โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'สารวัตรแจ๊ะ'บุกรวบ'ยี่-ลี่' 2 บอสจีนคู่หูนรก หัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ คาบ้านหรูกลางกรุง

แนวหน้า

เผยแพร่ 05 ก.พ. 2568 เวลา 17.00 น.

"รองหวาน"พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ / ผอ.ศปอส.ตร. เปิดปฏิบัติการกวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์ตามนโยบายของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ส่งทีมตำรวจ PCT โดย"รองจ๋อ-สว.แจ๊ะ" ร่วม น.1 พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ไล่ล่า “2บิ๊กบอสคอลเซ็นเตอร์ ยี-ลี่” ก่อนบุกเข้าจับกุม คาหมู่บ้านหรูใจกลางกรุง ยึดทรัพย์ 15 ล้าน ขยายผลพบรังปลวกแก๊งสแกมเมอร์ในประเทศเพื่อนบ้านอีกหลายแห่ง

คดีนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 5 ก.พ. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 23.00 น. เจ้าหน้าที่ ศปอส.ตร. (PCT) และ บก.สส.บช.น. สืบสวนจับกุมตัว1.นายยี อายุ 29 ปี สัญชาติจีน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ จ.784/2568 ลงวันที่ 5 ก.พ. 68 2.นายลี่ อายุ 30 ปี สัญชาติจีน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ จ.785/2568 ลงวันที่ 5 ก.พ. 68 โดยกล่าวหาว่า “เป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวใดๆเพื่อมีการซื้อขายให้เช่าหรือยืมบัญชีเงินฝากหรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์เพื่อในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด และเป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวใดๆ เพื่อมีการซื้อขายให้เช่าหรือให้ยืมหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่ซึ่งลงทะเบียนผู้ใช้ในนามของบุคคลหนึ่งแต่ไม่สามารถระบุตัวผู้ใช้บริการได้”

จับกุมตัวผู้ต้องหาที่ 1 ได้ที่บริเวณหน้าหมู่บ้านย่านรัชโยธิน ซ.พหลโยธิน 32 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ และต่อเนื่องไปจับกุมตัวผู้ต้องหาที่ 2 ได้ที่ บ้านภายใน หมู่บ้านย่านรัชโยธิน ซ.พหลโยธิน 32 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ

ตรวจยึดของกลาง 4 รายการ 1.เงินสด (ไทยและต่างประเทศ) มูลค่าประมาณ 417,546.67 บาท,2.ของแบรนด์เนมจำนวนมาก มูลค่าประมาณ 4,305,846.67,3.รถยนต์ Benz Maybach S580e ราคาประมาณ 11,000,000 บาท 4.โทรศัพท์มือถือ จำนวน 5 เครื่อง (พบข้อมูลเกี่ยวกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นจำนวนมาก) รวมทรัพย์สินที่ตรวจยึดมูลค่าประมาณ 15,305,846.67 บาท

พฤติการณ์กล่าวคือ แผนประทุษกรรม “กระทืบซ้ำ” มุขใหม่ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ กลโกงคร่าชีวิตสุดอันตราย โดยกลุ่มคนร้ายจะสร้างเพจปลอมทำเสมือนเป็นหน่วยงานตำรวจและ ปปง. พร้อมคีย์เวิร์ด “ติดตามทรัพย์สินที่ถูกหลอกคืน” และทำการ “ยิงแอด” โฆษณาปั่นยอดไลค์ให้เพจดูมีความน่าเชื่อถือ ทำให้ประชาชนในโลกโซเชียลหลงเชื่อว่าเป็นหน่วยงานจริงๆ แต่เมื่อทำการติดต่อไปจริงๆ จะถูกลากจูงเข้าไปสู่ “ห้องเชือด” ซึ่งเป็นกลุ่มไลน์ที่จะมี ทนายตัวปลอม ผู้เชี่ยวชาญ หัวหน้าฝ่าย it ต่างๆนาๆ ทำทีสร้างชาจเส้นทางการเงินให้เหยื่อดู ก่อนอ้างว่าเงินที่ถูกหลอกไหลไปสู่เว็บพนันในต่างประเทศ จะต้องให้ฝ่าย it ยิงระบบนำเงินคืนมา แต่ท้ายสุดทำไปทำมาก็ถูกหลอกซ้ำอีกครั้ง ซึ่งปัจจุบันแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือแก๊งสแกมเมอร์ในประเทศเพื่อนบ้านหลายๆแห่ง ต่างหันมาใช้แผนประทุษกรรมนี้ในการหลอกลวงเป็นจำนวนมาก

