โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทำไมเอไอเอสต้องจับมือกรุงไทย เบิร์นพอยต์ผ่านถุงเงิน

Marketeer

เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2565 เวลา 11.32 น. • eukeik.ee

ถ้าเอ่ยถึงชื่อ แอป “ถุงเงิน” เป็นชื่อที่รู้จักกันดีในมุมของแอปร้านค้าที่ใช้รับเงินจากลูกค้าที่ใช้จ่ายผ่านแอปเป๋าตัง

ซึ่งการใช้งานที่ผ่านมาส่วนใหญ่กระจุกอยู่กับภาครัฐ ผ่านโครงการต่างๆ โดยเฉพาะโครงการคนละครึ่ง โครงการที่คนไทยรู้จักและคุ้นเคยเป็นอย่างดี

แต่ในวันนี้ กรุงไทย เจ้าของแอป ถุงเงิน จับมือร่วมกับเอไอเอส ให้แอปถุงเงินของร้านค้า สามารถรับชำระเงินด้วยเอไอเอส พอยต์แทนเงินสด ได้ ผ่านโครงการที่มีชื่อว่า พอยต์เพย์

โดยลูกค้าที่มีเอไอเอสพอยต์ สามารถนำพอยต์มาจ่ายค่าสินค้า กับร้านที่ใช้แอปถุงเงิน ที่ร่วมรายการ

เรทชำระเงินด้วยเอไอเอสพอยต์ 2 พอยต์ เท่ากับ 1 บาท

ลูกค้าเอไอเอส จะชำระเงินผ่านแอป myAIS

ส่วนร้านค้า จะรับชำระเงินผ่านแอปถุงเงิน

ผู้ใช้สามารถสังเกตร้านค้าที่ร่วมโครงการ จากป้ายที่ติดอยู่หน้าร้าน

ความร่วมมือนี้กรุงไทยและเอไอเอสจับมือทดลองทำพรีลอนซ์มาตั้งแต่เดือนกันยายน 2564 เพื่อทดลองระบบ และแก้ไขข้อบกพร่องในการให้บริการ ไปพร้อมๆ กับรับสมัคร ร้านค้าที่มีแอปถุงเงินให้เข้าร่วมโครงการพอยต์เพย์ รับการชำระด้วยเอไอเอสพอยต์ แทนเงินสด

ก่อนที่จะแถลงข่าวเปิดตัวโครงการนี้อย่างเป็นทางการในวันที่ 13 มิถุนายน 2565

ร้านค้าถุงเงิน ที่กรุงไทยและเอไอเอส เลือกร่วมโครงการในระยะแรกจะเป็นร้านค้าที่ขายสินค้าประเภทอาหารและเครื่องดื่มทั้งหมด

ในปัจจุบัน

ร้านค้าที่มีแอปถุงเงิน มีจำนวนทั้งสิ้น 1,600,000 ร้านค้า

เป็นร้านค้าที่อยู่ในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม 800,000 ร้านค้า

และเป็นร้านค้าที่เข้าโครงการพอยต์เพย์ 400,000 ร้านค้า

แบ่งเป็นกรุงเทพ 30% ต่างจังหวัด 70%

และเอไอเอสตั้งเป้าหมายว่า จะมีร้านค้าที่ใช้แอปถุงเงินเข้าร่วมโครงการถึง 1,000,000 ร้านค้า พร้อมกับสร้างการเติบโตด้านผู้ใช้ ที่ใช้เอไอเอสพอยต์ ชำระค่าสินค้าแทนเงินสดกับร้านถุงเงินที่ร่วมโครงการให้เติบโตเพิ่มขึ้น 2-3 เท่า

จากปัจจุบัน ช่วงพรีลอนซ์ มีลูกค้าเอไอเอส นำพอยต์มาแลกแทนเงินสดมากถึง 100 ล้านพอยต์

สำหรับเป้าหมาย 1,000,000 ร้านค้า เป็นการขยายในสองส่วนคือ

-ผลักดันให้ร้านค้าในกลุ่มอาหาร เข้าร่วมโครงการมากขึ้น

-ขยายไปร้านค้าถุงเงินในกลุ่มอื่นๆ เช่น ร้านโชห่วย ที่พัก โรงแรม การขนส่ง

ภายใต้ความร่วมมือในครั้งนี้ เรามองว่า มีเหตุผลมาจาก

ในมุมกรุงไทย ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ เป็นหนึ่งในการเพิ่มความถี่ให้ร้านค้าเปิดแอปถุงเงินเพื่อรับชำระเงินจากลูกค้ามากขึ้น เพราะที่ผ่านมา แอปถุงเงินจะมีความถี่ในการใช้ที่มากในช่วงที่มีโครงการจากภาครัฐ เช่น โครงการคนละครึ่ง

และเมื่อสิ้นสุดโครงการ โอกาสที่จะเปิดแอปมาใช้จึงมีน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

เรามองว่าเมื่อแอปถุงเงินมีความถี่ในการใช้อยู่เสมอ เท่ากับว่าธนาคารกรุงไทย จะมีเงินไหลเวียนอยู่ในระบบตามการใช้งานของแอปถุงเงินด้วยเช่นกัน

และยังเป็นหนึ่งในกุศโลบายที่ดี ที่จะเชิญชวนให้ร้านค้าแอปถุงเงินใช้ธนาคารกรุงไทย เป็นธนาคารหลัก เช่นใช้เป็นธนาคารหลักเพื่อรับเงินลูกค้าที่ต้องการชำระเงินผ่านพร้อมเพย์, ชำระเงินด้วยการโอนผ่านแอปโมบายแบงก์กิ้ง

