โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

Synthetic Data คืออะไร ? ข้อมูลสังเคราะห์สำคัญอย่างไรต่อ AI ?

Thaiware

อัพเดต 24 มี.ค. 2568 เวลา 02.00 น. • เผยแพร่ 24 มี.ค. 2568 เวลา 02.00 น. • Cocothedog
ทำความเข้าใจ Synthetic Data หรือ ข้อมูลสังเคราะห์ ทั้งความหมาย, ประเภท, วิธีการสร้างข้อมูล, ข้อดี-ข้อสังเกต ฯลฯ

Synthetic Data คืออะไร ? ข้อมูลสังเคราะห์สำคัญอย่างไรต่อ AI ?

ข้อมูลเป็นทรัพยากรสำคัญสำหรับฝึก ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ การเรียนรู้ของเครื่องจักร (ML) ทุกคนลองนึกว่ากำลังฝึก AI ให้รู้จักใบหน้ามนุษย์ แต่แทนที่เราจะต้องใช้ภาพถ่ายนับล้านจากคนจริง ๆ เอามาฝึก ซึ่งอาจมีปัญหาด้านความเป็นส่วนตัว เราก็สามารถสร้าง "ข้อมูลสังเคราะห์" หรือ "Synthetic Data" ที่เลียนแบบภาพใบหน้ามนุษย์ขึ้นมาเองได้ ข้อมูลเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นจาก อัลกอริธึม (Algorithm) และโมเดลจำลอง โดยยังคงความสมจริง และสามารถใช้ฝึก AI ได้ประสิทธิภาพดีเช่นกัน

Synthetic Data กลายเป็น เครื่องมือสำคัญในการพัฒนา AI ไม่ว่าจะเป็นการเข้ามาแก้ปัญหาข้อมูลที่ไม่เพียงพอ, ลดอคติ (Bias) ในโมเดล และที่สำคัญคือหลีกเลี่ยงปัญหาด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูล ในบทความนี้ จะพาทุกคนไปรู้จักกับ Synthetic Data ให้ลึกขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความหมาย , ประเภท , วิธีการสร้างข้อมูล , ข้อดี-ข้อสังเกต ไปจนถึงการใช้งานจริง เพื่อให้เข้าใจว่าทำไมมันถึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อโลกของ AI อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ …

เนื้อหาภายในบทความ

  • ข้อมูลสังเคราะห์ คืออะไร ?
    (What is Synthetic Data ?)
  • ความแตกต่างระหว่าง ข้อมูลสังเคราะห์ และ ข้อมูลจำลอง
    (Differences between Synthetic Data and Mock Data)
  • ประเภทของ ข้อมูลสังเคราะห์
    (Types of Synthetic Data)
  • ข้อมูลสังเคราะห์ ถูกสร้างขึ้นมาได้อย่างไร ?
    (How is Synthetic Data generated ?)
  • ข้อดี และ ข้อสังเกต ของการใช้ ข้อมูลสังเคราะห์
    (Pros and Cons of using Synthetic Data)
  • การใช้ ข้อมูลสังเคราะห์ ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ
    (Applications of Synthetic Data in Various Industries)
  • บทสรุปของ การใช้ข้อมูลสังเคราะห์
    (Conclusion of the use of Synthetic Data)

ข้อมูลสังเคราะห์คืออะไร ? (What is Synthetic Data ?)

ปัจจุบันโลกขับเคลื่อนด้วยข้อมูล องค์กร และนักวิจัยมักต้องการข้อมูลจำนวนมากเพื่อพัฒนาโมเดล AI และระบบอัจฉริยะต่าง ๆ แต่การไปเก็บรวบรวมข้อมูลจริงอาจมีข้อจำกัดอยู่บ้าง เช่น ต้องใช้ต้นทุนสูง, ใช้เวลานาน หรือมีกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เข้มงวดมาก จึงเป็นเหตุให้เกิดข้อมูลสังเคราะห์ขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกที่ช่วยลดอุปสรรคเหล่านี้

Synthetic Data คืออะไร ? ข้อมูลสังเคราะห์สำคัญอย่างไรต่อ AI ?

