โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เข้มมาตรการป้องกันเหตุซ้ำ หลังพบเด็กจมน้ำเสียชีวิตแล้ว 3 คน

Thai PBS

อัพเดต 21 ก.พ. 2567 เวลา 00.44 น. • เผยแพร่ 21 ก.พ. 2567 เวลา 00.10 น. • Thai PBS

เมื่อวันที่ 20 ก.พ.2567 ตำรวจ สภ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี เข้าตรวจสอบร่าง เด็กชายอายุ 10 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ร.ร.บ้านม่วงเฒ่า ต.หัวนา อ.เขมราฐ โดยเด็กชายจมน้ำเสียชีวิตที่หาดทรายสูง บ้านลาดเจริญ ต.นาแวง อ.เขมราฐ ตั้งแต่ช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมา

จากการสอบสวนทราบว่า ในวันเกิดเหตุเด็กชาย พร้อมด้วยพี่สาวอายุ 13 ปี และ ตาของผู้เสียชีวิต ได้มาเล่นน้ำคลายร้อนที่หาดทรายสูง แหล่งท่องเที่ยวตากอากาศของอำเภอ เเต่ได้ไปในจุดวังน้ำวนที่มีทรายดูด ตาได้ช่วยดันตัวพี่สาวให้พ้นวังน้ำวน ก่อนที่ตัวเองจะตามขึ้นมาเป็นคนที่ 2 ช่วงนั้นเป็นจังหวะพอดีที่เด็กชายผู้เสียชีวิต ที่เดินตามลงไปเล่นน้ำในจุดนั้นด้วย ถูกกระแสน้ำวนดูดร่างจมหายไป โดยที่ตาและพี่สาวเข้าช่วยเหลือไม่ทัน ทำให้เสียชีวิตในที่สุด

ด้านนายอำนาจ ชาญกล้า ปลัดอำเภอเขมราฐ กล่าวถึงมาตรการป้องกันการเกิดเหตุซ้ำในช่วงหน้าร้อนว่า จะติดป้ายเตือนและห้ามลงเล่นน้ำในจุดที่เป็นกระแสนน้ำวน พร้อมให้จัดกำลังอาสาสมัคร กำนัน ผู้ใหญ่บ้านมาดูแลการลงเล่นน้ำของนักท่องเที่ยว และจัดห่วงยางเพิ่มความปลอดภัย โดยเมื่อ 2 ปีก่อน จุดนี้ก็มีเด็กชาวจังหวัดอำนาจเจริญมาจมน้ำเสียชีวิต 2 คนมาแล้ว

ภาพประกอบข่าว

เด็กหญิงชาวเพชรบูรณ์จมน้ำเสียชีวิต 2 คน

เจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชหล่มเก่าและอาสามูลนิธิสว่างมงคลศรัทธาธรรมสถานได้ช่วยเหลือเด็กจมน้ำบริเวณสระน้ำหน้าวัดโพธิ์ชัย หมู่ที่ 8 ต.หินฮาว อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ เหตุการณ์นี้มีผู้เสียชีวิต 2 คนเป็นเด็กหญิง คนแรก เด็กหญิงอายุ 12 ปี เรียนชั้น ป.6 และ เด็กหญิงอายุ 10 ปี เรียนอยู่ชั้น ป.4 ทั้ง 2 คนอยู่หมู่บ้านเดียวกัน

จากการสอบสวนพบว่า ในวันดังกล่าวเด็กทั้ง 2 คน พร้อมด้วย เพื่อนอีกคน มีบ้านอยู่ใกล้กัน ได้ชักชวนกันมาเล่นน้ำ แต่เพื่อนซึ่งตัวเล็กกว่า ไม่ได้ลงไปเล่น ขณะที่ ด.ญ.12 ปี และ ด.ญ.10 ปี กำลังว่ายน้ำเล่นอยู่นั้น จู่ๆ ได้จมหายไปในน้ำเป็นเวลานาน เพื่อนที่ไม่ได้ลงเล่นน้ำจึงวิ่งไปบอกญาติๆ ให้มาช่วยเหลือ แต่ก็ไม่ทันเนื่องจากทั้ง 2 คน จมหายไปเป็นเวลานานกว่า 30 นาทีแล้ว

ญาติไม่ติดใจในสาเหตุของการเสียชีวิต ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้มอบร่างของผู้เสียชีวิตให้ญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศล ตามประเพณีทางศาสนา ต่อไป

