกันว่าภาพที่ผุดขึ้นมาทั้งหลายทั้งแหล่เป็นความจริงหรือเปล่า แต่ในเมื่อเนื้อหาในนิยายที่เพเทียนซ์ เด็กสาวคนนั้นอ่านเล่าประวัติและเรื่องราวในชีวิตของเธอได้ถูกต้องทั้งหมด ทั้งชื่อบิดามารดา ชื่อเพื่อนแต่ละคน ทั้งเหตุการณ์ที่ผ่านมา ไม่มีเหตุผลอันใดที่จะไม่เชื่อไว้ก่อน
จังหวะที่แพทริเซียกำลังเอื้อมแขมไปดึงประตูปิดด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลน เซบาสเตียนก็รั้งแขนน้องสาวไว้
“เป็นอะไร”
“แพทปวดหัว ไม่ได้จะเรียกร้องความสนใจอะไร” แพทริเซียกล่าวระรัวก่อนจะสะบัดข้อมือแล้วรีบปิดประตู
ปัง…
เมื่อกลับมาอยู่คนเดียว มือทั้งสองข้างก็ยกขึ้นปิดหน้า ตอนที่ประตูรถม้าเปิดออกทำให้เธอเห็นภายนอก และนั่นก็เป็นเครื่องยืนยันอย่างหนึ่ง
ไม่ว่าจะช่อดอกไม้ประดับ พรมทางเดิน เพลงดนตรีบรรเลง สถานที่จัดงานที่เธอเพิ่งจะมาเห็น มีการจัดตกแต่งเหมือนกับในความฝัน
ไม่… มันเป็นความจริง
Chapter 1 The Villainess who knows the truth
บทที่ 1
ทันทีที่กลับถึงคฤหาสน์เรดวู้ด แพทริเซียหุนหันลงจากรถม้าแล้ววิ่งขึ้นห้องอย่างรวดเร็วท่ามกลางสายตาสงสัยของบรรดาสาวใช้ เธอรีบถอดชุดเดรสสีชมพูหวานทิ้ง ชุดที่ตั้งใจสั่งตัดมาเพื่องานเลี้ยงนี้โดยเฉพาะ แต่ใครจะไปรู้ว่ามันจะเป็นชุดคนตาย!
“ฉันขออยู่คนเดียว!”
แพทริเซียตะโกนบอกสาวใช้ที่มาเคาะประตูถามไถ่ จากนั้นก็มายืนหน้ากระจกโต๊ะเครื่องแป้ง
น้ำตายังคงไหลอาบแก้มทำให้เครื่องสำอางเปรอะเปื้อนไม่น่ามอง
ตลอดทางกลับ เธอเอาแต่ครุ่นคิดถึงภาพเหตุการณ์ที่ปรากฏขึ้นมาในหัว
นี่เธอคือนางร้ายของนิยายเรื่องนี้จริงๆ งั้นเหรอ?
บนกระจกสะท้อนภาพของเธอซ้อนทับกับเด็กสาวนามเพเทียนซ์ พวกเราเหมือนกันแทบทุกระเบียบนิ้ว
ตั้งแต่โครงหน้าหวานมน ทรงผมหน้าม้าและไว้ยาวถึงบั้นเอวสีบลอนด์สว่าง คิ้วโก่งรับกับจมูกโด่ง ปลายจมูกรั้นเล็กน้อย ริมฝีปากกระจับ ดวงตากลมห้อมล้อมไปด้วยขนตายาวงอน นัยน์ตาสีทองเช่นเดียวกับเรือนผม เว้นเสียแต่เพเทียนซ์ไม่มีเหลือบสีฟ้าแบบเธอ นอกจากนี้ยังรวมไปถึงรูปร่างสัดส่วนต่างๆ ไม่ว่าหน้าอก เอว สะโพก ส่วนสูง…
จะให้บอกว่าเธอเป็นแค่ตัวละครในนิยาย…
ไม่ ไม่ใช่ เธอรู้ดีว่าทุกอย่างที่ผ่านมาในชีวิตเป็นเรื่องจริง และโลกของเพเทียนซ์ก็เป็นความจริง
ความทรงจำของพวกเราหลอมเข้าหากัน สัมผัสได้ถึงกัน พวกเราคือคนคนเดียวกัน
คิดได้ดังนี้แพทริเซียก็เริ่มร้องไห้อีกครั้ง
หากพวกเธอคือคนคนเดียวกัน ทำไมเธอจึงแตกต่างจากเพเทียนซ์โดยสิ้นเชิง
เด็กคนนั้นเติบโตขึ้นมาท่ามกลางความรัก ทั้งจากครอบครัว คนรอบข้าง เพื่อนพ้อง และแฟนที่รัก
