โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

“ช้างเหยียบนา พญาเหยียบเมือง” กับมาตรการของ ร.4 คราวเสด็จฯ หัวเมืองตะวันออก

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 11 เม.ย. 2568 เวลา 13.47 น. • เผยแพร่ 11 เม.ย. 2568 เวลา 07.23 น.
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4

“ช้างเหยียบนา พญาเหยียบเมือง” หรือบ้างเขียนว่า “ช้างเหยียบนา พระยาเหยียบเมือง” เป็นสำนวนไทย ไม่ว่าจะเป็น “พญา” หรือ “พระยา” ก็ได้ความที่ใกล้เคียงกันว่า เมื่อเจ้าใหญ่ นายโต ไปถึงที่ใดก็เกิดความเสียหายกับพื้นที่นั้น

ถามว่า พญา (พระยา) เหยียบเมือง สร้างความเสียหายขนาดไหน ก็ต้องย้อนกลับไปดูวรรคก่อนหน้าที่ว่า “ช้างเหยียบนา” ก็จะเห็นภาพชัดเจน

แต่เมื่อพระเจ้าแผ่นดินทรงเข้มงวดกวดขัน “พญา/พระยา” และ “ช้าง” ไหนเลยจะกล้า

ช้างเหยียบนา พญาเหยียบเมือง

อาจารย์ล้อม เพ็งแก้ว ปราชญ์แห่งเมืองเพชรบุรี อธิบายสำนวนนี้ไว้ว่า ช้างเป็นสัตว์ใหญ่ ขณะที่พญา/พระยา เป็นบุคคลชนชั้นสูงในสังคมไทย ส่วนกริยาเหยียบ คือย่ำ ดังที่เคยมีหนังสือสำคัญหลังการจับจองที่ดินว่าพร้อมเข้าไปหักร้าง เรียกว่า “ใบเหยียบย่ำ”

ส่วน “เหยียบนา” ยังมีความหมายถึงการทำนาให้เป็นเทือก พร้อมจะปักดำอีกด้วย โดยต้อนฝูงควายให้ย่ำไปมา จนนาลุ่มนั้นกลายเป็นเทือกโดยไม่ต้องไถต้องคราด

หากวลี “ช้างเหยียบนา” ในสำนวนที่กล่าวนี้ มิใช่การเตรียมที่นาเพื่อปักดำ แต่หมายถึงช้างลงไปย่ำในนาที่ข้าวกำลังออกรวง จนกลายเป็นนาลุ่ม

หลายท้องถิ่นเข้าใจผิดตีความสำนวนดังกล่าวว่า เป็นมงคลอย่างหนึ่ง

แต่ในข้อเท็จจริงที่รับรู้กันทั่วไป ทั้งสองเรื่องนี้ถือกันว่าจะได้ยากแก่ไพร่ คือแฝงความแหลกลาญให้ได้กล่าวขานกันถึง ส่งต่อให้ลูกหลานได้รับรู้

มาตรการรับมือ “พญา” และ “ช้าง”

พ.ศ. 2400 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เสด็จประพาสหัวเมืองชายทะเลตะวันออก และประทับค้างแรมที่บ้านอ่างศิลา แขวงเมืองชลบุรี โดยมีเหล่าเจ้านาย ขุนนาง ข้าราชการฝ่ายพลเรือนและกลาโหมตามเสด็จเป็นคณะใหญ่ รวมจำนวน 3,240 คน

รัชกาลที่ 4 จึงทรงวางมาตรการต่างๆ ไม่ให้คณะผู้ตามเสด็จสร้างความเดือดร้อนแก่ชาวบ้านในพื้นที่ ดังประกาศกำชับว่า

“ไปบ้านเมืองนั้น เสดจอยู่ที่ไหนก็ต้องอยู่ในที่ใกล้รอบคอบเพียงเพื่อจะมีรับสั่งให้หาในเวลากลางคืนก็ดีกลางวันก็ดี ให้ได้ตัวในกึ่งชั่วโมงจึงจะชอบ เมื่อจะไม่ตามเสดจไปแลจะตั้งอยู่ที่นั้นๆ ได้ ฤาจะไปที่นั้นๆ อื่นจากที่เสดจพระราชดำเนินได้ ก็ต่อเมื่อมีรับสั่งกะเกนให้อยู่รักษาแลไปราชการที่นั่นๆ…

แลครั้งนี้เจ้านายหลายองค์ ขุนนางหลายนาย แลมหาดเลก ทั้งขุนน้อยเลกหมื่นเลกน้อยเปนอันมาก…ไม่มีที่เที่ยวเร่เตร่เตรดสนุกสบาย ก็ภากันไปจอดเสียที่ท่าเมืองชลเปนอันมาก… แล้วมิหนำซ้ำทำข่มเหงแก่ชาวเมืองชลต่างๆ ด้วยอ้างว่าเปนพวกตามเสดจ์…

ผู้ที่ไปข่มเหงชาวบ้านๆ จับมาส่งก็ดี ชำระได้ความก็ดี จะให้รับพระราชอาญาตามพระราชกำหนดกระบถศึก…ไพร่ในเรือของเจ้านายแลข้าราชการผู้ใดไปข่มเหงราษฎร เมื่อจับได้ชำระได้เปนผิดดังนี้แล้ว ตัวนายผู้เปนเจ้าของเรือ เมื่อไม่ได้ไปด้วยเปนแต่ไม่ได้ห้ามปราม ก็เปนผู้มีความผิดจะให้ปรับเร่งเอาเงินเท่าส่วนที่สามบ้างถึงข้างของเบี้ยหวัด ทำขวันให้ราษฎรผู้ต้องข่มเหงตามสมควร…”

เมื่อเสด็จฯ ไปถึงบ้านอ่างศิลา พระองค์ยังรับสั่งกำชับ (แกมขู่) เพิ่มเติมให้ทราบทั่วกันอีกว่า

“เจ้านายขุนนางข้าราชการ ที่ไปแยกย้ายจอดเรือที่อื่น ในหลวงมิได้บังคับนั้น เหมือนเปนกระบถทีเดียว ไปแยกย้ายอยู่ไม่รู้ว่าจะคิดอย่างไร เจ้านายก็หลายองค์ ถ้าไม่ฟังยังขืนหลบหลีกอยู่ เพราะกรมการตำรวจทำอ่อนแอโลเลไป จะให้เรือกำปั่นไปยิงให้ยับเยิน”

การเสด็จประพาสหัวเมืองตะวันออกครั้งนั้น จึงไม่เกิด “ช้างเหยียบนา พญาเหยียบเมือง” ขึ้น

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ล้อม เพ็งแก้ว. “ช้างเหยียบนา พระยาเหยียบเมือง” ใน, ศิลปวัฒนธรรม กรกฎาคม 2547.

กำพล จำปาพันธ์. “พระจอมเกล้าฯ กับการเสด็จประพาสเมืองท่าชายฝั่งทะเลตะวันออก พ.ศ. 2400” ใน,ศิลปวัฒนธรรม มีนาคม 2565.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 11 เมษสยน 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ช้างเหยียบนา พญาเหยียบเมือง” กับมาตรการของ ร.4 คราวเสด็จฯ หัวเมืองตะวันออก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...