กรมควบคุมโรคเผย 5 ปีเด็กจมน้ำเกือบพันคน

กรมควบคุมโรค เผยสถิติเด็กจมน้ำเสียชีวิตช่วงปิดเทอม ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 2561 - 2565) มีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี จมน้ำเสียชีวิตในช่วงฤดูร้อน ซึ่งตรงกับช่วงปิดเทอม (เดือน มี.ค. - พ.ค.) จำนวน 953 คน เฉลี่ยวันละ 2 คน เดือน เม.
ย. พบเหตุการณ์จมน้ำมากที่สุด 65 คน รองลงมาคือ เดือน มี.ค. 64 คน และเดือน พ.ค. 63 คน แหล่งน้ำที่พบว่าเด็กจมน้ำมากที่สุด คือ

  • แหล่งน้ำตามธรรมชาติ ร้อยละ 76.5
  • เขื่อน อ่างเก็บน้ำ ฝาย ร้อยละ11.1
  • ทะเลร้อยละ 5.3
  • ภาชนะภายในบ้านร้อยละ 3.5
  • สระว่ายน้ำ สวนน้ำร้อยละ 1.8

ภาพประกอบข่าว

โดยสาเหตุหลักเกิดจากการเล่นน้ำมากที่สุด ร้อยละ 59.4 รองลงมาคือพลัดตกลื่น ร้อยละ 21.5 ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ คือ ขาดการดูแลจากผู้ปกครอง และขาดความรู้เรื่องแหล่งน้ำเสี่ยง กรมควบคุมโรคแนะนำให้ผู้ปกครองพาเด็กๆ ไปเรียนรู้เรื่องน้ำ โดยแนะนำเป็นช่วงอายุ

  • อายุ 6 ปีขึ้นไป ควรได้เรียนว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด
  • เด็กเล็กต้องอยู่ในระยะที่แขน เอื้อมถึงหรือคว้าถึงผู้ปกครองควรดูแลอย่างใกล้ชิด
  • แนะนำให้ประชาชนทุกคนสวมเสื้อชูชีพหรือใช้อุปกรณ์ลอยน้ำได้อย่างง่าย เช่น ถังแกลลอนพลาสติกเปล่า ขวดน้ำพลาสติกเปล่า ทุกครั้งที่เดินทางหรือทำกิจกรรมทางน้ำ

หลายพื้นที่เปิดหลักสูตรสอนว่ายน้ำเยาวชน

ส่วนในที่ชุมชนควรมีการเฝ้าระวังแหล่งน้ำที่มีความเสี่ยงในชุมชน ห้ามให้เด็กลงไปเล่นน้ำตามลำพังโดยเด็ดขาด และสถานที่ที่เปิดให้บริการเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำ ต้องจัดให้มีอุปกรณ์ช่วยคนตกน้ำบริเวณแหล่งน้ำที่เพียงพอ เข้าถึงได้ง่าย กำหนดบริเวณสำหรับเล่นน้ำ มีเจ้าหน้าที่ไลฟ์การ์ด คอยดูแล แบ่งเขตพื้นที่สำหรับเล่นน้ำหรือทำกิจกรรมทางน้ำที่ปลอดภัย ติดป้ายแจ้งเตือน เช่น ห้ามลงเล่นน้ำ น้ำลึก น้ำวน และจัดให้มีอุปกรณ์ช่วยคนตกน้ำบริเวณแหล่งน้ำ และป้ายขอความช่วยเหลือเบอร์ 199 หรือหากได้รับบาดเจ็บให้ โทร 1669

การจมน้ำเสียชีวิตไม่ใช่เรื่องใหม่ เกิดขึ้นและมีรายงานต่อเนื่อง แม้หลายฝ่ายโดยเฉพาะครอบครัวจะเฝ้าระวังก็ยังเกิดขึ้นอยู่ดี โดยเฉพาะช่วงปิดเทอม ที่อากาศร้อนและเด็กๆ ก็มักจะแอบไปเล่นน้ำ การดูแล เฝ้าระวังจึงจำเป็น สิ่งที่สำคัญไม่น้อยกว่ากัน คือการฝึกให้เด็กๆ ว่ายน้ำให้เป็น เอาตัวรอดให้ได้ ซึ่งจากตัวเลขสถิติหลายหน่วยงานก็ตื่นตัวพร้อมช่วยเหลือ กรมพลศึกษา ประกาศรับสมัครคนที่สนใจเรียนว่ายน้ำ และ กีฬาชนิดอื่นๆ เปิดรับสมัครแล้ว ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 18 มี.ค. และเริ่มเรียน 25 มี.ค. - 26 เม.ย. ก็ถือเป็นช่วงปิดเทอมพอดี