หรือ…ถ้าบอกว่าเธอเป็นแค่ตัวละครจริงๆ ก็ช่างเป็นตัวละครที่น่าสงสารมาก
นิยายที่เพเทียนซ์อ่าน มีเรื่องของเธอแทรกเข้าไปด้วย และมันไม่ใช่ความจริง เบื้องหลังนางพญาที่ใครๆ ต่างหวาดกลัวแท้จริงก็แค่เด็กบ้านแตกไม่มีใครรัก ไม่สิ…ส่วนที่เหลือก็เป็นความจริงทั้งนั้น ไม่ว่าคู่หมั้นอยู่ๆ ก็หันไปสนใจสตรีอื่น เพื่อนๆ ต่างรังเกียจขับออกจากกลุ่ม ผู้คนที่เคยชื่นชมพากันนินทาลับหลัง…สุดท้ายแล้วเธอมีจุดจบในวัยเพียงสิบเก้าปี จากไปอย่างโดดเดี่ยวและไม่มีใครนึกถึง
ความเสียใจ อิจฉา และโทษต่อโชคชะตาทับถมจนแพทริเซียทรุดตัวลงนั่งกอดตัวเองบนพื้น ร้องไห้กับตัวเอง
ถ้าท่านแม่ยังอยู่กับเธอ…ทุกอย่างจะดีกว่านี้ใช่ไหม ท่านพ่อกับเซบาสเตียนจะรักเธอใช่ไหม
ถ้าแมรี่ ดอร์น หญิงชาวบ้านไม่เข้ามาเรียนที่เดียวกัน…นาธาเนี่ยล นาธานจะยังคงรักเธอ เหมือนเดิมกับเธอใช่ไหม
ถ้าเธอไม่ไปหลงรักนาธาน…เธอก็จะไม่ต้องมาเสียใจแบบนี้ ใช่ไหม
แพทริเซียจมอยู่กับความเศร้า ปล่อยโฮเสียงดัง
โลกของเธอจากที่มีสีสันสดใส กลายเป็นสีเทาเพราะผู้หญิงคนนั้นเข้ามา และตอนนี้ก็แปรเปลี่ยนเป็นสีดำมืดมิดยิ่งกว่าอะไร ไม่มีใครรักเธอ ไม่มีใครสนใจว่าเธอจะเป็นอย่างไร แม้แต่ความตายก็ไม่อาจเรียกความเห็นใจจากใครได้
ราวกับเธอโดดเดี่ยวอยู่ในห้วงอนธการอันไร้ที่สิ้นสุด ไร้ที่พึง ไร้ที่พักพิง
แพทริเซียร้องไห้ฟูมฟายกระทั่ง…
ปัง!
หญิงสาวสะดุ้งโหยงกับเสียงกระแทกดังลั่นที่หน้าต่าง
ปังๆๆๆ
ตามมาด้วยเสียงเคาะหน้าต่างห้องดังอยู่หลายครั้ง และไม่มีท่าทีว่าจะหยุด มันไม่ใช่เสียงกระทบจากกิ่งไม้แน่นอน หญิงสาวสูดน้ำมูก ปาดน้ำตาแล้วลุกขึ้นไปเลิกม่านดูเล็กน้อย เห็นนกเรเวนตัวใหญ่ใช้จงอยปากเคาะกระจกระรัวก็ไม่รอช้าแง้มหน้าต่างให้
“แพท” เสียงทุ้มต่ำโมโนโทนดังขึ้นทันทีที่มันบินเข้ามาในห้อง
แพทริเซียเบะปาก น้ำตายิ่งไหลทะลัก
“ธีโอ!” จากนั้นก็ดึงเพื่อนต่างเผ่าพันธุ์เข้ามากอดแน่นสร้างความตกใจให้แก่มันไม่น้อย
เรเวนตัวใหญ่กระพือปีก แต่ไม่กี่วินาทีต่อมาก็สงบลง ยอมให้หญิงสาวได้กอดมัน
แพทริเซียซบหน้ากับขนสีดำ นอกจากจะนุ่มแล้วยังช่วยซับน้ำตาและมอบความอบอุ่นให้แก่เธอ กลิ่นหอมของต้นสนทำให้นางใจเย็นลง
เธอลืมธีโอเพื่อนคนนี้ไปได้อย่างไร…ไม่รู้ว่าทำไมธีโอถึงโผล่มาหาในเวลานี้ ทั้งที่ปกติจะมาหาแค่ตอนกลางคืนหลังพระอาทิตย์ตกเท่านั้น แต่ยามนี้เธอไม่สนใจสิ่งใดอีกแล้ว ขอแค่มีใครสักคนอยู่เป็นเพื่อน อยู่เพื่อกำจัดรู้สึกอ้างว้างไปจากเธอ
ใครสักคนหรือสัตว์สักตัว
.