ภาพจาก : https://datahubanalytics.com/synthetic-data-generation-transforming-analytics-with-artificial-datasets/

โดยข้อมูลสังเคราะห์ (Synthetic Data) ก็คือข้อมูลที่ถูกสร้างขึ้นโดยอัลกอริธึมคอมพิวเตอร์ หรือปัญญาประดิษฐ์ (AI) แทนที่จะมาจากเหตุการณ์จริง ๆ ข้อมูลประเภทนี้ถูกออกแบบให้มีคุณสมบัติทางสถิติ และโครงสร้างคล้ายกับข้อมูลจริง แต่ไม่มีความเชื่อมโยงกับบุคคล หรือเหตุการณ์ใดที่เกิดขึ้น โดยมักใช้เพื่อฝึกโมเดลการเรียนรู้ของเครื่อง (ML), ทดสอบระบบ หรือนำมาจำลองสถานการณ์ต่าง ๆ ในสภาพแวดล้อมควบคุมได้นั่นเอง

ความแตกต่างระหว่าง ข้อมูลสังเคราะห์ และ ข้อมูลจำลอง (Differences between Synthetic Data and Mock Data)

ก่อนที่เราจะพูดถึงประเภทของข้อมูลสังเคราะห์ ปัจจุบันมักจะมีความเข้าใจผิดเกิดขึ้นบ่อย ๆ นั่นคือการแยกแยะระหว่าง ข้อมูลสังเคราะห์ที่สร้างโดย AI กับ ข้อมูลจำลอง (Mock Data) ซึ่งทั้งสองแนวคิดนี้แตกต่างกันอย่างมาก

Synthetic Data

ข้อมูลสังเคราะห์ที่สร้างโดย AI เป็นข้อมูลที่สร้างขึ้นโดยอ้างอิงจากชุดข้อมูลจริงที่ใช้เป็นตัวอย่าง ระบบปัญญาประดิษฐ์ (Generative AI) จะเรียนรู้โครงสร้าง และคุณสมบัติต่าง ๆ ของข้อมูลต้นฉบับ แล้วนำไปสร้างข้อมูลใหม่ที่มีลักษณะคล้ายกัน ทั้งในแง่ของรูปแบบ และคุณสมบัติทางสถิติ ซึ่งทำให้สามารถใช้แทนข้อมูลจริงได้อย่างแม่นยำ

Mock Data

กลับกัน ข้อมูลจำลอง (Mock Data) เป็นข้อมูลที่ไม่ได้อ้างอิงจากข้อมูลจริง แต่ถูกสร้างขึ้นตามกฎเกณฑ์ที่กำหนดโดยมนุษย์ หรือจากการสุ่มเอาเลย เช่น กำหนดให้สร้างรายชื่อผู้ใช้แบบจำลอง หรือข้อมูลธุรกรรมที่ไม่ได้สะท้อนพฤติกรรมจริงของผู้ใช้ เนื่องจากข้อมูลประเภทนี้ไม่ได้อิงจากตัวอย่างจริง จึงไม่มีคุณสมบัติทางสถิติที่แม่นยำเหมือนข้อมูลสังเคราะห์ที่สร้างโดย AI

ประเภทของ ข้อมูลสังเคราะห์ (Types of Synthetic Data)

ข้อมูลสังเคราะห์สามารถแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ข้อมูลแบบมีโครงสร้าง (Structured Synthetic Data) และ ข้อมูลแบบไม่มีโครงสร้าง (Unstructured Synthetic Data) ซึ่งมีลักษณะแตกต่างกันไปตามการนำไปใช้งาน

ข้อมูลแบบไม่มีโครงสร้าง (Unstructured Synthetic Data)

ข้อมูลแบบไม่มีโครงสร้าง เป็นข้อมูลที่ไม่ได้มีการจัดเรียงในรูปแบบของตาราง ตัวอย่างเช่น ภาพ, วิดีโอ หรือไฟล์เสียง ข้อมูลเหล่านี้มักถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ฝึกโมเดลปัญญาประดิษฐ์ในการสร้างระบบรู้จำวัตถุ, จำลองสภาพแวดล้อมต่าง ๆ หรือสร้างระบบจำแนกด้วย AI เป็นต้น

Synthetic Data คืออะไร ? ข้อมูลสังเคราะห์สำคัญอย่างไรต่อ AI ?