ภาพประกอบข่าว

ส่วน กทม.ได้จัดให้มีสระว่ายน้ำที่ได้มาตรฐานสำหรับฝึกหัดว่ายน้ำ และมีครูสอนสำหรับเยาวชน และคนทั่วไปที่สนใจ ที่ศูนย์สร้างสุขทุกวัย ซึ่งขณะนี้เปิดบริการแล้วอย่างน้อย 6 แห่ง ใช้บริการได้ เพียงสมัครสมาชิกรายปีเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ ภายในศูนย์ รวมถึงว่ายน้ำโดยชำระค่าลงสระในราคาเริ่มต้น 10-60 บาท หรือ ถ้าจะส่งไปเรียนเองก็มีก็จะมีค่าใช้จ่ายแพงขึ้น บางพื้นก็หลักหมื่นบาท

แม้ปัจจุบันจะมีหลายหน่วยงานเปิดหลักสูตรสอนว่ายน้ำให้เยาวชนฟรี แต่ก็อาจไม่ได้ครอบคลุมเด็กทุกกลุ่ม ขณะที่ค่าเรียนว่ายน้ำ ก็อาจเป็นอีกข้อจำกัดในการเข้าถึงของเด็กบางกลุ่มที่ตามฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัว

โมเดลต่างประเทศ "บังคับ" เรียนว่ายน้ำในโรงเรียน

การทำให้เด็กทุกคนเข้าถึงหลักสูตรการเรียนว่ายน้ำได้อย่างเท่าเทียม โดยไม่มีความเหลื่อมล้ำทางด้านฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัว มีแนวทางน่าสนใจของหลายประเทศ ข้อมูลจาก องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD พบว่า ปัจจุบันหลายประเทศ เช่น ออสเตรีย ฝรั่งเศส เยอรมนี สวีเดน เดนมาร์ก นอร์เวย์ ฟินแลนด์ ได้ "บังคับ" ให้หลักสูตรการเรียนว่ายน้ำ จะต้องอยู่ในการเรียนการสอนนักเรียนในโรงเรียนตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษา เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงทักษะที่จำเป็นนี้ให้น้อยที่สุด

ภาพประกอบข่าว

ขณะที่บางประเทศอาจมีแนวทางที่แตกต่างไป เช่น สภาความปลอดภัยในการว่ายน้ำแห่งชาติเนเธอร์แลนด์ โพสต์คลิปการฝึกให้เด็กลอยตัวหากตกน้ำในสื่อสังคมออนไลน์ โดยให้เด็กๆ สวมเสื้อผ้าที่ใส่ปกติในชีวิตประจำวัน เพื่อจำลองการเอาตัวรอดเหมือนจริงมากที่สุด
สำหรับเนเธอร์แลนด์ เคยบังคับให้การเรียนว่ายน้ำอยู่ในหลักสูตรการศึกษาตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1960 แต่ได้ถอดออกเมื่อเกือบ 40 ปีก่อน ข้อมูลล่าสุดพบว่ายังมีโรงเรียนประมาณร้อยละ 50 ทั่วประเทศที่มีหลักสูตรนี้สำหรับนักเรียนอยู่ แต่รัฐบาลได้เปลี่ยนมาใช้วิธีการที่ละเอียดขึ้น คือการกำหนดระดับความสามารถเป็น A, B และ C แทน เพื่อวัดและติดตามความสามารถของเยาวชน
อ่านข่าวอื่น :

สภาพอากาศวันนี้ เหนือ-อีสาน-กลางระอุ 38 องศาฯ ใต้คลื่นลมสงบ

สามีรับฆ่า "น้องนุ่น" ภรรยา นำร่างเผาที่ปราจีนบุรี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

ปศุสัตว์เร่งเครื่องเจรจา “สิงคโปร์” เปิดตลาดนำเข้า โอกาสทองหมูไทย

37 นาทีที่แล้ว

ปากีสถานถล่ม "กรุงคาบูล" ตอบโต้อัฟกานิสถานโจมตีชายแดน

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สมาคมนักข่าวฯ แถลงปม กกต.ฟ้องสื่อถ่ายบัตรเลือกตั้ง ข้อหาร้ายแรง ขอให้ทบทวนอย่างรอบด้าน

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ราคาทองคำ เปิดตลาด +200 สหรัฐฯ – อิหร่าน เจรจาไม่จบ

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว สังคม อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...