.
เวลาผ่านไปเนิ่นนานหลายชั่วโมง ในที่สุดแพทริเซียก็สามารถสงบสติอารมณ์ได้ น้ำตาหยุดไหลแล้วเหลือเพียงเสียงสะอึกสะอื้นน้อยๆ จึงปล่อยธีโอให้เป็นอิสระ เรเวนตัวใหญ่บินไปไหนไม่รู้ขณะที่เธอยกมือปาดน้ำตา เช็ดน้ำมูก
จะมานั่งเสียใจหาเหตุผลหรือเอาแต่โทษชะตาไปก็ไม่มีประโยชน์อันใด เธอควร…
“เอ๊ะ” ทันใดนั้นเองชุดนอนตัวเก่งก็ถูกโยนมาคลุมศรีษะเธอ
แพทริเซียดึงมันออก เห็นเป็นธีโอส่งเสียงให้เธอพร้อมผงกหัวอยู่ตรงหน้า ก็รับรู้ได้ว่าเจ้าเพื่อนตัวน้อยต้องการให้เธอสวมใส่
อ๋า ลืมไปเลยว่าตัวเองถอดชุดเดรสออกไปแล้ว ใครจะไปอยากใส่ชุดคนตายกัน…
หญิงสาวหลุดหัวเราะเล็กน้อยที่เห็นธีโอหันหน้าหนีจากเรือนร่างที่มีเพียงชุดชั้นในปกปิด ด้วยความแสนรู้ที่น่ารักของมันจึงอดแซวไม่ได้
“ฉันไม่สวยเหรอ?”
และเหมือนประโยคนี้แทนที่จะทำให้เรเวนบินหนีหรือส่งเสียงดุใส่เช่นทุกครั้งเวลาโดนเธอแกล้ง มันกลับหันมาจ้องนิ่งด้วยดวงตาสีดำดุจลูกแก้ว นั่นทำให้แพทริเซียขวยเขินขึ้นมา
“หันไปเลย!”
ไม่รู้เหมือนกันเหตุใดเธอถึงรู้สึกได้ว่าธีโอยักไหล่ขอไปที ก่อนจะยอมบินหลบไปทางอื่น
แพทริเซียลุกขึ้นใส่ชุดแต่โดยดี เมื่อใส่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ธีโอก็กลับมาเกาะไหล่พร้อมผ้าเช็ดหน้า
“ขอบใจนะ” แพทริเซียยิ้มอ่อน รับผ้ามาเช็ดหน้าเช็ดตาและสั่งน้ำมูก
กา!
แพทริเซียหลุดหัวเราะความฉลาดของมัน เธอรู้ว่าเรเวนเป็นนกฉลาด เรียนรู้ไว และพูดได้ แต่เธอเชื่อว่าธีโอฉลาดกว่าเรเวนทุกตัว มันคงเป็นนกเลี้ยงของใครสักคน ได้รับการสั่งสอนมาอย่างดี เนื้อตัวสะอาด ขนสีดำเงางามและนุ่มฟู
เธอไม่มีวันลืมครั้งแรกที่เจอกันเมื่อปีก่อน มันนอนได้รับบาดเจ็บอยู่ในสวน เธอจึงให้ความช่วยเหลือ หลังจากนั้นมันก็นำผลไม้มาตอบแทนพร้อมแนะนำตัวเองว่าชื่อธีโอ และไม่ยอมรับชื่อ ร๊อคกี้ ที่เธอตั้งให้
ธีโอจะคอยแวะเวียนมาเยี่ยมและเปล่งเสียงโต้ตอบกับเธออยู่เสมอ อย่างเช่นตอนนี้
“เป็นอะไร” ธีโอถาม
ถึงหญิงสาวจะหัวเราะได้แล้วแต่แววตายังฉายชัดถึงความโศกเศร้า