ภาพจาก : https://github.com/gulvarol/surreact?tab=readme-ov-file

ข้อมูลแบบมีโครงสร้าง (Structured Synthetic Data)

ข้อมูลแบบมีโครงสร้าง เป็นข้อมูลที่ถูกจัดเก็บเป็นตาราง เช่น รายการธุรกรรมทางการเงิน, ประวัติการรักษาผู้ป่วย หรือฐานข้อมูลลูกค้า ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มักมีความสัมพันธ์ระหว่างแต่ละจุดข้อมูล และสามารถนำไปใช้วิเคราะห์แนวโน้ม หรือพฤติกรรมได้อย่างแม่นยำข้อมูลแบบมีโครงสร้างมักถูกใช้ในการศึกษาพฤติกรรมของมนุษย์ในลักษณะของ ข้อมูลลำดับเวลา (Time-Series Data) เอาไปวิเคราะห์แนวโน้มการใช้จ่ายของลูกค้า หรือพฤติกรรมของผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์มออนไลน์

Synthetic Data คืออะไร ? ข้อมูลสังเคราะห์สำคัญอย่างไรต่อ AI ?

ภาพจาก : https://www.aindo.com/blog/synthetic-data-stories/

ในปัจจุบัน เทคโนโลยีสร้างข้อมูลสังเคราะห์แบบมีโครงสร้างที่ขับเคลื่อนด้วย AI กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากสามารถช่วยให้ธุรกิจ และองค์กรเข้าถึงข้อมูลคุณภาพสูง โดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับปัญหาด้านความเป็นส่วนตัว หรือข้อจำกัดทางกฎหมายนั่นเอง

และเรายังสามารถแยกการนำเอาข้อมูลสังเคราะห์ไปใช้ได้อีก 3 แบบ ได้แก่

  • Full Synthetic Data : เป็นข้อมูลที่สร้างขึ้นทั้งหมดจากโมเดล AI ไม่มีการใช้ข้อมูลจริงเลย เหมาะสำหรับการนำไปฝึกโมเดล AI ใหม่ ๆ โดยไม่ละเมิดข้อบังคับด้านความเป็นส่วนตัว
  • Partial Synthetic Data : ข้อมูลที่สร้างขึ้นโดยใช้ข้อมูลจริงบางส่วน และใช้เทคนิคแปลงให้ไม่สามารถระบุตัวตนของบุคคล หรือรายละเอียดต้นฉบับได้ แต่ยังคงรักษาความสัมพันธ์ในข้อมูลเดิมอยู่
  • Hybrid Synthetic Data : เป็นการผสมผสานระหว่างข้อมูลสังเคราะห์แบบเต็ม และบางส่วน เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีความสมจริง และหลากหลาย

ข้อมูลสังเคราะห์ ถูกสร้างขึ้นมาได้อย่างไร ? (How is Synthetic Data generated ?)

การสร้างข้อมูลสังเคราะห์สามารถทำได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของการใช้งาน และเทคโนโลยีที่ใช้ โดยทั่วไปแล้ว ข้อมูลเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นจากอัลกอริธึม และแบบจำลองทางคอมพิวเตอร์ โดยวิธีการสร้างข้อมูลสังเคราะห์ที่พบได้บ่อย ๆ จะมีดังนี้

1. การสุ่มค่าตามรูปแบบทางสถิติ (Statistical distribution)

วิธีนี้จะใช้หลักการทางคณิตศาสตร์เพื่อสร้างชุดข้อมูลขึ้นมา โดยอิงจากการกระจายตัวของข้อมูลจริง ถึงแม้ว่าข้อมูลที่ได้จะไม่สามารถสะท้อนรายละเอียดของข้อมูลต้นฉบับได้อย่างสมบูรณ์ แต่ก็สามารถสร้างข้อมูลที่มีแนวโน้ม และรูปแบบใกล้เคียงกับของจริงได้

Synthetic Data คืออะไร ? ข้อมูลสังเคราะห์สำคัญอย่างไรต่อ AI ?

ภาพจาก : https://dataingovernment.blog.gov.uk/2020/08/20/synthetic-data-unlocking-the-power-of-data-and-skills-for-machine-learning/

2. จำลองพฤติกรรมในระบบเสมือน (Simulation)

วิธีนี้คือการสร้างแบบจำลองของระบบขึ้นมาในคอมพิวเตอร์ นำมาเลียนแบบพฤติกรรมของสิ่งต่าง ๆ ในโลกจริง ตัวอย่างเช่น จำลองว่าผู้คนในเมืองจะเดินทางอย่างไรในแต่ละวัน, จำลองการสื่อสารระหว่างสมาร์ทโฟน หรือการไหลเวียนของข้อมูลในเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ระบบจำลองเหล่านี้ถูกออกแบบให้แต่ละองค์ประกอบทำงานร่วมกันตามกฎที่กำหนดไว้ ทำให้เราสามารถทดสอบ และคาดการณ์ผลลัพธ์ได้ โดยไม่ต้องใช้ข้อมูลจริง ซึ่งช่วยให้การศึกษาแนวโน้ม และพฤติกรรมของระบบที่อาจเป็นไปได้

Synthetic Data คืออะไร ? ข้อมูลสังเคราะห์สำคัญอย่างไรต่อ AI ?

