โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'LovliTails' เผยตลาดธุรกิจสัตว์เลี้ยงโตทะลุ 12% คาดยังโตต่อเนื่อง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 03 พ.ค. 2568 เวลา 03.22 น. • เผยแพร่ 03 พ.ค. 2568 เวลา 03.00 น.

นางศิริสุภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) เปิดตัว “LovliTails” ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและของใช้สำหรับสัตว์เลี้ยง แบรนด์น้องใหม่จาก Neo Corporate เผยตลาดธุรกิจสัตว์เลี้ยงภาพรวมมีการเติบโตขึ้นถึง 12% เนื่องจากพฤติกรรมคนเปลี่ยนหันเลี้ยงสัตว์แทนมีลูก

นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) บริษัทสินค้าอุปโภคชั้นนำของไทย เปิดตัวแบรนด์ใหม่ล่าสุด LovliTails (เลิฟลี่เทล) ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและของใช้สำหรับสัตว์เลี้ยงระดับพรีเมียม ที่มาพร้อมแนวคิด PET-CENTRIC NATURAL SOLUTION ใส่ใจทุกดีเทล เพื่อสัตว์เลี้ยงที่คุณรัก ราวกับเป็นคนสำคัญในครอบครัว ในงาน Pet Expo Thailand 2025 ซึ่งจัดขึ้นระหว่าง วันที่ 1-4 พฤษภาคมนี้ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พร้อมพบกับแขกรับเชิญสุดพิเศษ “ก๊อต” จิรายุ ตันตระกูล และน้องแมวสุดรัก “น้องมันเดย์” ที่จะมาแบ่งปันเรื่องราวความรัก ความผูกพันและเคล็ดลับการเลือกผลิตภัณฑ์ดี ๆ สำหรับสัตว์เลี้ยง ณ บูธ LovliTails (บูธ P120-123 ฮอลล์ 7)

นางศิริสุภา อาจสัญจร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) เล่าถึงจุดเริ่มต้นของ LovliTails (เลิฟลี่เทล) แบรนด์ระดับพรีเมียมที่เกิดขึ้นจากความรักและความเข้าใจในสัตว์เลี้ยง เพื่อให้น้องหมาและน้องแมวมีสุขภาพที่ดี ทั้งสุขภาพกาย และสุขภาพใจ จึงมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ใช้สูตรจากธรรมชาติ อ่อนโยนต่อผิวและขนของน้องหมาและน้องแมว ปลอดภัยและผ่านการทดสอบจากสัตวแพทย์ รวมถึงทดสอบการระคายเคืองในทุก ๆ สินค้า เพื่อให้มั่นใจได้ในทุก ๆ ครั้งที่ใช้

ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นมี pH Balance ที่เหมาะกับผิวของสัตว์เลี้ยง และมีกลิ่นหอมที่พิสูจน์แล้วว่าน้องหมาและน้องแมวชอบ พร้อมช่วยคุมกลิ่นได้ยาวนาน และจากแนวคิดที่ให้สัตว์เลี้ยงเป็นศูนย์กลาง (Pet-Centric) ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่ดูแลสัตว์เลี้ยงเหมือนสมาชิกในครอบครัว ทุกผลิตภัณฑ์จึงได้รับการคิดค้นขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ทั้งความสะดวกสบายของเจ้าของและความต้องการของสัตว์เลี้ยงอย่างแท้จริง

“นอกจากนี้แบรนด์ยังให้ความสำคัญกับการศึกษาวิจัย ร่วมกับการนำนวัตกรรมที่ทันสมัยมาใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างจริงจัง เพื่อเข้าใจถึงความต้องการและความชอบของสัตว์เลี้ยงอย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นการนำเทคโนโลยีมาศึกษาในสิ่งที่สัตว์เลี้ยง ชอบ หรือ ไม่ชอบ เพื่อให้น้องหมาและน้องแมวได้รับการดูแลที่ดีที่สุด รวมไปถึงเรื่องความสะอาด สุขภาพความสุข และคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นที่ตั้ง” นางศิริสุภา กล่าว