แพทริเซียเลือกส่ายหน้าปฏิเสธจะเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น ไม่สิ ยังไม่เกิด เธอยังไม่ตกจากบันได เอาเป็นว่า “ปวดหัวเฉยๆ”
ถึงจะไม่ได้เล่าแต่ก็ไม่ได้โกหก เธอปวดหัวจริงๆ ปวดมากกระทั่งลามมายังกระบอกตา ไม่ว่าจากร้องไห้อย่างหนักหรือเรื่องราวของโลกนี้ที่รู้จากเพเทียนซ์
แน่นอนว่านกฉลาดอย่างธีโอไม่เชื่อ มันกดหน้าลงคล้ายข่มขู่ให้บอกความจริงอยู่ในที ซึ่งก็ไม่ได้น่ากลัวแต่อย่างใด
แพทริเซียไม่สนใจต่อสายตาหรือเสียงขู่ กากา… สองเท้าเดินขึ้นเตียงไปซุกผ้าห่มผืนหนา กายรายล้อมไปด้วยกองตุ๊กตา สถานที่ที่เธอมักใช้หลบซ่อนตัวจากโลกภายนอก จมอยู่กับความคิดของตน
ตอนนี้มีเรื่องที่ให้เธอต้องคิดมากทีเดียว…
เมื่อจัดแจงท่าได้แล้วก็ไม่ลืมกวักมือเรียกนกสีดำที่บินงอนไปบนเสาเตียงให้ลงมานอนข้างๆ
“มานี่สิ”
“…”
“ธีโอ…”
ธีโอพ่นลมหายใจแรงกับเสียงออดอ้อน สุดท้ายก็ยอมบินมาหาอย่างว่าง่าย ร่อนตัวลงนั่งที่ตำแหน่งประจำแล้วขยับเข้าใกล้ เพียงแต่วันนี้แพทริเซียไม่ได้แค่กอดหรือลูบขนนุ่มๆ เธอเลือกซุกหน้ากับมัน อิงแอบโหยหาความอบอุ่นก่อนหลับตาลง
ตอนนี้เธออาจเหลือแค่ธีโอที่เป็นเพื่อนที่จริงใจที่สุด
“ถ้านายเป็นคน มาอยู่กับฉันก็ดีสิ…”
.
.
แพทริเซียหมกตัวอยู่ในห้องตั้งแต่เช้าจรดเย็น ปฏิเสธรับการรักษาจากบรรดาหมอที่เดินทางมายังคฤหาสน์ คงเป็นใครสักคนรายงานท่านพ่อว่าเธอไม่สบายจนไม่สามารถเข้าร่วมงานเลี้ยงได้ ท่านถึงได้เรียกหมอมาให้ตรวจอาการ
เอาละ พระอาทิตย์ตกดินแล้ว…
แพทริเซียยืนกอดอกอยู่ที่หน้าต่าง บนไหล่มีเรเวนตัวใหญ่เกาะอยู่ หญิงสาวเหม่อมองพระอาทิตย์ที่กำลังคล้อยลงต่ำ ท้องฟ้าเป็นสีส้มแดงของยามเย็น
เธอยังให้ข้อสรุปกับภาพของเพเทียซ์ไม่ได้ว่าคืออะไรกันแน่ เราเป็นคนเดียวกันหรือเปล่า แต่ถ้าเธอผ่านพ้นวันนี้ไปได้แสดงว่าเนื้อเรื่องสามารถเปลี่ยนแปลงได้ เธอไม่ใช่ตัวละครโง่ๆ ที่ต้องดำเนินตามเนื้อหา เธอไม่ตายในวันนี้…
และจะไม่ตายจนกว่าจะสิ้นอายุขัยตามธรรมชาติอย่างแน่นอน!