เพราะในวันนี้มีร้านค้าอยู่เป็นจำนวนมาก ที่ใช้ธนาคารอื่นเป็นธนาคารหลักในการรับโอนเงินของลูกค้าที่จ่ายผ่านโมบายแบงก์กิ้ง

เพราะเอไอเอส มีลูกค้าในระบบมากถึง 44.6 ล้านราย และมีลูกค้าที่อยู่ในโปรแกรมเอไอเอสพอยต์ 2 ล้านราย มียอดเอไอเอสพอยต์รวมสะสมในระบบ 2,600 ล้านพอยต์

และลูกค้าเอไอเอส สามารถสะสมพอยต์ได้จากการใช้บริการเอไอเอสทุก 25 บาท ได้ 1 พอยต์

รวมถึงสามารถนำพอยต์ของพาร์ทเนอร์เอไอเอสมาแลกเป็นเอไอเอสพอยต์ได้

สำหรับในมุมของเอไอเอส

การจับมือกับกรุงไทย เพื่อให้ลูกค้าเอไอเอส นำเอไอเอส พอยต์ ใช้แทนเงินสด ชำระเงินกับร้านค้าที่ใช้แอปถุงเงินได้

เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ CRM รักษาฐานลูกค้า ผ่านสิทธิพิเศษต่างๆ

เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่า ที่เข้ามาเป็นลูกค้าเอไอเอส จากการได้รับสิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นจากแคมเปญโปรโมชั่น ที่มาในแพ็คเกจต่างๆ

และการที่ลูกค้าเข้ามาใช้สิทธิประโยชน์ที่เอไอเอสมอบให้มากขึ้นเท่าไร นั่นหมายถึงลูกค้ามี Engagement กับเอไอเอสมากขึ้นเท่านั้น

และ Engagement เป็นหนึ่งในตัวแปรที่เป็นกาวใจให้ลูกค้าไม่ย้ายไปใช้บริการค่ายคู่แข่ง

การที่เอไอเอส หากิจกรรมต่างๆ ที่ให้ลูกค้าเอไอเอสพอยต์ สามารถนำพอยต์มาใช้ให้ตรงกับความต้องการที่แท้จริง จะทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงความคุ้มค่าที่มากขึ้น

เพราะเราเชื่อว่ายังมีลูกค้าอีกจำนวนมาก ที่ไม่รู้จะเอาเอไอเอสพอยต์ไปรีดีมเป๋จสินค้าและบริการอะไร เพราะที่มีอยู่อาจจะไม่ตรงกับความชอบเท่าไรนัก

โดยเฉพาะลูกค้าต่างจังหวัด ที่อาจจะมีร้านค้าที่ให้ลูกค้านำเอไอเอสพอยต์ไปรีดีม เป็นสิทธิประโยชน์ต่างๆ จำนวนไม่มากนัก เมื่อเปรียบเทียบกับกรุงเทพและหัวเมืองใหญ่

แต่ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นที่ยังคงมีความท้าทายในแง่การสร้างการรับรู้ให้กับร้านค้าและลูกค้า

ซึ่งทางกรุงไทยยอมรับว่ามีร้านค้าที่มีถุงเงินอีกเป็นจำนวนมากที่ยังไม่ร่วมโครงการพอยต์เพย์ รับชำระเงินค่าสินค้าด้วยเอไอเอสพอยต์

เนื่องจากไม่ทราบว่ามีโครงการนี้

นอกเหนือจากแรงโปรโมทจากฝั่งเอไอเอส กรุงไทยบอกกับเราว่าจะก้าวข้ามความท้าทายนี้ด้วยการเดินเท้าเข้าไปยังร้านค้าที่ใช้แอปถุงเงิน เพื่อแนะนำโครงการพอยต์เพย์ให้รู้จัก ไปพร้อมๆ กับทำแผ่นป้ายมาติดที่ร้านค้าสร้างการรับรู้กับผู้บริโภค และทำคอนเทนต์แนะนำการใช้งานให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้น

แต่สำหรับเรามองว่าโจทย์ที่ท้าทายที่สุดคือการสร้างการรับรู้และความเข้าใจให้กับร้านค้า เพื่อดึงให้ร้านค้าเข้ามาเป็นพันธมิตรร่วมโครงการพอยต์เพย์ให้มากที่สุด

เพราะถ้าร้านค้ามาร่วมโครงการมากขึ้น จะทำให้เกิดอีโคซิสเต็มที่สามารถใช้งานได้ในวงที่กว้างขึ้น และร้านค้าเหล่านี้จะเป็นหนึ่งในกระบอกเสียงที่จะแนะนำกับลูกค้าเอไอเอสพอยต์อีกต่อหนึ่ง จากป้ายที่ติดหน้าร้าน และการพูดคุยระหว่างคนขายกับลูกค้าถึงการใช้เอไอเอสพอยต์จ่ายแทนเงินสด

เรามองว่ามีคนขายไม่น้อยที่ต้องการเพิ่มยอดขายด้วยการแนะนำให้ลูกค้าที่ซื้อของจากร้านรู้สึกคุ้มค่าที่สุดเมื่อมาซื้อสินค้าจากร้าน เพราะถ้าลูกค้ามองว่าคุ้มค่า โอกาสที่จะเลือกซื้อสินค้าจากร้านค้าของตัวเองแทนคู่แข่ง หรือซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นก็จะมีมากขึ้นตามมาเช่นกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...