ฉันกลายเป็นภรรยาของคุณตัวร้ายในนิยายวันสิ้นโลก [อ่านฟรีจนจบถึงวันที่ 11 ตอนเที่ยงตรงจ้า]
ข้อมูลเบื้องต้น
คำเตือนเนื้อหา (Content Warning)
นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาที่เหมาะสำหรับผู้อ่านที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปเท่านั้น
เนื้อหาอาจมีการพรรณนาถึง ความรุนแรง การร่วมเพศอย่างโจ่งแจ้ง การล่วงละเมิด การใช้ภาษาไม่เหมาะสม และพฤติกรรมที่อาจกระทบกระเทือนจิตใจ
ผู้เขียนมิได้มีเจตนาส่งเสริมหรือสนับสนุนพฤติกรรมผิดกฎหมายใด ๆ ทั้งสิ้น
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
เนื้อหาทั้งหมดเป็นเรื่องสมมติ ตัวละคร เหตุการณ์ และสถานที่ถูกแต่งขึ้นเพื่อจุดประสงค์ทางวรรณกรรม
ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือเผยแพร่ซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต
ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม
………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
กู่ถิงเว่ย มองเงินเก็บในบัญชีที่เหลือเพียงน้อยนิด พรางเช็ดน้ำตาที่ไม่มีอยู่จริง ถามตัวเองครั้งที่ร้อยว่าที่ตัดสินใจมาทำศัลยกรรมนั้นถูกต้องแล้วใช่หรือไม่
ทว่าเมื่อคิดถึงว่าเพื่อนของน้องชายเรียกเธอว่ายาย ลูกค้าที่อายุรุ่นยายเรียกเธอว่าป้า เธอก็รู้สึกสะเทือนใจมากกว่าความเสียดายในทันที
เขาว่าความสวยมีต้นทุน และความสวยเองก็เป็นทุนที่สามารถสร้างเงินได้ หากเธอทำหน้าแล้วสวยชาตินี้ ทั้งยังหาเงินได้ เหมือนกับเหล่าสาวน้อยอินฟลูเอ็นเซอร์ทั้งหลาย ทำไมจะไม่ลองดูหละ
ทำบุญสวยชาติหน้า ทำหน้าสวยชาตินี้
ก็แค่ทำหน้าไม่ใช่หรอ หมดตัวก็หมดตัว เงินหมดก็หาใหม่ได้ เธอเป็นนักขายมือทองผู้ที่หาเงินได้วันละหลักแสนเลยนะ และถ้าสวยแล้วจะต้องหาได้เยอะกว่านี้อย่างแน่นอน
หญิงสาวคิดเช่นนั้นจนกระทั้งหลายเดือนผ่านมา
บรื้น โครม
กู่เว่ยเว่ยผู้กำลังเดินเฉิดฉายไปตามทางเดินด้วยความภาคภูมิใจในความสวยที่ไปทำมา หลังจากทำหน้ามาแล้ว ใบหน้านี้ก็ได้สร้างผลตอบแทนให้เธออย่างมหาศาลจริง ๆ ช่างคุ้มค่าที่ลงทุนไปทำสวย และแน่นอนเงินเหล่านั้นก็มาจากการขายของผ่านหน้าตา เพราะเธอขายคอร์สทำหน้านั่นเอง
ทว่าอยู่ ๆ คนพึ่งสวยและรวยมากผู้นี้ก็ได้รับของขวัญจากฟ้าเป็นยายป้ามหาภัยที่ตั้งใจขับรถชนเธอจนตายคาที
ก่อนโลกจะมืดมิด ยังได้ยินเสียงด่าทออย่างไร้สำนึกว่า “นังหน้าด้านชั้นต่ำนั้น มันแย่งสามีชั้น ชั้นไม่ผิด ๆ”
ไม่ผิดบ้านป้าสิ ชนผิดคนแล้ว ชั้นเป็นสาวโสดซิงมาตั้งแต่เกิด อย่าว่าแต่สามีป้าเลย ผู้ชายสักคนยังไม่เคยได้รับสถานะคนคุณกับฉันเลย ขนแก่ ๆ สักเส้นของฉันแม้แต่สัมผัสกับสิ่งมีชีวิตเพศชายด้วยความรู้สึกวาบหวามยังไม่เคย ฉันจะไปแย่งสามีสารเลวของป้าตอนไหน
ตอบ
แอ้ก
แล้วทุกอย่างก็จบลงแบบนี้ ฉันตายหลังจากที่สวยแล้ว ทั้งยังตายผิดคนเสียด้วย
บัดซบเถอะ
แต่ดูเหมือนสวรรค์จะเมตตาคนพึ่งได้สวยอย่างฉันจึงในฉันได้ตื่นขึ้นมาในร่างคนสวย และรวยมาก แค่นั้นยังไม่พอ ยังมีสามีหล่อ รวย ล้ำ แบดบอย เซ็กซี่ ขยี่ใจสุด
เสียอย่างเดียวเลย
สามีสารเลวคนนี้ของฉัน ไม่เพียงรักเพื่อนสนิทหักเหลี่ยมโหดของฉันหัวปักหัวปำ สุดท้ายยังกล้าทรมานภรรยาที่สวยขนาดนี้จนตายอย่างอนาถ
ตายบนเตียงอย่างร้อนแรงก็แล้วไปเถอะ
ไอ้เลวนั่น มันผลักฉันไปจมบ่อขี้ตาย
ไอ้คนหัวไร้สมอง มีสมองก็ไร้รอยหยัก ไร้ศีลธรรม จิตใจมืดมน ทำกับคนสวยขนาดนี้ได้ลงคอได้ยังไง ถุย ๆ ๆ ถ้าแม่ไม่สั่งสอนแกจนจำหน้าแม่ดอกบัวขาวนั้นไม่ได้ แม่ไม่ขอใช้แซ่กู่
ขณะที่กำลังคิดอย่างฮึกเหิม
“คุณนายโม่ ถึงแล้วครับ”
กู่เว่ยเว่ยที่ตอนนี้กลายเป็นคุณนายโม่ มองไปที่เหล่าบอดิการ์ดนับร้อยทีี่มีปืนแอบไว้กับตัวอย่างน้อยคนละกระบอกของสามี และสะบัดหน้าด้วยความเยื้อหยิ่ง หัวเราะในใจกล่าวอย่างเรียบง่าย
ฮึ เพราะเสียหายความสวยที่ได้มาแล้วฟรี ๆ หรอกนะ ถึงยังใจดีไม่ลงมือหนะ โชคดีที่ชาตินี้ฉันเปลี่ยนแซ่แล้ว งั้นเอาชีวิตให้รอดก่อนแล้วค่อยว่ากันก็แล้วกัน
……………………………….
แนะนำตัวละคร
1.กู่ถิงเว่ย นางร้ายผู้มีใบหน้าและรูปร่างฟ้าประทาน สวย รวย แต่ไม่มีสมอง
2.ผู้เฒ่ากู่ กู่หยางเซิง ตาของกู่ถิงเว่ย รักและตามใจหลานสาวอย่างยิ่ง มีคติว่าเด็กผู้หญิงต้องนิสัยเสียหน่อย ๆ จึงจะไม่ถูกรังแก แต่ดูเหมือนเขาจะเลยเถิดเกิดไปหน่อย หลานสาวสุดที่รักของเขาจึงร้ายกาจกว่าที่ได้วางแผนเอาไว้จนรับมือแทบไม่ทัน
3.อันฮ่าวเหริน (โม่ฮ่าวหราน) เด็กหนุ่มที่ถูกผู้เฒ่ากู่รับมาเลี้ยงดูตั้งแต่เด็ก เพราะมองเห็นความสามารถและพรสวรรค์ของเขาจึงคิดจะปั่นให้เป็นมือขวาของหลานสาวช่วยดูแลเธอในตอนที่เขาไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว
4.เฉินลู่หมิง คุณชายใหญ่เฉิน พระเอกของนิยาย เย็นชา รักเดียวใจเดียว
5.เฉินจวิ้นอวี้ คุณชายรองเฉิน พระรองของนิยาย ใจร้อน เจ้าอารมณ์ ชื่นชมอู่ซวนซวนที่เคยช่วยเหลือพวกเอาไว้ตั้งแต่ยังเด็ก
6.อู่ซวนซวน นางเอกของนิยาย สวย ใส จิตใจดี ยึดมั่นในคุณธรรมของตนเอง
7.โหลวจิ่น หลานสาวของคุณนายเฉิน
8.โม่อี้เหริน น้องชายโม่ฮ่าวหราน
9.โหลวเสว่ซี น้องสาวบุญธรรมของตระกูลโม่
10.ตระกูลผู้บัญชาการโจว โจวหลาง โจวเฟยหลานชายของโจวหลาง พลังวิวัฒนาการกระสุนพาสมาร์และแรงดึง โจวลี่ลี่หลานสาวของโจวหลางพลังบาเรียป้องกันและพลังตรวจสอบสิ่งที่อยู่ในบาเรีย
11.ตระกูลหยางผู้บัญชาการหยาง หยางโม่แฝดชายพลังไฟสีฟ้า หยางเมี่ยวพลังความเร็ว
……………………………………………………………………..