แพทริเซียใช้เวลาทั้งวันในการนอนคิดทบทวนกับตัวเอง และพยายามนึกเนื้อหานิยาย
โลกที่เธออาศัยอยู่หรือโลกนิยายของเพเทียนซ์ เผ่าพันธุ์แบ่งออกเป็นสองเผ่าหลักๆ นั่นคือ มนุษย์และปีศาจ
อาณาจักรซิลเวเนียคือดินแดนของมนุษย์ ปกครองโดยจักรพรรดิอเล็กซานเดอร์มหาราช ส่วนดินแดนของปีศาจถูกเรียกขานว่าพาเท็ม อยู่ภายใต้การปกครองของราชาวลาด
ความสัมพันธ์ระหว่างสองเผ่าขัดแย้งกันมาช้านานเป็นร้อยปีเลยก็ว่าได้ ราวกับแสงสว่างกับความมืดที่ไม่มีวันบรรจบก็ไม่ปาน นับวันความเกลียดยิ่งจะเพิ่มพูน สงครามบังเกิดขึ้นบ่อยครั้ง
ทว่าเมื่อสามสิบกว่าปีก่อน อยู่ๆ มนุษย์และปีศาจก็ได้ยุติความเบาะแว้งลงด้วยเหตุผลบางประการ พวกเขาตกลงเจรจาทำพันธสัญญาสงบศึก
สี่ปีต่อมาก็เริ่มเปิดชายแดนให้ทั้งสองฝ่ายได้ไปมาหาสู่กัน มีบทลงโทษร้ายแรงสำหรับผู้ฝ่าฝืนกฎทำร้ายฝ่ายตรงข้าม
ความสัมพันธ์เริ่มพัฒนาไปในทางที่ดี อย่างไรก็ตามแม้ภายนอกจะเงียบสงบ สงครามสิ้นสุด ไร้ซึ่งเสียงกรีดร้องแห่งความหวาดกลัว บรรยากาศโศกเศร้าเลือนหายไป กระนั้นทั้งสองเผ่ายังคงมีอคติเคืองใจต่อกันไม่มากก็น้อย
แล้วความขุ่นเคืองนี้ได้สะสมพอกพูนกระทั่งภายภาคหน้า เหล่าพาเท็มหรือพวกปีศาจจะทำลายพันธสัญญาแล้วก่อสงครามบุกอาณาจักรซิลเวเนีย ซึ่งเนื้อเรื่องนี้เกิดขึ้นในท้ายเล่มสาม ปูบทสู่เล่มสี่
และเป็นที่น่าเสียดายนัก เพเทียนซ์อ่านถึงแค่เล่มสาม ไม่สิ ต้องพูดว่ามันออกถึงแค่เล่มสาม นิยายยังไม่จบ ความทรงจำจากเพเทียนซ์ตัดจบลงที่เด็กสาวเห็นรูปประกอบ เห็นรูปนางร้ายหรือแพทริเซีย ซึ่งก็คือเธอชัดๆ
สามเล่มที่ผ่านมาบอกเล่าความรักอันยิ่งใหญ่ระหว่างนาธานและแมรี่…ทุกคนต่างชื่นชมว่าทั้งสองเหมาะสมกันมาก ราวกับถูกสวรรค์สร้างให้มาคู่กัน
หัวใจดวงนี้เจ็บแสนเจ็บ ทั้งที่เธอรู้จักกับนาธานมาก่อน ช่วยเหลือและประคบประหงมกันมาตลอด พวกเรารักกัน ทำไมกับแค่ผู้หญิงที่เพิ่งเจอกันปีเดียว นาธานถึงได้มีความรู้สึกให้หล่อนมากขนาดนี้
ดังนั้นในเมื่อสวรรค์สรรค์สร้าง เทวดาบรรจงจับคู่ เธอคงไม่มีสิทธิ์ หากยังไปเซ้าซี้คงเป็นได้แค่ผู้หญิงน่ารำคาญและถูกกำจัดให้หายไป
ถามว่าทำไมถึงเชื่อนิยายมากเพียงนี้… มันมีหลายอย่างที่ถูกต้อง
หากเธอไม่ได้อคติแมรี่ไปเอง เธอคิดว่านิยายใส่ภูมิหลังของหญิงชาวบ้านนี่ดราม่าไปหน่อย พูดยกย่องเป็นคนดีมากเกินไป และใส่ร้ายเธอผู้เป็นนางร้าย หากแต่เหตุการณ์ที่ไม่มีใครสามารถควบคุมได้ มันเกิดขึ้นจริงๆ
และความรู้สึกที่นาธานมีต่อเธอคงหมดสิ้นไปแล้ว ความหวังที่จะได้เขากลับมาเป็นศูนย์ การกระทำที่ผ่านมาตลอดหนึ่งปีและสายตาที่เขามองมายามนางตกจากบันไดยังตราตรึงในหัว หากเธอตาย จะไม่มีใครเสียใจดังนั้นจึงตัดสินใจได้แล้วว่าจะตัดใจจากเขา
นาธาเนี่ยล อัลไบเซนไทน์ เธอจะไม่รักเขาอีก!