ภาพจาก : https://www.nvidia.com/en-us/use-cases/synthetic-data/

3. การใช้โมเดล Generative AI

วิธีนี้จะใช้ปัญญาประดิษฐ์ที่เรียนรู้รูปแบบของข้อมูลจริง แล้วนำความรู้นั้นมาสร้างข้อมูลใหม่ หรือที่เรียกว่า Generative AI ที่มีลักษณะใกล้เคียงกับต้นฉบับ โดยเทคนิคยอดนิยมในกลุ่มนี้ได้แก่ Generative Adversarial Networks (GANs) ซึ่งเป็นโมเดลที่ใช้ เครือข่ายประสาทเทียม (Nerural Network) สองชุด มาแข่งขันกันระหว่างตัวสร้างข้อมูล (Generator) และตัวตรวจสอบความสมจริง (Discriminator) เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีความสมจริงมากที่สุด

Synthetic Data คืออะไร ? ข้อมูลสังเคราะห์สำคัญอย่างไรต่อ AI ?

ภาพจาก : https://www.clickworker.com/ai-glossary/generative-adversarial-networks/

และอีกหนึ่งเทคนิคคือ "Variational Autoencoders (VAEs)" ซึ่งเป็นโมเดลที่เข้ารหัสข้อมูลต้นฉบับให้อยู่ในรูปแบบเชิงสถิติ ก่อนจะถอดรหัสออกมาเป็นข้อมูลใหม่ที่ยังคงโครงสร้างของข้อมูลเดิมไว้ ทั้งสองเทคนิคสามารถสร้างข้อมูลที่มีความสมจริงสูง ไม่ว่าจะเป็นภาพ, ข้อความ หรือข้อมูลเชิงตัวเลข

Synthetic Data คืออะไร ? ข้อมูลสังเคราะห์สำคัญอย่างไรต่อ AI ?

ภาพจาก : https://data-science-blog.com/blog/2022/04/19/variational-autoencoders/

ข้อดี และ ข้อสังเกต ของการใช้ ข้อมูลสังเคราะห์ (Pros and Cons of using Synthetic Data)

ข้อดี

  • ปรับแต่งได้ตามต้องการ : สามารถสร้างข้อมูลที่ตรงกับเงื่อนไขเฉพาะที่ต้องการได้
  • ลดต้นทุน : การเก็บรวบรวม และจัดการข้อมูลจริงมักมีค่าใช้จ่ายสูง ข้อมูลสังเคราะห์ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ดี
  • ติดป้ายกำกับอัตโนมัติ : การสร้างข้อมูลพร้อมป้ายกำกับช่วยให้ฝึกโมเดลได้รวดเร็ว และแม่นยำขึ้น ลดเวลาที่ต้องใช้ในการทำ Data Labeling
  • สร้างข้อมูลได้รวดเร็ว : สามารถสร้างข้อมูลจำนวนมากได้ภายในเวลาอันสั้น
  • รักษาความเป็นส่วนตัว : แม้ว่าข้อมูลสังเคราะห์จะมีลักษณะคล้ายข้อมูลจริง แต่ไม่มีข้อมูลส่วนบุคคลที่สามารถระบุตัวตนได้
  • ควบคุมได้ 100% : ผู้ใช้สามารถกำหนดปัจจัยต่าง ๆ เช่น การกระจายของข้อมูล และระดับตัวแปรรบกวน ทำให้ได้ข้อมูลที่เหมาะสมกับการใช้งาน