เอาปกมาอวด อิฮิ
ในเมื่อเรากรอบ เราก็วาดแม่มเองเลย 555
อยากวาดคนอยู่ แต่คนเบี้ยว 555 เอาต้นไม้ไปก่อนนะ ไม่รู้ชาติไหนคนจะเลิกเบี้ยว
เยิฟ ๆ ขอบคุณทุกคนที่เดินทางมาด้วยกันนะคะ
จุ้บ
ตื่นมาอีกทีมีสามีเสียแล้ว (รีไรท์) [ตรวจคำผิด 1]
กู่ถิงเว่ยถามตัวเองรอบที่ล้าน ว่าเรื่องวาบหวามที่กำลังเกิดขึ้นเป็นความฝันเหมือนจริงของเธอ หรือเธอกำลังโดนใครมอมเหล้าจริง ๆ
“อ้ะ แรงไปแล้ว”
ชายหนุ่มเหนือร่างไม่เพียงไม่ออมแรงกลับฮึกเหิมยิ่งกว่าเดิม ทำให้ประสบการณ์ครั้งแรกของหญิงไม่สาวอย่างกู่ถิงเว่ยซาบซ่านรัญจวนแทบขาดใจ
ย้อนกลับไปก่อนหน้านั้น กู่ถิงเว่ยจำได้อย่างชัดเจนว่าตัวเองตั้งใจจะนำเงินเดือนของเธอมาถล่มร้านหนังสือให้เละ หลังจากที่ไปทำหน้ามาใหม่แล้วขายของ ขายคอร์สทำศัลยกรรมได้ปังแบบฉุดไม่อยู่ ทำให้เธอได้เงินเก็บที่ลงทุนไปกลับมาภายในหนึ่งเดือน
จึงคิดมอบของขวัญให้ตัวเองเป็นวันหยุดที่ไม่ต้องอาบน้ำ และไม่ต้องทำงาน นอนอ่านนิยาย กินอาหารที่ชอบอย่างไม่สนโลกสามวันติด
ไม่คาดคิด ขาของเธอยังไม่ทันได้ก้าวเข้าสู่ประตูห้าง รถของป้าหัวร้อนคนหนึ่งก็ขับชนเธอจนร่างลอยกระเด็น รู้ตัวอีกทีทุกอย่างก็มืดสนิท
เธอคิดว่าตัวเองต้องตายแแน่ ๆ
ทว่ากลับตื่นขึ้นมา ในงานเลี้ยงสังคม ที่หรูหราอย่างถึงที่สุด เธอรู้สึกปรับตัวไม่ได้อยู่บ้างและคิดว่าตัวเองอาจจะอยู่ในความฝันเพราะรอดชีวิตมาได้จากการถูกชนครั้งนั้น ไม่แน่ว่าคงจะกลายเป็นผักอยู่ในห้องผู้ป่วยของโรงพยาบาลสักแห่ง คิดไปคิดมาก็รู้สึกกังวลว่าจะถูกประกันเบี้ยวค่ารักษา บริกรคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเธอพร้อมกับถาดที่มีแก้วไวน์อยู่ด้านบน หญิงสาวกล่าวขอบคุณด้วยความเคยชิน มือเรียวบางที่สวมถุงมือหยิบแก้วไวน์สีใสขึ้นมาดมแล้วลองจิบดู หลังจากได้รับรสขมคอก็อดไม่ได้ที่จะมีใบหน้าเหยเก
คิดในใจอย่างหัวเสีย นี้ขนาดอยู่ในฝันของเธอแท้ ๆ ยังรสชาติห่วยไม่เปลี่ยนเลย คุณป้าอายุสามสิบกว่าผู้ไม่เข้าใจสุนทรีย์ของการดื่มสุราวางมันลงบนโต๊ะแล้วจึงเดินตรงไปยังโซนอาหาร บนโต๊ะตัวยาวที่ดูหรูหรา อาหารขนาดกะทัดรัดละลานตาจนนับไม่ไหว ทุกอย่างที่วางเรียงอยู่ตรงหน้าล้วนเป็นอาหารที่เธออยากกินในชาติที่แล้ว แต่ก็ไม่มีโอกาสได้กิน ลาภปากล่ะสิทีนี้ มือเรียวสวยข้างหนึ่งหยิบถาด ข้างหนึ่งจับที่คีบ และคีบจานนั้น ตักจานนี้ทีอย่างสนุกสนาม ไม่น่าเชื่อว่าการที่นอนเป็นผักจะทำให้ฝันได้เหมือนจริงขนาดนี้ แม้แต่กลิ่นก็ยังมี
หลังจากตักจนเต็มจานใหญ่ ไม่เหลือที่ว่างไว้ให้วางอะไรแล้ว หญิงสาวยิ้มออกมาด้วยความพออกพอใจ เดินถือจานไปหาที่นั่งกิน ผู้คนที่อยู่ในงานเลี้ยงที่ดูหรูหราแห่งนี้ ไม่มีใครสนใจอาหารที่วางเรียงรายอยู่ตรงนี้เลยสักคน ซึ่งนั้นก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเธอ ถึงจะรู้สึกอึดอัดกับสายตาที่จ้องมองมาจากรอบด้าน แต่เธอก็ได้สร้างกำแพงหน้าโบกทับใบหน้าใหม่ที่ไฉไลของตนเองไว้แล้ว ในเมื่อนี้มันในฝันของเธอ เธออยากกินก็จะกิน
ทว่าความสุขของเธอก็ถูกขัดด้วยร่างสูงในชุดสูทสีน้ำตาลอ่อนของหนุ่มหล่อคนหนึ่ง แขนแกร่งใช้แรงของตนเองจับไปที่ข้อมือของกู่ถิงเว่ยที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว และกระชากร่างเธออย่างแรงจนเซ ร่างบางถลาเข้าไปหาชายหนุ่มแบบหยุดไม่อยู่ ทว่าคนตรงหน้าที่เป็นสาเหตุกลับไม่แม้แต่จะรับเธอเอาไว้ ตรงกันข้ามเขากลับปล่อยให้ร่างของเธอลอยวืดล้มลงไปด้านล่างพร้อมจานหลุดกระเด็นกับอาหารที่ตกกระจัดกระจายออกไปทั่วพื้น
“เสแสร้งเก่งจริงนะ กู่ถิงเว่ย บอกฉันมาว่าแกเอาตัวซวนซวนไปไว้ที่ไหน” ชายหนุ่มพูดขึ้นสีหน้าท่าทางของเขาแสดงออกอย่างชัดเจนถึงความโมโหที่ไม่คิดจะปิดบัง
กู่ถิงเว่ยโกรธจนเลือดขึ้นหน้าเมื่อเธอยืนขึ้นมาได้อย่างมั่นคงก็ยกเท้าขึ้นแล้วถีบร่างสูงจนล้ม หากไม่ติดว่ากระโปรงที่ยาวลากพื้นของเธอทำให้เธอยกขาได้ไม่สะดวก เธอก็อยากจะมอบฝ่าเท้าเข้า เบ้าหน้าของเขาสักครั้ง เหตุการณ์เช่นนี้ย่อมไม่เป็นไปตามการคาดการณ์ของผู้คนโดยรอบ การตอบโต้ที่รุนแรงและเฉียบคมของหญิงสาวทำให้รอบข้างอ้าปากค้างด้วยความตะลึงจนพูดไม่ออก เสียงกระซิบที่เคยมีก่อนหน้านี้เงียบลงในพริบตา
“โอ้ย ขอโทษด้วย เท้าลื่นน่ะค่ะ ที่นี่ให้หมาบ้า เอ่ยคนบ้าเข้างานด้วยหรอคะเนี้ย ถ้าป่วยก็ไปรักษาซะนะคะ หรือไม่ก็ไปรับยามากิน อย่ามาไล่กัดคนอื่นเขาไปทั่วอย่างนี้ มันเสียเวลาชีวิตคนอื่นเขา หวังว่าจะไม่มีครั้งหน้าอีกนะคะ ฉันไม่อยากเท้าลื่นจนสัมผัสกับหน้าด้าน ๆ ของใครเข้า มันจะบาดหนังเท้าอันบอบบางของฉันเอาได้” กู่ถิงเว่ยทำท่าปัดฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริง และสะบัดหน้าจากไปทั้งอย่างนั้น
เฉินจวิ้นอวี้มองคนตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ “กู่ถิงเว่ยแกบ้าไปแล้วหรอ แกกล้าถีบฉัน ฉันจะฟ้องพี่ใหญ่ พี่ใหญ่จะต้องมาจัดการคนสารเลวอย่างแกให้ฉันแน่”
