คนไทยชอบอาหารญี่ปุ่นมาก ‘ZEN’ แบรนด์ที่มีรายได้สูงสุดของธุรกิจ Zen Group กับเป้ารวมธุรกิคาดโต 5% ปีนี้
TODAY Bizview
อัพเดต 05 เม.ย. 2568 เวลา 13.36 น. • เผยแพร่ 05 เม.ย. 2568 เวลา 06.33 น. • workpointTODAYทุกวันนี้ต้องพูดว่า ‘ร้านอาหารญี่ปุ่น’กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนไทยมานานแล้ว นอกจากอาหารไทยที่เป็นของประจำคุ้นเคย ก็จะเป็นอาหารญี่ปุ่นหนึ่งในประเภทอาหารยอดนิยมของคนไทย
ข้อมูลของ ‘เจโทร’ (JETRO)องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่นในกรุงเทพฯ ได้เปิดเผยจำนวนร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยของปี 2567 ว่ามีจำนวนร้านอาหารญี่ปุ่นทั้งหมด 5,916 ร้าน เพิ่มขึ้น 165 ร้าน หรือ 2.9% เทียบกับปี 2566
ส่วน 5 ประเภทร้านอาหารญี่ปุ่นที่เปิดมากที่สุดในประเทศไทยที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ ก็คือ
- ภัตราคารร้านอาหารญี่ปุ่น
- ร้านซูชิ
- ร้านราเมง
- ร้านอิซากายะ
- ร้านชาบู-สุกี้
‘Zen Group’ เป็นหนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ของธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น โดยในเครือกว่า 6 แบรนด์เป็นอาหารญี่ปุ่น และอีก 4 แบรนด์คือร้านอาหารไทย ดังนั้น กลยุทธ์ ทิศทางของ Zen Group ในการดำเนินธุรกิจก็จะเป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อนหลักในตลาดไทย สำหรับคนที่ชอบอาหารญี่ปุ่น และมีแบรนด์มากมายจากในเครือที่คนไทยนิยม
อย่างเช่น Zen, AKA, On the Table, Din’s, TETSU และ Sushi Cyu & Carnival (ส่วนอาหารไทยได้แก่ เขียง, ตำมั่ว, ลาวญวน และ De Tummour)
โดย‘สรรคนนท์ จิราธิวัฒน์’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Zen Group มองว่า ในปีนี้ Zen Group ตั้งใจที่อยากจะให้ผู้บริโภคคนไทยเข้าถึงเมนูอาหารจาก Zen Group ในแต่ละแบรนด์มากขึ้น คาดหวังที่จะเห็นร้านอาหารภายใต้เครือเป็นหนึ่งของไลฟ์สไตล์ชีวิตประจำวัน ตามคอนเซ็ปต์ที่ชูก็คือ ‘Everyday Zen’ เพื่อสร้างความประทับใจให้ผู้บริโภค และคิดถึงกันในทุกมื้ออาหาร
ทาง Zen Group ได้เปิดเผย 3 แบรนด์ที่ทำรายได้สูงสุดให้กับ Zen Group ได้แก่
- ZEN – เป็นแบรนด์ที่ทำรายได้สูงสุดในกลุ่มร้านทั้งหมด กลุ่มลูกค้าค่อนข้างหลากหลายตั้งแต่เด็กนักเรียน ไปจนถึงกลุ่มครอบครัว และในปีนี้จะเปิดตัว Flagship Store แห่งใหม่ที่ Central Eastville อีกทั้งยังตั้งเป้ายอดขายแตะระดับ 1,200 ล้านบาทภายในปี 2568 ด้วย
- AKA– ร้านอาหารปิ้งย่างสไตล์ Yakiniku ปีนี้ตั้งหมายต้องการให้ AKA เป็นเบอร์ 1 ของปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น หลังพยายามขยายสาขาให้ครอบคลุมทั่วประเทศกว่า 50 สาขา และทำราคาให้เข้าถึงง่าย
- On the table– ร้านอาหารสไตล์โตเกียวคาเฟ่ เปิดสาขาแรกที่เซ็นทรัลเวิล์ด และปัจจุบันมีสาขารวมกัน 36 สาขาแล้ว
[ ปีนี้เตรียมลงทุนเพิ่ม 100 ล้าน ]
แม้ว่าเศรษฐกิจในช่วงนี้อาจจะไม่ดีมากนัก แต่ทาง Zen Group มองว่า ธุรกิจยังมีโอกาสเติบโตอยู่ โดยปีนี้จะใช้บลงทุนเพิ่มประมาณ 100 ล้านบาท สำหรับดันยอดขายในทุกแบรนด์ของเครือ
โดยกลยุทธ์ที่จะใช้ต่อไป 2 ด้านหลักๆ จากงบ 100 ล้านบาท ก็คือ การรีโนเวท และการเปิดสาขาใหม่ทั้งในไทย และต่างประเทศ
“ปีนี้เราตั้งใจจะเปิดร้านสาขาอีกประมาณ 8 แห่ง สาขาแรกจะประเดิมที่ร้าน On the table สาขาวันแบงคอก”
นอกจากนี้ยังมี ‘เขียง’ หนึ่งในร้านสตรีทฟู้ดยอดนิยมของเครือ ซึ่งในไตรมาสแรก ของปี 2568 มีเปิดเพิ่มที่ สปป.ลาว 1 สาขา และฟิลิปปินส์ 1 สาขา ส่วน On The Table และ ลาวญวน จะไปเปิดที่สปป.ลาว ในไตรมาส 2 ด้วย
ปี 2568 สำหรับ Zen Group ไม่ได้มองมาที่ ‘ร้านอาหาร’ อีกต่อไป แต่จะขยายไปสู่โปรดักส์รูปแบบใหม่ คือ ‘ตำมั่ว’ ได้ร่วมมือกับแมคโคร โลตัส เพื่อวางขาย‘ชุดผักส้มตำปลาร้า และ ชุดผักส้มตำไทย’ เพื่อขยายฐานลูกค้า เพิ่มความสะดวกสบายให้กับคนที่ชอบรสชาติของตำมั่ว และสร้างการรับรู้และจดจำให้กับแบรนด์มากขึ้น
กว่า 10 แบรนด์ 317 สาขาของ Zen Group ธุรกิจที่ทำร้านอาหารเป็นหลักในสัดส่วนรายได้กว่า 70% ของธุรกิจทั้งหมด ทั้งที่ลงทุนสาขาเองประมาณ 177 สาขา และ 140 สาขาทั้งในและต่างประเทศ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเชนร้านอาหารรายใหญ่ในไทยที่ยังยืนหยัดอยู่ได้ แม้ว่าธุรกิจร้านอาหารเป็น red ocean ขนาดนี้
ที่สำคัญมุมมองและการวางกลยุทธ์เพื่อให้ธุรกิจเติบโต ถือเป็นความเก๋าเกมในโลกธุรกิจ แม้ว่าจะมีแบรนด์ลูกๆ ห้อยตามกว่า 10 แต่การสร้างความโดดเด่น เอกลักษณ์ และการเติบโตที่ยั่งยืน ก็ยังเป็นโจทย์ที่ Zen Group ทำได้ดี
และในอนาคตการฉีกแพลนไม่ใช่เป็นธุรกิจร้านอาหารอย่างเดียว เพราะธุรกิจต้องปรับตัวตลอดเวลา ก็น่าจะทำให้แบรนด์ใน Zen Group ดูสดใสอยู่เสมอได้ไม่ยาก