ข้อสังเกต

  • อาจไม่สมจริง 100% : แม้ว่าข้อมูลสังเคราะห์จะเลียนแบบข้อมูลแต่บางครั้งอาจขาดรายละเอียดซับซ้อนที่พบในข้อมูลจริง
  • ทดแทนข้อมูลจริงไม่ได้ทั้งหมด : ยังคงต้องใช้ข้อมูลจริงบางส่วนเพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลที่สร้างขึ้นมีความน่าเชื่อถือ
  • คุณภาพขึ้นอยู่กับโมเดลที่ใช้สร้าง : หากอัลกอริธึมที่ใช้สร้างข้อมูลไม่แม่นยำ ข้อมูลที่ได้อาจมีความผิดพลาด
  • ต้องมีความเชี่ยวชาญในการสร้างข้อมูล : การสร้างข้อมูลสังเคราะห์ที่ดีต้องใช้เทคนิคขั้นสูง และอัลกอริธึมที่เหมาะสม

การใช้ ข้อมูลสังเคราะห์ ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ (Applications of Synthetic Data in Various Industries)

1. การทดสอบซอฟต์แวร์ และระบบ (Software & System Testing)

ข้อมูลสังเคราะห์ถูกใช้ในการทดสอบระบบซอฟต์แวร์ เนื่องจากสามารถสร้างขึ้นได้ง่าย และปรับแต่งได้ตามความต้องการ ตัวอย่างเช่น แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต่าง ๆ สามารถสร้างข้อมูลสังเคราะห์ของลูกค้า จากรายการสั่งซื้อ และธุรกรรมจำลองได้ เพื่อทดสอบระบบชำระเงิน และตรวจสอบว่าระบบสามารถรองรับผู้ใช้จำนวนมากได้ หรือไม่ โดยไม่ต้องใช้ข้อมูลลูกค้าจริง

2. การฝึกโมเดล AI และ ML (AI & ML Training)

ข้อมูลสังเคราะห์ถูกนำมาใช้ฝึกโมเดล AI โดยเฉพาะในกรณีที่ข้อมูลจริงมีอคติ หรือไม่สมดุล เช่น เอามาฝึกระบบ Auto Pilot ในรถยนต์ไร้คนขับ บริษัทสามารถสร้างภาพสังเคราะห์ของถนนที่มีเงื่อนไขต่าง ๆ เช่น ฝนตกหนัก, หมอกหนา หรือคนเดินข้ามถนน เพื่อฝึก AI ให้เรียนรู้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้น้อยครั้งในชีวิตจริง เพื่อช่วยให้โมเดลทำงานได้ดีขึ้น และปลอดภัยมากกว่าที่จะไปฝึกบนถนนจริง ๆ

3. การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Protection & Compliance)

ข้อมูลสังเคราะห์มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้องค์กรปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล อย่าง GDPR และ PDPA ตัวอย่างเช่น ในเชิงของการแพทย์ แทนที่จะใช้ข้อมูลผู้ป่วยจริง ๆ ซึ่งมีข้อจำกัดด้านความเป็นส่วนตัว โรงพยาบาลก็สามารถสร้างข้อมูลสังเคราะห์ที่จำลองโรคประจำตัว และประวัติการรักษา เพื่อนำไปใช้ในการวิจัย และพัฒนา AI ด้านสุขภาพ โดยไม่ละเมิดสิทธิ์ของผู้ป่วย

บทสรุปของ การใช้ข้อมูลสังเคราะห์ (Conclusion of the use of Synthetic Data)

ข้อมูลสังเคราะห์ถือเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในโลกของการฝึกโมเดล AI และ ML ข้อมูลสังเคราะห์สามารถใช้แทนข้อมูลจริงได้ในหลายสถานการณ์ และช่วยแก้ปัญหาด้านการขาดแคลนข้อมูล, ลดอคติในโมเดล และที่สำคัญคือช่วยปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน

แม้ว่าข้อมูลสังเคราะห์จะมีข้อดีอยู่หลายประการ แต่ก็ยังมีข้อจำกัดที่อาจจะยังไม่สามารถแทนที่ข้อมูลจริงได้ทั้งหมด และคุณภาพของข้อมูลขึ้นอยู่กับโมเดลที่ใช้สร้าง แต่ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยี AI อย่างต่อเนื่อง ข้อมูลสังเคราะห์จะกลายเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมต่าง ๆ ช่วยให้ AI ฉลาดขึ้น, ปลอดภัยขึ้น และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

➤ Website : https://www.thaiware.com
➤ Facebook : https://www.facebook.com/thaiware
➤ Twitter : https://www.twitter.com/thaiware
➤ YouTube : https://www.youtube.com/thaiwaretv

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...