“เชิญเถอะค่ะ คุณอย่างทำอะไรก็เชิญได้เลย แต่ถ้ามายุ่งกับฉันกู่ถิงเว่ยคนนี้ หวังว่าคุณจะเตรียมใจผลที่ตามมานะคะ” กู่ถิงเว่ยหันหน้ากลับมามองชายหนุ่มที่พึ่งจะยืนขึ้นมาก็ชี้หน้าเธอด้วยดวงตาเปล่งประกายโหดเหี้ยม ในฝันนี้ฆ่าใครก็ไม่ผิด จะจัดการไอ้หน้าโง่คนไหนก็ได้ไม่ติดคุก หากเขายังไม่หยุด เธอก็อาจจะทำอย่างนั้น ยังไงก็เป็นแค่ความฝันอยู่แล้วนี่ มีสิทธิ์อะไรมาห้ามให้คนอื่นฝันดีกัน ไอ้คนหน้าหนามารยาททรามนี่
ไอสังหารที่ถูกปล่อยออกมาอย่างไม่ปิดบังทำให้รอบด้านเย็นเยียบลงอย่างน่าประหลาด แม้เธอจะเป็นหญิงไร้ราคา คุณหนูบ้านรวยไร้สมองที่ตกเป็นเป้าโจมตีทั้งทางวาจา และการกระทำของพวกเขาเสมอมา ทว่านี้เป็นครั้งแรกที่พวกเขาเห็นกู่ถิงเว่ยในรูปแบบนี้ แม้แต่คุณชายรองเฉินที่ทำเก่งเมื่อครู่ก็ยังตกตะลึงและอดที่จะหวาดกลัวไม่ได้
เขารู้สึกราง ๆ ว่าหากตนเองยังไม่หยุด กู่ถิงเว่ยจะต้องฆ่าเขาแน่ ๆ
เห็นว่าทุกอย่างดูจะเงียบสงบลงในที่สุด กู่ถิงเว่ยที่อารมณ์เริ่มไม่ดี จึงได้เดินต่อไป เธอไม่สนใจจัดการกับคราบสกปรกบนชุด เพราะมันเสียเวลาฝันดีของเธอ
“สะ ไสหัวกลับมาเดี๋ยวนี้ กู่ถิงเว่ย” เห็นหญิงสาวกำลังจะเดินจากไปจริง ๆ เฉินจวิ้นอวี้รู้สึกเหมือนโดนดูถูก กู่ถิงเว่ยไล่ตามพี่ชายของเขามาสิบปี ดังนั้นจึงยอมเป็นเบี้ยล่างให้เขาคอยโขกสับมาสิบปีเช่นกัน เธอมีสิทธิ์อะไรกล้ามาทำให้เขาขายหน้าต่อหน้าทุกคน
“ไสหัวนายเองสิ ประสาท” เธอไม่เคยเจอฝันครั้งไหนแปลกประหลาดขนาดนี้เลย พอเห็นบริกรคนเดิมเดินถือถาดใส่แก้วมาหาอีกครั้งจึงได้ยกแก้วดื่มรวดเดียวหมดด้วยความโมโห แล้วปาแก้วไปทางชายหนุ่มน่ารำคาญจนแตกดังเพล้ง
เฉินจวิ้นอวี้ตกใจจนสะดุ้ง เขาโกรธจนลืมกกลัว ตั้งใจจะเดินเข้าไปจัดการตบสั่งสอนหญิงสาวด้วยความเคยชิน เพื่อสั่งสอนยายผู้หญิงร่านนี้ให้รู้จักที่ต่ำที่สูง และทำให้เธอต้องอับอายไปชั่วชีวิต ทว่ากลับเสียงโทรศัพท์ขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน เพราะมีเพียงคนในครอบครัว เพื่อนสนิทและอู่ซวนซวนเท่านั้นที่มีเบอร์เขา เขาจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู จึงได้เห็นว่าคนที่โทรเข้ามาก็คือ อู่ซวนซวน คนที่ตนเองกำลังตามหาเป็นบ้าเป็นหลังอยู่ในขณะนี้ “ฝากไว้ก่อนเถอะ นางคนสารเลว”
ฝั่งของกู่ถิงเว่ย ไม่ได้สนใจเขาเลยแม้แต่น้อย เธอกระดกไวน์ลงไปอีกแก้ว ใบหน้าสวยงามของหญิงสาวก็เหยเกด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่พึ่งดื่มลงไป พลางบ่นในใจว่าในงานนี้มันจะไม่มีน้ำเปล่าหรือน้ำผลไม้ให้ดื่มบ้างเลยหรือไงนะ เธอก็ขี้เกียจจะไปขอกับบริกร กลัวฝันเกือบดีของเธอจะจบก่อนที่จะได้กินของอร่อย ว่าแล้วร่างบางก็พาตัวเองมุ่งหน้าไปตักอาหารมากินใหม่ กินไปได้สักพัก เธอก็รู้สึกว่าหัวของเธอก็เริ่มมึนและต้องการไปปลดทุกข์ หญิงสาวเดินหาห้องน้ำ พลางภาวนาในใจให้คุณพยาบาลคนสวยที่ดูแลร่างที่เธอคิดว่ากำลังนอนเป็นผักอยู่ให้สังเกตเห็นและทำความสะอาดสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ เพราะถ้าในฝันรู้สึก ของจริงจะต้องกำลังมาเร็ว ๆ นี้แน่นอน
เดินมาจนถึงห้องน้ำ ก็มีชายร่างสูงในชุดสูทสีดำขวางหน้าเธอเอาไว้ “คุณหนูกู่ คุณชายเฉินเรียกพบคุณ”
กู่ถิงเว่ยกรอกตามองบน ทำไมคนในฝันของเธอมีแต่พวกประสาทแดก คนปวดฉี่ขอไปฉี่ก่อนไม่ได้หรือไงกัน “ฉันจะเข้าห้องน้ำพวกคุณหลีกไป”
หลังจากทั้งสองได้ยินเช่นนั้นก็หลีกทางให้หญิงสาวโดยไม่คิดจะปกปิดความรำคาญและความไม่เคารพของเขา เมื่อกู่ถิงเว่ยจัดการธุระเสร็จก็ได้ออกมา ทว่าความรู้สึกแปลกประหลาดกลับยังคงไม่่จางหายไป ตั้งใจว่าจะกลับไปกินของอร่อยอีกสักรอบ แล้วค่อยหาที่นอนพักผ่อน ไม่แน่ว่าร่างกายของเธอในตอนนี้อาจจะกำลังอยู่ในสภาพที่ไม่ดีนัก หรือไม่ก็ไข้ขึ้น ทำให้เธอรู้สึกร้อนและไม่สบายตัวแบบนี้
แต่ถึงแม้จะรู้สึกผิดปกติ ก็ไม่มีอะไรมาหยุดยั้งการกินของเธอได้ เมื่อได้มากิน ก็ขอให้กินจนสาแก่ใจสักที ความฝันเป็นจริงได้กินอาหารอร่อยฟรี ทั้งแซลมอน ทูน่า อาหารญี่ปุ่น อาหารไทย อาหารจีน มีีแต่ของเลิศ ๆ ถูกปากเธอทั้งนั้น เธอยังกินได้ไม่ถึงครึ่งเลย นอกจากนี้อาหารพวกนี้กินแล้วก็ไม่ต้องกลัวอ้วน เพราะอยู่ในความฝัน
เธอเป็นหญิงวัยทองอายุเข้าเลขสี่แล้วการอ้วนไม่ใช่เรื่องตลก สุขภาพก็โรยรา ต้องรักษาไว้ดี ๆ เพราะเธออยากแก่อย่างมีคุณภาพ ทว่าผลลัพธ์ที่ได้ก็คือเธอถูกชายร่างยักษ์สองคนหิ้วปีกซ้ายขวา พาเดินขึ้นลิฟไปไหนสักที่ แน่นอนว่าเธอรู้สึกไม่ยินยอมและต้องการจะตอบโต้ทว่าเรี่ยวแรงในร่างกลับเหือดหาย ราวกับกลายเป็นแป้งเปียก