ล่าสุดวันที่ 30 ม.ค. 67พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้จัดตั้งศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) หรือ ตำรวจPCT โดยมีพล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติเป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ ก่อนส่ง พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. /รองหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ข้อมูล ศปอส.ตร. ลุยปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างเร่งด่วน ตามนโยบายของน.ส.แพทองธาร ชินวัตรนายกรัฐมนตรี

ซึ่งต่อมาได้มีการสืบสวนสอบสวนแก๊งคอลเซ็นเตอร์แก๊งนี้ โดยสืบทราบจากที่มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่ สน.หัวหมาก ซึ่งพล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ได้สั่งการให้พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น.ทำการสืบสวนสอบสวนร่วมกับตำรวจPCT ด้วยความขยันของ พ.ต.ท.สมเจตน์ พลเหลา สว.(สอบสวน) สน.หัวหมาก จนนำมาสู่การค้นพบ “บิ๊กบอส” ชาวจีนที่เป็นหัวหน้าแก๊ง 2 ราย คู่หูนรก ลี-ยี่

ต่อมาศาลได้อนุมัติหมายจับคนร้ายทั้งสอง พล.ต.ต.ธีรเดชฯ นำกำลัง “ตำรวจPCT” ออกติดตามไล่ล่าคนร้าย กระทั่งได้สืบทราบว่าคนร้าย “หลวมตัว” ย่างกรายเข้ามาในประเทศไทย มาเช่าบ้าน-ขี่รถหรู อยู่ใจกลางกรุง วันที่ 5 ก.พ. 68 ทีมสารวัตรแจ๊ะได้นำกำลังเฝ้าสังเกตุการณ์อยู่หน้าหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่งย่านรัชดา ได้พบกับ นายลี กำลังนั่งรถโดยสารมาที่หมู่บ้านเพื่อนมาหาคู่หู จึงรวบตัวไว้ทันที ระหว่างรวบตัว นายลี กำโทรศัพท์ไว้แน่นไม่ยอมปล่อยเสมือนซ่อนความลับไว้มากมายในนั้น

หลังจับกุมนายลี่ได้แล้วชุดสืบสวนขยายผลไปที่บ้านหรูภายในหมู่บ้านดังกล่าว ก่อน “บุกดิบ” เข้าไปในบ้านพักเพื่อจับกุมตัวนายยี่ แต่เมื่อมาถึงหน้าห้องนอนของนายยี่ไม่ยอมเปิดประตูให้จนชุดสืบสวนต้องใช้กำลัง “พังประตู” บุกเข้าไปรวบตัวได้ทันควันก่อนที่นายยี่จะวิ่งไปลบข้อมูลในโทรศัพท์ ซึ่งหลังการจับกุม พล.ต.ต.ธีรเดชฯ ได้ขยายผลจากการตรวจสอบข้อมูลในโทรศัพท์พบว่า ทั้งสอง เป็นระดับ “บิ๊กบอส” มีธุรกิจ คอลเซ็นเตอร์ , สแกมเมอร์ และบริษัทฟอกเงิน หลายแห่งในประเทศเพื่อนบ้าน โดยล่าสุดทั้งสองหันมาจับการหลอกลวงแบบ “ยิง SMS” โดยล่าสุดพึ่งจะหาซื้อถังข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์กว่าหลายแสนเบอร์เพื่อจะนำมายิง SMS หลอกลวงนี้ และยังพบข้อมูลในโทรศัพท์การเข้าถึงควบคุม “หลังบ้าน” ของสแกมเมอร์ที่มีที่ตั้งอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน “อีกเพียบ” หลังขยายผลชุดสืบสวนได้ทำการตรวจยึดทรัพย์สินภายในบ้านหรูแห่งนี้หลายรายการ รวมมูลค่าประมาณ 15 ล้านบาท

ในชั้นจับกุม นายยี และ นายลี่ ยังคงให่การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ขณะนี้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ / ผอ.ศปอส.ตร. ได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ขยายผลการจับกุม ณ บ้านหรูดังกล่าว เพื่อปฏิบัติการกวาดล้างตามนโยบายของรัฐบาล ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...