นางศิริสุภากล่าวต่อว่า ขณะนี้มีเทรนด์ Pet Parents สูงขึ้นเราจึงมองที่จะออกผลิตภัณฑ์ ดูแลสัตว์เลี้ยง ที่ผ่านมาบริษัทอื่นๆ จะเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์กลุ่มสินค้าแมส เราจึงจะเน้นไปที่กลุ่มพรีเมียมแมส และจากที่เราเป็นผู้เชี่ยวชาญในการดูแลผิวของลูกค้าในหลายช่วงวัย จึงเชื่อว่าเราจะมุ่งเน้นไปยังกลุ่ม Pet care ได้ แม้ว่าคนจะกำลังซื้อตกแต่ตลาดสัตว์เลี้ยงสูงขึ้นเยอะมาก เป็นทิศทางที่ส่วนกระแส

นางศิริสุภากล่าวอีกว่า ตัวที่ยอดซื้อสูงขึ้นคือกลุ่มแชมพูที่ต้องใช้เป็นประจำ เรามีสินค้าออกมาครบไลน์ทั้ง แชมพูสูตรอ่อนโยน สำหรับสุนัขและแมว ที่มีต้นกำเนิดจากธรรมชาติ 100%, สเปรย์ดับกลิ่นอเนกประสงค์ ที่ใช้เทคโนโลยี Odor Stop Tech สามารถดับกลิ่นปัสสาวะสุนัขและแมวได้จริง และสารทำความสะอาดและน้ำหอมระดับ Food grade, ทิชชูเปียกสำหรับสัตว์เลี้ยง ที่ช่วยทำความสะอาด ด้วย natrual anitbac และลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ ไม่มีน้ำหอมและแอลกอฮอล์, ผลิตภัณฑ์ล้างจานและล้างของเล่นสำหรับสัตว์เลี้ยง ที่ใช้สารทำความสะอาดจากธรรมชาติ ปราศจากน้ำหอม และผลิตภัณฑ์ถูพื้นสำหรับสัตว์เลี้ยง สูตรอ่อนโยนต่อสัตว์เลี้ยง

“โดยภาพรวมจากข้อมูลปีที่ผ่านมาเราพบว่าตลาดธุรกิจสัตว์เลี้ยงภาพรวมมีการเติบโตขึ้นถึง 12% แบ่งเป็นตลาดอาหารสัตว์เลี้ยง 44.6 พันล้านบาท, ตลาดบริการรักษาพยาบาลสัตว์ 6.6 พันล้านบาท, ตลาดอุปกรณ์สัตว์เลี้ยง 22.9 พันล้านบาท ซึ่งเราจะอยู่ในหมวดนี้ และตลาดบริการดูแลสัตว์เลี้ยง 0.7 พันล้านบาท พบว่าครอบครัวที่มีเลี้ยงสัตว์ มีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงประมาณ 41,100 บาทต่อตัวต่อปี

พฤติกรรมผ้บริโภคที่ไม่มีลูก หันมาเลี้ยงสัตว์เลี้ยงแทนลูกเพราะรายจ่ายน้อยกว่าการเลี้ยงลูกเยอะ ยินดีที่จะจ่ายเพื่อสัตว์เลี้ยง มีกลุ่มเจน Y เจน Z ที่เลี้ยงสัตว์แก้เหงา กลุ่มวัยเกษียณที่หันมาเลี้ยงสัตว์เป็นเพื่อนเพราะมีเงินออมไว้สำหรับดูแลตัวเอง เลี้ยงเพื่อดูแลจิตใจตัวเอง และอีกกลุ่มที่ยินดีจ่ายเพื่อสัตว์เลี้ยงมากคือกลุ่มอินฟูลฯ KOL เพราะสัตว์เลี้ยงที่เป็น KOL สามารถหารายได้ให้พ่อแม่ หารายได้ให้ครอบครัวได้ เขาจะถูกดูแลอย่างเต็มที่

คาดว่าธุรกิจสัตว์เลี้ยงจะเติบโตไปเรื่อย ๆ จากที่เราเห็นว่าคอนโด โรงแรม คาเฟ่ ร้านอาหารต่าง ๆ เริ่มให้สัตว์เลี้ยงเข้า เป็นการเปิดโอกาสให้คนที่เป็น Pet Parents พาลูกของเขาไปได้ทุกที่ ไม่มีข้อจำกัด อาจจะทำให้มีการเลี้ยงสัตว์เพิ่มมากขึ้น การเลี้ยงสัตว์สามารถทดแทนการเลี้ยงลูกได้เหมือนกันเพราะไม่ต้องเป็นภาระที่ระยะยาวนาน” นางศิริสุภากล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘LovliTails’ เผยตลาดธุรกิจสัตว์เลี้ยงโตทะลุ 12% คาดยังโตต่อเนื่อง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...