หญิงสาวถูกพาขึ้นมายังชั้น 29 ตลอดทางตั้งแต่ออกมาจากลิฟไม่มีใครอยู่เลย คนในงานหลายคนที่สังเกตเห็นเหตุการณ์นี้ ทว่าก็ไม่มีใครเข้ามาช่วย ชายสองคนพาเธอมาจนถึงห้องห้องหนึ่ง แล้วพวกเขาก็ผลักเธอเข้าไปยังห้องห้องนั้น เธอรู้สึกร้อนอบอ้าวแปลก ๆ พยายามเปิดประตูออกไป “นี้ จับฉันมาหาพระแสงอะไร ปล่อยนะโว้ย คนจะกินข้าว นี่มันความฝันของฉันไม่ใช่หรือยังไง ทำไมมีแต่คนชอบขัดใจจริง ๆ” ทว่าทำอย่างไรประตูตรงหน้าก็ไม่มีทีท่าว่าจะเปิดออก
หญิงสาวไร้ทางเลือก เธอรู้สึกมึนหัวและร้อนแปลก ๆ จึงคิดจะเข้าไปนอนพักในห้องสักหน่อย พอมาถึงเตียงสิ่งที่รอเธออยู่กลับเป็นหนุ่มน้อยหน้าตาน่าหม่ำ หุ่นล่ำกล้ามโตคนหนึ่งที่ถูกจับมัดและเสื้อผ้าหลุดลุ่ย ใบหน้าแดงก่ำของเขาราวกับประติมากรรมชั้นยอดที่ผสมผสานความงดงามและความหล่อเหลาเอาไว้ในคนคนเดียวกัน คนหล่อระดับนี้เธอย่อมเคยเห็นมามากมายตามสื่อ และหน้าหนังสือนิตยสาร ทว่าไม่มีคนหล่อคนไหนนอนถอดเสื้อผ้ารออยู่บนเตียงคอยให้เธอไปย่ำยีตามใจเหมือนคนตรงหน้า ดังนั้นเธอจึงใจดีให้คะแนนความหล่อของเขามากกว่าคนอื่น ๆ ที่เคยเจออีกหลายคะแนน
มองไปที่ใบหน้าแดงก่ำที่ดูทั้งร้อนแรงและร้อนรน เห็นได้ชัดว่าหนุ่มน้อยเนื้อขาวอวบน่ากินคนนี้ดูจะไม่ยินยอมเป็นอย่างยิ่ง แต่ไม่ยินยอมแล้วอย่างไร เขาได้เข้ามาในความฝันของเธอแล้ว อีกทั้งยังแก้ผ้าเตรียมโดนเผด็จศึกอยู่บนเตียง ทั้งแขนและขาถูกมัดไปติดกับเสาเตียง มีแต่ผ้าห่มที่ถูกปิดอย่างหมิ่นเหม่ แต่ก็ไม่อาจซ่อนอาวุธที่ใหญ่และยาวของเขาเอาไว้ได้ มันกำลังตื่นเต้นและโมโหชี้หน้าเธออยู่ในผ้าห่มสีขาวที่น่าโมโหผืนนี้แน่ ๆ และเพื่อสั่งสอนสิ่งที่กล้าชี้หน้าเธอ กู่ถิงเว่ยเผยรอยยิ้มหื่นกามและเปิดผ้าห่มเพื่อสั่งสอนเจ้าหนอนน้อยที่กำลังโมโหตัวนั้น
อันฮ่าวหรานรู้สึกโลกจะถล่ม ใครมาไม่มากลับเป็นกู่ถิ่งเว่ย ผู้หญิงที่น่าขยะแขยงคนนั้น ทำให้เขาแทบอยากจะตายไปให้รู้แล้วรู้รอบ การที่ถูกคนที่ไว้ใจร่วมมือกับศัตรูเล่นงานจนตกอยู่ในสภาพแบบนี้ก็เป็นสิ่งที่น่าเศร้าอยู่แล้ว คนที่มาซ้ำเติมเขายังเป็นหญิงสาวตรงหน้าที่ทำร้ายเขามาทั้งชีวิต เขาสาบานในใจว่าหากเธอกล้าเอามือสกปรกคู่นั้นมาแตะต้องเขาล่ะก็ เขาจะทำให้เธอชดใช้อย่างสาสม
หมับ
“ฮิ ๆ นุ่มนิ่มดีจัง เจ้าหนอนน้อย”
เฮือก อย่า อย่านะ ริมฝีปากบางแม้มแน่น เขาส่ายหัวอย่างไม่ยินยอม ปากที่อ้าออกเพื่อร้องห้ามกลับไร้ซึ่งความหมาย “เฮือก อ้า ๆ ๆ ๆ”
“อ้าว หนุ่มน้อย พูดไม่ได้หรอ น่าสงสารจังเลย” กู่ถิงเว่ยใช้มืออีกข้างที่ยังว่างลูบใบหน้าของเขา สายตาร้อนแรงแสดงความเห็นใจชั่วครู่ ก่อนจะกลับมาหื่นกระหายเหมือนเดิม พร้อมกับหยิกแก้มเนียนนิ่มของคนตรงหน้าไปอีกหนึ่งทีด้วยความมันเขี้ยว
“ผู้ชายอะไรผิวดีชะมัด เป็นอย่างนี้ ฮ่องเต้ อย่างข้าก็ไม่โปรดปรานเจ้าได้อย่างไร วะ ฮะ ๆ ๆ ฮา มานี่เจิ้นจะทำให้เจ้าขึ้นสวรรค์ไปกับเจิ้น” ด้วยความเมามายบวกกับฤทธิ์ยา หญิงสาวเริ่มเพ้อเจ้อ พูดบทนิยายที่อ่านมาราวกับคนบ้า
อันฮ่าวหรานยิ่งเห็นก็ยิ่งหวาดผวา ยิ่งได้ยินก็ยิ่งกลัว เสียดายที่ความกลัวของเขาสู้ฤทธิ์ยาที่ได้รับมาในปริมาณมากไม่ได้ เจ้าหนอนน้อยยังคงเต่งตึงเด้งสู้มือของหญิงสาวขี้รังแกโรคจิตตรงหน้าอย่างไร้ทางออก
มือเล็ก ๆ ที่นุ่มยิ่งกว่าเต้าหู้ของเธอทำงานได้เร็วกว่าสมอง แป๊บเดียวทั้งเสื้อผ้าที่เหลืออยู่เล็กน้อยของร่างสูง และของตนเองก็ถูกลอกคราบของจนเกลี้ยง
ร่างเล็กขึ้นคร่อมคนตัวโตกว่าด้วยความกล้าบ้าบิ่นและต้องการลิ้มลองรสชาติของสิ่งที่เจอไม่เคยสัมผัสมาก่อน มือทั้งสองลูบไล้ไปตามกล้ามเนื้อทั้งแขน ขา ลำคอ หน้าอก หน้าท้อง และก้น ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เผลอชมออกมาตามที่คิด “เนื้อแน่นเด้งสู้มือดีจริง ๆ ถูกใจท่านหญิงผู้นี้ยิ่งนัก”
และตอนนี้หญิงบ้าโรคจิต ได้เปลี่ยนตัวเองจากฮ่องเต้กลายเป็นท่านหญิงไปแล้ว แม้ร่างกายจะร้อนรุ่ม อันฮ่าวหรานก็อดไม่ได้ที่จะขนลุกซู่ เขาอยู่บ้านเดียวกับเธอมาตั้งนาน ทำไมไม่เคยรู้มาก่อนว่าผู้หญิงคนนี้ ไม่ได้แค่บ้าผู้ชายเท่านั้น เธอเป็นบ้าจริง ๆ
“เอาหละ หนุ่มน้อย อาเจ๊คนนี้จะใจดี สั่งสอนด้วยความรู้ทางทฤษฎีทั้งหมดให้นายอย่างเต็มที่ ไม่ต้องกลัว ๆ ไม่มีอะไรน่ากลัวเลยเห็นมั้ย เดี๋ยวก็มีความสุขแล้ว” คำพูดประหลาดที่เหมือนพวกโรคจิตที่กำลังหลอกล้อเด็กหนุ่มพวกนี้ หากอยู่ในสถานการณ์ปกติ อันฮ่าวหรานคงไม่แม้แต่จะสนใจ ทว่าเพราะเขาถูกฤทธิ์ยาทำให้อ่อนแรงและตื่นตัวอย่างถึงที่สุด ไม่ใช่แค่รู้สึก เขากลัวแทบจะร้องไห้อยู่แล้ว
ไม่กลัวบ้านเธอสิ
กู่ถิงเว่ยมองประเมินแล้ว เห็นว่าเจ้าหนุ่มน้อยเนื้อหวานตรงหน้าดูจะไม่ยินยอมพร้อมใจและยังกลัวอยู่บ้างก็ไม่คิดพูดมาก เอาเถอะ นี่ถือว่าเธอใจดีแล้วนะ อุตส่าห์ปลอบตั้งนาน ทั้ง ๆ ที่ด้านล่างปวดตุบ ๆ และฉ่ำชื้นได้ที่ ใครจะใจดีปลอบคนแปลกหน้าในความฝันของตัวเองเหมือนเธอบ้าง
มือเล็กเริ่มอยู่ไม่สุข เขี่ยไปที่จุดสีชมพูเข้มบนหน้าอกของคนใต้ร่างอย่างนึกซุกซน ใบหน้าเนียนใสที่แดงก่ำนิดโน้มตัวลงมาและใช้ลิ้นชิมรสของมัน แต่ก็ถอยออกมาก่อน