เธอจะเปลี่ยนจากนางร้ายเป็นแค่ตัวประกอบ ยืนดูพวกนั้นฝ่าฟันอุปสรรคและครอง…อึก ครองรักกันไปแล้วกัน
คิดได้ดังนี้แพทริเซียก็สูดลมหายใจลึก สองมือกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ
เธอจะหายไปจากชีวิตเขา…
สัมผัสนุ่มที่แก้มจากการถูไถของธีโอเรียกน้ำตาแพทริเซียได้อีกครั้ง
หายไปจากชีวิตเขา…
ฮืออออ เธอรักนาธาน! เขาเป็นคนเดียวที่ทำให้เธอรู้สึกมีค่า เขาเป็นความสุขเพียงหนึ่งเดียวของเธอมาเสมอ เป็นที่ยึดเหนี่ยวของเธอ
น้ำหูน้ำตาพรั่งพรูขณะที่เรเวนบนไหล่ก็พยายามปลอบเธอด้วยเสียงทุ้มต่ำ
“อย่าร้อง อย่าร้อง”
อึก ฮือ แพทริเซียพยักหน้าหงึกหงัก เธอร้องไห้จนตาบวมเป่งแทบลืมไม่ขึ้นแล้ว แต่มันเสียใจ การปล่อยมือไปจากนาธาน เป็นเรื่องที่ทำใจยากมากๆๆ เธอทำอะไรผิดเขาถึงเปลี่ยนไป? คำถามนี้วนกลับมาอีกครั้ง เป็นคำถามที่เธอเฝ้าถามมาตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา
“แพท อย่าร้อง ฉันอยู่นี่”
แพทริเซียเอียงคอไปหาธีโอ ตอบรับด้วยเสียงสะอึกสะอื้น
“อือ อึก”
“เธอมีฉัน”
ถึงน้ำเสียงจะต่ำและโมโนโทนไร้อารมณ์แต่แพทริเซียสัมผัสได้ถึงความจริงใจ จริงสิ หลังจากนี้ใช่ว่าเธอจะไม่เหลือใคร เธอยังเหลือธีโอ และ…
“แพทริเซีย เปิดประตู” เสียงเซบาสเตียนดังขึ้นที่หน้าประตู
ท่านพ่อกับเซบาสเตียน…
…หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น สิบกว่าปีที่ผ่านมาเธอเคยเลิกสนใจพวกเขา ละทิ้งพวกเขาไปหานาธาเนี่ยลเต็มตัว แต่ครั้งนี้เธออยากมีครอบครัวเหมือนกับเพเทียนซ์ เธออยากได้รับความรักอันบริสุทธิ์
ความมั่นใจเกินกว่าครึ่งที่คิดว่าพวกเราเป็นคนคนเดียวกัน ดังนั้นสมาชิกครอบครัวของเพเทียนซ์ บางทีพวกเขาอาจคืออีกร่างของท่านพ่อและเซบาสเตียน ในเมื่อทุกคนก็มีหน้าตา รูปร่างและน้ำเสียงเหมือนกัน
พวกเขารักเพเทียนซ์ จึงหวังว่าพวกเขาก็น่าจะรักเธอได้เช่นกัน
จริงไหม
ไม่ว่าอย่างไร ผ่านมานานแค่ไหน เธอก็ยังคงรักพวกเขา
ดังนั้นเป้าหมายที่เคยละทิ้งไปในวัยเยาว์จึงกลับมาอีกครั้ง นั่นคือพิชิจใจพวกเขา ดยุกวิลเลี่ยม และเซบาสเตียน เรดวู้ดจะต้องรักเธอ
ลองดูสักตั้งก็ไม่เสียหาย เธอไม่มีอะไรจะเสียแล้วต่างหาก ถ้าความพยายามครั้งสุดท้ายนี้ไม่เป็นผล เธอก็…คงต้องยอมรับและอยู่อย่างเดียวดายให้ได้
หญิงสาวจูบอำลาธีโอและขอบคุณที่มันมาอยู่เป็นเพื่อนตลอดทั้งวัน เรเวนตัวใหญ่ถูศีรษะกับปากเธอหนึ่งทีก่อนบินจากไป
แพทริเซียสูดลมหายใจลึกเรียกขวัญกำลังใจ ยกมือปาดน้ำตาทิ้งขณะเดินไปยังประตู เมื่อถึงก็ปลดกลอนแล้วเปิดออกไป
ชายร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีน้ำเงินตัดกับเรือนผมสีทองยืนอยู่ด้านหน้า ใบหน้าเรียวได้รูปมืดครึ้ม ดวงตาสีอำพันขุ่นมัว และริมฝีปากก็บึ้งตึงเหมือนเช่นทุกครา
“เซบาสเตียน…”