แรงขาย LTF ไปแล้ว 20,000 ล้านบาท พุ่ง 4 เท่า ค้างท่ออีกเกือบ 2 แสนล้าน
นายกสมาคมบลจ. เผยแรงขาย LTF 20,000 ล้านบาท พุ่ง 4 เท่าจากปีก่อน ค้างท่ออีก 2 แสนล้าน พบสัญญาณชะลอขาย อีสท์สปริง มองหุ้นไทยแย่สุด 1,270-1,350 จุด ดีสุดให้กรอบ 1,350-1,450 จุด
นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บลจ. กรุงไทย (KTAM) ในฐานะนายกสมาคมบริษัทจัดการกองทุน (AIMC) เปิดเผยว่า ภาพรวมการขายกองทุนหุ้นระยะยาว (LTF) ล่าสุดเริ่มเห็นสัญญาณในทิศทางที่ดีขึ้น
โดยชะลอตัวลงนับตั้งแต่ต้นเดือนม.ค.2568 จนถึงปัจจุบันมียอดขายกองทุนLTF รวมประมาณ 20,000 ล้านบาท ส่งผลให้เงินลงทุนที่ครบกำหนดไถ่ถอนในปีนี้ล่าสุดเหลือไม่ถึง 200,000 ล้านบาท และคาดว่าการชะลอขาย LTF จะเป็นไปจนกว่าตลาดฯจะอยู่ในภาวะที่เหมาะสม
“โดยปกติแล้วเดือนม.ค.ของทุกปีจะมีแรงขาย LTF เข้ามา แต่ปีนี้มีแรงขายมากกว่าในทุกๆปีถึง 4 เท่าด้วยกัน ขณะนี้แรงขายเริ่มอยู่ในทิศทางที่ดีขึ้นในลักษณะที่ชะลอตัวลง”
นางชวินดา กล่าวอีกว่า การที่ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงต่อเนื่องในช่วงนี้ สำหรับนักลงทุนสถาบันถือเป็นจังหวะที่ดีในการเข้าไปลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีคุณภาพภาพในการสร้างผลตอบแทนให้กับพอร์ตลงทุน
นักลงทุนสถาบันอย่างกองทุนรวมต่างมองว่าตลาดหุ้นไทยยังมีหุ้นหลายกลุ่มและหลายตัวที่สามารถสร้างกำไรได้ โดยเฉพาะหุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผลสูง เมื่อเทียบกับเงินฝากในขณะนี้
“หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ยังมีศักยภาพดี เมื่อมอง Earning ตลาดในปีนี้ มั่นใจ ยังเติบโตได้”
นางชวินดา กล่าวว่านักลงทุนสถาบันยืนยันพร้อมเข้าลงทุนในช่วงที่ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลง เพื่อรอสถานการณ์ที่สมเหตุสมผล ดัชนีหุ้นไทยก็จะดีดตัวกลับมาเติบโตได้ ขณะที่ Book Value ตลาดไทยอยู่ในระดับต่ำมากๆ
ด้าน นายบดินทร์ พุทธอินทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บลจ.อีสท์สปริง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ภาพรวมหุ้นไทยที่ปรับตัวลงในขณะนี้ ไม่ได้เกิดจากกองทุนLTF เป็นหลัก และแรงขายLTF ได้ชะลอตัวลงแล้ว แต่เกิดจากนักลงทุนขาดความเชื่อมั่นจากความเสี่ยงนโยบายทรัมป์ 2.0 เป็นหลัก ทำให้นักลงทุนต่างชาติไม่กลับมาตลาดหุ้นไทยพร้อมกับยังขายหุ้นออกต่อเนื่อง
ทั้งนี้ประเทศไทยขาดดุลการค้าสหรัฐฯสูงโดยติดอันดับที่ 10 ทำให้นักลงทุนต่างจับตามองว่าจะโดนนโยบายด้านภาษีของทรัมป์เมื่อไหร่ ทำให้ชะลอการลงทุนออกไป
นายบดินทร์ กล่าวว่า นักลงทุนที่ขายLTF ออก พบว่าบางส่วนได้โยกไปลงทุนในกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG) สำหรับผู้ที่ยังต้องเสียภาษีอยู่ แม้ว่าจะมี Thai ESG ที่มีตราสารหนี้เข้ามาก็ตาม
อย่างไรก็ตามยังคงรอลุ้นLTFกลับมา เพื่อมาช่วยประคองตลาด บลจ.อีสท์สปริง มองดัชนีหุ้นไทยปีนี้เลวร้ายสุดที่ระะดับ 1,270-1,350 จุด กรณีดีสุดให้กรอบที่ระดับ 1,350-1,450 จุด