“อ่า เจ๊ไม่กล้าอะ หนุ่มน้อยอาบน้ำแล้วหรือยัง เจ๊ไม่ได้จะว่าหรอกนะ แต่คนเราจะซกมกไม่ได้ อาบน้ำแล้วใช่มั้ย” เธอพูดราวกับคนที่วางแผนจะนอนอ่านนิยายโดยไม่อาบน้ำสามวันสามคืน ไม่ใช่ตัวเอง
=*=
หญิงสาวก้มลงไปดมสำรวจดูอีกครั้ง พบว่าไม่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ จึงได้ทำใจกล้าลองดูอีกครั้ง แล้วก็ขมวดคิ้วเงยหน้าขึ้น “เค็มนะ”
อันฮ่าวหรานรู้สึกคิ้วกระตุก หากไม่ติดว่าเธอเป็นผู้หญิงเขาก็อยากลองทุบคนดูเหมือนกัน
“แต่ไม่เป็นไร ๆ มันก็ไม่ได้เค็มขนาดนั้นหรอก ยังไงก็ฝันนิเนอะ เจ๊จะไม่คิดมากก็แล้วกัน คนเรามันก็เค็ม ๆ เปรี้ยว ๆ กันบ้าง”
ยิ่งฟังยิ่งทำให้คนโมโห เขารู้สึกว่าฤทธิ์ยาเองก็ไม่เท่าไหร่ ตอนนี้เขาโมโหยายบ้านี่แทบตายแล้ว จะทำอะไรก็ไม่ทำสักที หลอกให้เขากลัว แหย่ให้เขาโมโห เรื่องแบบนี้เธอช่างถนัดจนเขาอยากจะสลบไปซะจะได้ไม่ต้องมารับรู้กับยายผู้หญิงน่าโมโหคนนี้
“ฮิ แค่หยอกเล่นน่ะ ก็เห็นเครียด นายหวานดีนะ รสชาติใช้ได้เลย” หลังจากนั้นคนน่าโมโหก็แปลงกายเป็นจิ้งจอกสาวที่ช่ำชองและเย้ายวน มือทั้งสองทั้งสะกิด ทั้งลูบไล้ บ้างก็ใช้เล็บที่แหลมคมสร้างความเจ็บปวดปนเสียวซ่านให้เขา ลิ้มฝีปากอิ่มเล็กที่สารวนอยู่กับหน้าอกและหน้าท้อง ค่อย ๆ เคลื่อนที่ขึ้นมาตามลำคอและจบลงที่ริมฝีปากของชายหนุ่มที่ไม่อาจแม้มแน่นได้อีกต่อไป แม้เขาจะส่งเสียงพูดไม่ได้ แต่เสียงครางหวานใช้ได้เลยทีเดียว กู่ถิงเว่ยคิด
ชั่วขณะที่ริมฝีปากของทั้งคู่สัมผัสกัน อันฮ่าวหรานตอนแรกคิดจะต่อต้านโดยการปิดปากของตนเอง ทว่าก็ถูกลิ้นเล็ก ๆ จู่โจมเข้ามาเสียก่อน หากเขากัดฟันลงไปตอนนี้ มั่นใจได้เลยว่าคนอย่างกู่ถิงเว่ยจะต้องโมโหจนถอยออกไปแล้วตบเขาฉาดใหญ่อย่างที่เคยเป็นแน่
แรงงับของชายหนุ่มกลับไม่ได้รุนแรงอย่างที่เจ้าตัวตั้งใจ เพราะมือเล็กที่แสนซุกซนของเธอกอบกุมตัวตนที่กำลังปวดร้อนและทรมานของเขาเอาไว้อยู่
กู่ถิงเว่ยเห็นว่าคนตัวโตโอนอ่อนแล้ว จึงได้พาเขาเข้าสู่บทถัดไป ใจแก่ของเธอเต้นแรงแทบทะลุออกจากอก ไม่คิดว่าชีวิตนี้จะได้เจอความฝันที่วาบหวามขนาดนี้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยเพราะแม้แต่แฟนสักคนเธอก็ยังไม่เคยมี อย่าว่าแต่แฟนเลย จับมือกับผู้ชายก็ยังไม่เคย ต้องขอบคุณนิยายมากมายที่เธออ่าน
เหล่านิยายทั้งหลาย ฉันอ่านพวกเธอไม่เสียเปล่าแล้ว ตอนนี้เป็นไงล่ะ เจ๊ได้ใช่งานแล้ว
ถึงจะเป็นในฝันก็เถอะ
อันฮ่าวหรานรู้สึกว่าอีกคนเริ่มเสียสมาธิไม่จดจ่อกับตน ก็เผลอครางฮึม ออกมาอย่างไม่พอใจ
หญิงสาวใช้ฟันกัดริมฝีปากที่เงอะงะของเขาเบา ๆ อย่างขี้แกล้ง ชายหนุ่มใต้ร่างหายใจแรงพอ ๆ กับหัวใจของเขาที่เต้นแรงจนเธอที่กำลังซบอกอยู่ได้ยิน มือเล็ก ๆ ไล่สำรวจหน้าอกเต่งตึงหนัดแน่นและเต็มไม้เต็มมือด้วยท่าทางตื่นเต้นแบบสุด ๆ
“มันทำแบบนี้หรือเปล่านะ” มือเล็กนุ่มกำรอบท่อนทวนยาวอวบด้านล่างที่ดูดุดันไม่ต่างจากเจ้าของ
“อึก”
กู่ถิงเว่ยที่กำลังใช้สมาธิเงยหน้าขึ้นมามองใบหน้าของคนใต้ร่างเห็นว่าเขากัดริมฝีปากมองมาที่สิ่งที่เธอกำอยู่ “นายชอบเหรอ” ชายหนุ่มหันหน้าหนีสีแดงรามจากทั่วใบหน้าไปที่หูจนถึงลำคอ มือเล็กข้างนั้นจึงได้เริ่มทำงานของมันอย่างแผ่วเบา สร้างความรัญจวนอย่างที่ไม่เคยพบให้แก่คนใต้ร่าง มืออีกข้างลากไล่จากลำคอไปสะกิดเม็ดเล็ก ๆ สีชมพูที่หน้าอก
“อ้ะ”
กู่ถิงเว่ยมองดูด้วยความลุ้นระทึก และเริ่มขยับมือเร็วขึ้น ๆ ทว่าขยับจนปวดข้อมือสิ่งที่อยากเห็นก็ไม่ได้เห็นเสียที ด้วยความหงุดหงิดหญิงสาวหยัดกายขึ้นคร่อม และส่งตัวตนที่ตื่นตัวเต็มที่ของเขาเข้าสู่ประตูที่ฉ่ำชื้นของตนแล้วกดตัวลงไปอย่างช้า ๆ “ฮะ อึก แน่นจังเลย” เมื่อรู้สึกไม่สบายตัวหญิงสาวก็ถอยออกมา ชายหนุ่มใต้ร่างมองภาพนั้นอย่างหวาดเสียวและอดที่จะผิดหวังไม่ได้ที่ถูกดันออกมา ทว่าเขาก็สะกดกั้นตัวเองอย่างถึงที่สุด ไม่ให้ตนเองเป็นฝ่ายที่เด้งตัวสวนขึ้นไปหาร่างเล็ก
กู่ถิงเว่ยเดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลงอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งปรับตัวได้และใส่สิ่งนั้นเข้ามาจนสุดในที่สุด
“ฮ่า เข้ามาสักที เจ็บนิด ๆ นะเนี้ย ทำไมนายไม่ทำตัวให้มันเล็ก ๆ หน่อย”
ขณะที่หญิงสาวบนร่างรับตัวตนของเขาเข้าไปทั้งหมด กลับไม่ยอมขยับ กลับบ่นด้วยน้ำเสียงเล็ก ๆ ที่ทั้งฟังดูโมโห และน่ารักอย่างแปลกประหลาดไปในเวลาเดียวกัน แน่นอนว่ามันน่าโมโหมากกว่า
เขาเห็นดวงตากลมโตของเธอคลอน้ำ ใบหน้าเหยเก แสดงถึงความเจ็บปวด ก็อดสงสารไม่ได้ ทว่าก็ปัดสิ่งนั้นทิ้งไปอย่างรวดเร็ว เพราะความเจ็บปวดเมื่อกี้กลับกลายเป็นล่องลอยและเจ้าเล่ห์ หากเป็นก่อนหน้านั้นเขาคงมองว่ามันไม่น่าดู ทว่าอาจจะเพราะเธอกำลังครอบครองตัวตนของเขาเอาไว้ภายในความอ่อนนุ่มนั้น ทำให้เขากลับรู้สึกปรารถนาจะให้ตัวเองเป็นอิสระเพื่อจัดการกับยายเด็กดื้อนี้เสียให้เธอเข็ดหลาบ
กู่ถิงเว่ยเริ่มขยับในที่สุด ร่างเล็กเด้งขึ้นเด้งลง ด้านล่างบีบรัดและตอดถี่เสียจนชายหนุ่มครางออกมาอย่างอดไม่ได้ ส่วนด้านบนก็งดงามด้วยภาพร่างน้อยและหัวใจที่ใหญ่โตสีชมพูของเธอที่เด่งขึ้นลงสลับไปมาตามการเคลื่อนไหว
จวบจนหญิงสาวพอใจ ร่างเล็กกระตุกถี่ยิบทำให้คนใต้ร่างแทบเสียสติ เธอโน้มตัวลงมาปลดปล่อยความฉ่ำชื่นและรรีดเค้นเขาครั้งแล้วครั้งเล่าจนคนตัวโตทนไม่ได้ ปลดปล่อยตามเธอมาติด ๆ
ราวกับเรี่ยวแรงทั่วทั้งร่างถูกสูบออกไปจนหมด หญิงสาวร่างเล็กล้มตัวลงแล้วถอนหายใจออกมาอย่างหมดแรงและสบายตัว ขณะที่เธอกำลังเพลิดเพลินสบายตัว อันฮ่าวหรานหลังจากได้ปลดปล่อยก็รู้สึกว่าร่างกายเริ่มมีแรงกลับคืนมาแล้ว ทันใดนั้นประสาทสัมผัสที่เฉียบคมของเขาก็สัมผัสได้ว่ากำลังมีคนเข้ามาใกล้ ด้วยสัญชาตญาณเขาจึงเชื่อว่าคนที่มาจะต้องเป็นคนที่วางแผนร้ายกับเขาและกู่ถิงเว่ย
คนตัวโตใต้ร่างราวกับมีพลังงานขึ้นมาอย่างมหาศาล โดยที่ไม่รู้ตัวเขามีความรู้สึกไม่ยินยอมอย่างแรงกล้า เมื่อคิดว่าจะมีใครได้เห็นยายคนเจ้าเล่ห์นี่ในสภาพไม่เรียบร้อยแบบนี้ กระชากแขนอย่างแรงจนเสาเตียงด้านหนึ่งหลุดออกมา แล้วรีบพลิกตัว ถอดถอนตัวตนออกจากร่างเล็กก่อนจะจัดการแก้มัดเชือกให้ตัวเองด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ
กู่ถิงเว่ยอยากจะไม่สนใจความร้อนรนของคนตรงหน้า ทว่าเธอก็ดูเหมือนจะเข้าใจอะไร ๆ ได้ดี เธอเองก็เริ่มได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวและเสียงพูดคุยที่ดังใกล้เข้ามา ดูเหมือนตัวละครด้านนอกกำลังจะบุกเข้ามาชมความครึกครื้นด้านในด้วย ถึงจะเป็นความฝันเธอก็ยังหน้าบางเกินกว่าจะเปิดเผยฉากแบบนี้ให้ใครเห็น จึงได้ลุกขึ้นแต่งตัว แต่พบว่าตัวเองขาอ่อนจนลุกไม่ขึ้น ฝั่งชายหนุ่มเมื่อได้รับอิสระก็ใช้มือหยิบเสื้อผ้า ของหญิงสาวโยนขึ้นไปบนเตียงก่อนจะใช้ผ้าห่มผืนหนาของโรงแรมห่อร่างเล็กจนเป็นโรตี แล้วหยิบกางเกงของตนเองมาใส่ด้วยความรวดเร็ว แล้วอุ้มโรตีไส้คนขึ้นพาดไหล่พาเธอปีนออกไปทางระเบียงที่เชื่อมต่อกับอีกห้องหนึ่ง
กู่ถิงเว่ยที่อยู่ในผ้าห่มมองสภาพรอบด้านด้วยความหวาดเสียว พรางจินตนาการไปว่าหากตนเองตกลงไปตอนนี้จะต้องตกใจจนสะดุ้งตื่นจากการเป็นผักอย่างแน่นอน
หลังจากนั้นไม่นานประตูห้องก็ถูกพังเข้ามาพร้อมกับเสียงแฟรชจากกล้อง คนพวกนั้นควานหาคนที่สมควรจะอยู่ในห้องให้ควัก ทว่าก็ไม่เจออะไร และถูกเจ้าหน้าที่ของโรงแรมเข้ามาจัดการจนต้องถอยออกไปอย่างเสียไม่ได้ เพราะหากมีข่าวหลุดออกไปว่าทางโรงแรมระดับห้าดาวแห่งนี้ปล่อยให้นักข่าวบุกเข้ามาถึงในห้องพักแขก พวกเขาจะต้องเสียความน่าเชื่อถือจนตกอันดับหรือธุรกิจพังก็เป็นไป คนที่ปล่อยให้พวกนักข่าวเข้ามาเป็นเพียงพนักงานพาร์ทไทม์ไม่กี่คนที่ไม่มีอะไรจะเสีย เมื่อมีคนเสนอเงินจำนวนมากพอ พวกเขาจึงเสี่ยงร่วมมือกันจัดฉากและเปิดทางให้พวกนักข่าวเข้ามาในห้องพักได้
หากเกิดเรื่องจริง พวกเขาก็ทำเป็นตีเนียนแล้วไปหางานใหม่ไม่ได้เดือดร้อน แต่คนที่ต้องซวยแน่ ๆ ก็คือผู้จัดการและพนักงานประจำทั้งหลาย พวกเขาจะต้องแบกรับความผิดนี้ไปเต็มไป หากโรงแรมที่การถามหาความรับผิดชอบ พวกเขาก็อาจจะถูกฟ้องจนติดคุก หรือเสียค่าปรับจนต้องมีหนี้ก้อนโต ดังนั้นเมื่อรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็รีบขึ้นมาระงับเหตุการณ์ด้วยความรวดเร็ว แน่นอนว่าแม้เรื่องราววันนี้จะจบไปอย่างเงียบ ๆ เพราะพวกนักข่าวไม่ได้ข่าวอะไรไป และยังถูกขู่ฟ้องในโทษฐานบุกรุกพร้อมภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐานชัดเจนจึงไม่มีใครกล้าพูดเรื่องในวันนี้ออกไปสักคน ส่วนเหล่าพนักงานพาร์ทไทม์ที่คิดว่าตัวเองจะรอด ก็ถูกลงบัญชีดำและส่งไปยังเครือข่ายของโรงแรม ก่อนจะถูกเชิญออกด้วยเงินชดเชยก้อนหนึ่ง พวกเขายังคงยิ้มเยาะที่ผู้จัดการทำอะไรพวกเขาไม่ได้ อีกทั้งมีเงินก้อนโตในมือ ต่อให้ไม่ทำงานทั้งปีก็อยู่ได้สบาย ใครจะรู้เพราะได้เงินมาง่ายด้วยเส้นทางที่ผิด ไม่กี่วันเงินเหล่านั้นก็หมดไปกับการกินดื่มเที่ยว ทำให้ต้องกลับมาทำงานอีกครั้งภายในเวลาไม่ถึงเดือน ทว่าครั้งนี้กลับไม่มีโรงแรมในเมืองที่ไหนกล้ารับพวกเขาเข้ามาทำงานอีก
กลับมาที่สถานการณ์ของกู่ถิงเว่ย เมื่อเสียงพูดคุยของห้องเดิมเงียบลง พวกเขาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก โชคดีที่แขกในห้องนี้เปิดประตูระเบียงทิ้งไว้ และไม่ได้อยู่ในห้อง ไม่เช่นนั้นพวกเขาก็คงเจอเรื่องยุ่งยากจนอาจจะถูกพวกนักข่าวที่อยู่อีกห้องจับได้
กู่ถิงเว่ยที่อยู่ในผ้าห่ม รู้สึกงุนงงอยู่บ้างก็ตัวเองรู้สึกเวียนหัวราวกับจะอ้วกเมื่อถูกอุ้มห้อยหัวไปมา ทั้ง ๆ ที่อยู่ในฝัน ตั้งแต่เกิดมา เธอยังไม่เคยเวียนหัวในฝันมาก่อน ฝันครั้งนี้ช่างเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่ดีจริง ๆ
“นี่ วางลงก่อนได้มั้ย จะอ้วกแล้ว”
ชายหนุ่มได้ยินอย่างนั้นก็ก้มหัวให้เป็นเชิงขอโทษ แล้ววางเธอลงบนเตียงแล้วเดินไปที่โทรศัพท์ก่อนกดเบอร์ ดูเหมือนว่าเขาจะพูดไม่ได้จริง ๆ เมื่อมีเสียงคล้าย ๆ ว่าคนรับสาย ชายหนุ่มตรงหน้าก็ใช้วิธีการเคาะเป็นจังหวะแปลก ๆ เพื่อเป็นการสื่อสาร
กู่ถิงเว่ยที่ยังคงร้อนรุ่มกลิ้งตัวจนสามารถหลุดออกจากผ้าห่มได้ก็เดินเข้าไปกอดร่างสูงจากด้านหลัง กระซิบด้วยเสียงเย้ายวน “อีกรอบได้มั้ย ยังร้อนอยู่เลย”
ไม่อาจปฏิเสธได้อย่างสิ้นเชือง (รีไรท์) [ตรวจคำผิด 1]
ชายหนุ่มตัวเกร็งไม่อยากหันหน้ากลับไป เขาสูดหายใจลึกก่อนจับมือนุ่มที่เริ่มอยู่ไม่สุขคู่นั้นและหันกลับไปหาหญิงสาว ดวงตามืดมนที่เต็มไปด้วยไอสังหารและความรังเกียจของเขาเปลี่ยนไปชั่วพริบตาเมื่อหันกลับไป กลายเป็นชายหนุ่มผู้สำนึกผิดต่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับหลานสาวผู้มีพระคุณ เขามองเธอด้วยดวงตาดุคม ขณะที่กำลังจะแสร้งทำทีเป็นเสียใจ คล้ายกระต่ายน้อยที่กำลังบาดเจ็บทางจิตใจอย่างแสนสาหัส
ครั้งนี้เขาตกลงมาในแผนการของคนอื่น หากเขาไม่หาทางออก ทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่คงมีแต่ความตาย แต่เขาจะมาตายตอนนี้ไม่ได้
ทว่าแม้ในใจจะมีแผนการร้อยแปด เมื่อได้สบตากลมโตที่คลอน้ำและมีเสน่ห์อย่างแปลกประหลาดของเธอ ใจหนึ่งก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงสิ่งที่พึ่งเกิดขึ้น อีกใจก็รู้สึกไม่ชอบใจที่ตนเองไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ และเผลอใจไปกับปีศาจจิ้งจอกน้อยตรงหน้า ในตอนนี้ สำหรับเขาเธอคือหลานสาวของผู้เฒ่ากู่ ที่ได้เก็บเขามาเลี้ยงหลังจากที่เขากลายเป็นเด็กกำพร้า และเป็นคนที่เขาไม่อยากจะเกี่ยวข้องด้วยมากที่สุด โดยเฉพาะเรื่องแบบนี้
ชั่วขณะที่ร่างเล็กนุ่มนิ่มดันตัวเองเข้ามาในอ้อมแขนของเขา อยู่ ๆ ส่วนที่อวบอิ่มของเธอถูไถกับหน้าอกของเขา ทำให้เขาอดคิดถึง ส่วนที่คับแน่นจนทำให้เขาสติหลุดในตอนนั้นไม่ได้ และทำให้เขาอดคิดเข้าข้างตัวเองอย่างเผลอไผลไม่ได้ว่าเขาอาจจะเป็นคนแรกของเธอ
กู่ถิงเว่ยยิ่งมองยิ่งถูกใจ หนุ่มน้อยในฝันคนนี้ช่างไม่ประสีประสาและนุ่มนิ่มถูกใจเธอจริง ๆ อีกทั้งยังรสชาติดีด้วย มือเรียวดึงมือของตนเองออกจากการเกาะกุมของร่างสูง และคว้าคอของชายหนุ่มเอาไว้ รั้งลงมารับจูบอันร้อนแรงของตนเอง ชายหนุ่มขืนตัวไว้สุดแรง กู่ถิงเว่ยเห็นคนตรงหน้าไม่ยินยอม และร่างกายของเธอก็ยังคงร้อนรุ่มผิดปกติ จึงลากคนไปที่เตียงแล้วโยนขึ้นเตียงอย่างเอาแต่ใจ
ร่างเล็กอาศัยที่ฝ่ายตรงข้ามกำลังตกตะลึงขึ้นคร่อมแล้วจูบริมฝีปากอิ่มเล็กน่ารักของคนหน้าคมอย่างหวาบหวามได้ใจ “หวานจังเลยหนุ่มน้อย”
อันฮ่าวหรานใบหน้าแดงก่ำ ตั้งแต่ผู้เฒ่ากู่รับเลี้ยงดูเขา คนที่รังแกและเกลียดชังเขาที่สุดก็คือเด็กสาวตรงหน้า ทว่าอาจจะเพราะวันนี้เธอเมาหรือเพราะแผนการร้ายของใครบางคนทำให้พวกเขาต้องมาลงเอยเช่นนี้ ถึงเรื่องนี้จะไม่ใช่ความตั้งใจของเขาแต่สุดท้ายมันก็ได้ลงเอ่ยในทางที่เลวร้ายที่สุดไปเสียแล้ว แม้เขาสามารถคาดเดาจุดจบของตนเองได้โดยไม่ต้องคิดว่าคงจะเหลือเพียงแต่ทางตาย แต่ความแค้นของครอบครัวที่ยังไม่ทันได้สะสางทำให้เขาไม่สามารถยอมแพ้และต้องดิ้นรน เขาไม่อาจให้เรื่องราวนี้ผิดพลาดซ้ำอีกครั้งได้ จึงคิดจะดันตัวเธอออก
แต่คนตัวเล็กมือไว จับมือแกร่งของเขามากอบกุมความนุ่มหยุ่นเต่งตึงของตนเองจนแนบแน่น หัวใจสองดวงเต้นแรงแทบจะหลุดออกมา หญิงสาวจดจ้องดวงตาคม กระซิบชิดริมฝีปากของเขาแผ่วเบาอย่างอ้อนวอนอย่างร้อนรนเล็กน้อย “ให้ฉันเถอะนะ คนสวย จุ๊บ นะ”
ใบหน้าของชายหนุ่มแดงก่ำ เขาอดโมโหไม่ได้ที่คนตัวเล็กตรงหน้ากล้าเรียกเขาว่าคนสวย เธอก็ยังคงเป็นเธอ คิดจะทำอะไรก็ทำไม่เคยคิดถึงจิตใจของคนอื่น คิดจะเหยียบย้ำเขาให้ถึงที่สุดเพื่อความสะใจของตนเอง
ถึงอย่างนั้นหัวใจของคนตัวโต กลับรู้สึกไขว้เขวขึ้นมา กลายเป็นโอกาสในมือนิ่มของคนตัวเล็กล้วงลงไปปลุกอาวุธในกางเกงของเขา มันยังคงหลงเหลือฤทธิ์ของยาปลุกกำหนัดที่ถูกวางไว้ด้วยแผนร้ายของใครบางคน อีกอย่างคนตรงหน้าก็ได้สร้างบาดแผลให้เขามากมายตั้งแต่เด็กยันโต เขาไม่ต้องการใจอ่อนกับคนอย่างเธอ ให้เธอทรมานจนตายเขาก็ไม่คิดจะแตะต้องผู้หญิงร้ายกาจคนนี้อีก
“เด็กดี มันน่ารักมาก” หมับ มือเล็กนุ่มเกาะกุมเป้าหมายเอาไว้มั่น ทำเอาคนใต้ร่างร้อนรนและร้อนรุ่มจนสมองหยุดทำงานไปชั่วครู่
ยายคนหน้าไม่อาย
“อึก”
มือเล็กกำจุดอ่อนของเขาไว้จนแนบแน่น เธอสัมผัสมันครั้งแล้วครั้งเล่าทำให้เขาขยับก็ไม่ได้ ถอยก็ไม่ได้ ดวงตาแดงก่ำคลอน้ำจ้องมองไปที่หญิงสาวอย่างไม่ยินยอม
ปากเรียวบางถูกกัดจนแดงก่ำสกัดกั้นเสียงครางที่เขาไม่อยากได้ยินของตนเองเอาไว้อย่างสุดความสามารถ
กู่ถิงเว่ยดวงตาแทบละลาย กระต่ายน้อยตรงหน้าช่างน่ารังแกเกินไปแล้วจริง ๆ เธอใช้มืออีกข้างลูบไปที่ใบหน้าของเขากระซิบเสียงแผ่วเบาด้วยเสียงที่แหบเล็กน้อย “กระต่ายน้อย นายยั่วยวนฉันอยู่หรอ”
อันฮ่าวหรานหายใจหอบไม่เป็นจังหวะ ด้านล่างถูกควบคุมไว้อย่างอยู่หมด ส่วนด้านบนก็ถูกความนุ่มหยุ่นของคนด้านบนบดเบียดถูไถจนสติกระเจิดกระเจิง
กู่ถิงเว่ย เห็นหนุ่มน้อยไม่หือ ไม่อือก็คิดใช้กำลังอันน้อยนิดของตนบังคับคน ถอดกางเกงของชายหนุ่มจนสิ่งนั้นดีดเด้งออกมา มือเล็กยันร่างสูงให้นอนลงและเริ่มควบขี่ด้วยแรงทั้งหมดที่มี
“อื้อ เสียวจังเลย แฮก ๆ”
ชายหนุ่มกำหมัดแน่น ในช่วงเวลานี้เขายังสามารถห้ามเธอได้ แต่ทว่าเรี่ยวแรงและกำลังที่จะห้ามราวกับถูกร่างเล็กแสนร้อนแรงตรงหน้าดูดกลืนไปจนหมด ตอนนี้เธอราวกับกลายร่างเป็นปีศาจจิ้งจอกที่กำลังล่อลวงมนุษย์อยู่ไม่มีผิด ทำให้เขาที่แม้จะไม่ชอบเธอจนแทบจะเรียกได้ว่าเกลียดก็ยังจินตนาการไม่ออกว่าจะมีใครต้านทานความเย้ายวนที่ราวกับกระชากวิญญาณขนาดนี้ได้
ดวงตากลมโตของคนตัวเล็กแดงก่ำ เพราะอีกคนไม่อำนวยความสะดวกทำให้เธอควบขี่ได้ไม่ถนัดนัก และไม่ถึงจุดสุดยอดเสียที เธอมองเขาด้วยความไม่พอใจ น้ำตาที่กลิ้งอยู่ในนั้นยิ่งขับเน้นให้เธอราวกับคนที่ถูกรังแกและไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างถึงที่สุด
อันฮ่าวหรานที่บังเอิญมองสบดวงตาที่เว้าวอนครู่นั้น ราวกับร่างกายไม่เป็นของตนเอง ความเยือกเย็นและความสามารถในการควบคุมตัวเองของเขาถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชื่อง เขายังคง ไม่สามารถต่อต้านเธอได้
กู่ถิงเว่ยที่น้ำตาแห่งความไม่พอใจและร้อนรนเพราะฤทธิ์ยากำลังจะหยาดหยด รู้สึกเหมือนโลกพลิกกลับด้านและกลายเป็นเธอนอนอยู่ใต้ร่างของกระต่ายน้อยที่เคยถูกรังแกเมื่อครู่นี้ เขาถอดถอนตัวตนออกจากร่างของเธอ
หญิงสาวรู้สึกวูบโหวงจนต้องปล่อยเสียงครางออกมา “อื้อ”
อันฮ่าวหรานที่แต่เดิมก็ควบคุมตนเองไม่ได้อยู่แล้ว ยิ่งได้ยินเสียงครางแว่วหวานก็ยิ่งความคิดหยุด กระโจนเข้าสู่กับดักของปีศาจจิ้งจอกจอมเจ้าเล่ห์บนเตียงอย่างที่คนตัวเล็กต้องการ
ผมหวังว่าคุณหนูจะไม่เสียใจ หลังจากนี้หากคุณอยากลงโทษอะไรก็แล้วแต่คุณ
สุดท้ายผู้กล้าก็ไม่อาจผ่านด่านสาวงาม สองร่างกอดรัดกันอย่างแนบชิด ตัวตนของชายหนุ่มตอกย้ำเข้าไปในถ้ำฉ่ำชื่นด้วยความแรงและเร็วจนหัวของคนตัวเล็กโยกคลอน เธอเสียดเสียวจนครางออกมาไม่เป็นภาษา “อ้ะ แรง แรงอีก เอาอีก” เพราะความร้อนรุ่มที่ยิ่งมาก็ยิ่งมาก หญิงสาวที่ยังคงสับสนระหว่างความฝันและความเป็นจริง จึงปล่อยให้ตนเองได้เสพสุขกับหนุ่มน้อยรูปงามอย่างที่ในชีวิตนี้ไม่คิดจะทำอย่างสุดเหวี่ยง
ผ่านไปเกือบชั่วโมงสองร่างที่ยังคงเชื่อมประสานเปลี่ยนจากเตียงไปที่โต๊ะ และเปลี่ยนจากโต๊ะไปต่อยังห้องน้ำด้วยการนำของหญิงสาว กู่ถิงเว่ยติดใจจนส่วนอ่อนนุ่มของเธอกระตุกถี่ยิบ ทำให้ร่างที่ซ้อนอยู่ด้านหลังรู้สึกเสียดเสียวจนทนไม่ไหว ร่างเล็กที่หันหน้าเข้ากระจกถูกตอกอันจนหน้าอกของเธอแทบบี้แบนไปกับมัน หากไม่ใช่ว่ามือแกร่งของคนด้านหลังได้โอบอุ้มนวดเฟ้นมันเอาไว้ไม่ยอมปล่อย
“งือ ดีจังเลย อ้ะ ๆ ๆ ฮ่า ชอบจังเลย” ของดี กินฟรี ไม่เสียเงิน ทั้งยังเกิดในฝัน ไม่เสี่ยงโรด ไม่เสี่ยงท้อง จะมีอะไรดีไปกว่านี้อีก คิดแล้วก็กระเด้งก้นสู้กับเขาหน่อย สาวโสดวัยจะสี่สิบผู้โสดซิงมาตั้งแต่เกิด ไม่คาดว่าวันนี้จะได้สละโสดสละซิงในความฝันของตนเอง
การกระทำของเธอทำให้คนด้านหลังถึงกับชะงักปล่อยเสียงครางออกมา เสร็จสมโดยไม่ทันได้ตั้งตัวอีกครั้ง
หลังจากที่ทั้งคู่ได้จับจูงมือกันไปเยือนประตูแห่งความสุขนับครั้งไม่ถ้วน ฤทธิ์ยาในร่างทั้งสองคนก็เบาบางลงไปมากแล้ว กู่ถิงเว่ยก็พึ่งตระหนักถึงบางอย่างที่ไม่ปกติ เธอเหนื่อย
ใช่ เธอเหนื่อย
ในฝัน ไม่ว่าเธอจะขึ้นเขาลงห่วย กระโดดโล้นเต้น วิ่งมาราธอน สิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นเลยก็คือเหนื่อย
บางอย่างชักไม่เข้าท่าแล้ว
ทว่าเพราะความเหนื่อยและความเพลียจนเกินไป ทำให้เธอเผลอหลับไปทั้งอย่างนั้น ปล่อยให้หนุ่มน้อยดูแลอาบน้ำเช็ดตัวให้ตัวอย่างสบายตัวและสบายใจ
ช่างเถอะ ก็คงเป็นฝันแปลก ๆ ตื่นมาก็คงลืมแล้ว
เสียดายที่ไม่เพียงไม่ลืม ในความฝันครั้งนี้เธอกลับได้รับความทรงจำของหญิงสาวที่มีชื่อเดียวกับเธอแต่ชะตาชีวิตต่างกันอย่างสุดขั้วคนนี้อย่างกระจ่างแจ้ง
และทำให้เธอตระหนักถึงความจริงที่ทั้งน่าตื่นเต้นและน่ากังวลไปพร้อม ๆ กัน กู่ถิงเว่ยคนนี้เป็นตัวร้ายสุดน่าหมั่นไส้ที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้กระตุ้นความสัมพันธ์ของพระนาง และสร้างปมให้ตัวร้ายลาสบอส ชะตาของของเธอคือผ้าขี้ริ้วที่ถูกใช้ไปเช็ดฝุ่นจนเยินและถูกทิ้งไว้ในถังขยะที่เน่าเหม็น ตายอนาถในบ่อขี้ เพราะตัวร้ายผู้เป็นสามีจำเป็นของตนเอง
และสามีคนนั้นก็คือหนุ่มน้อยที่ก็ทั้งตอกทั้งซอยไปเมื่อวานนี้สด ๆ ร้อน ๆ
อันฮ่าวหราน
และในที่สุดเธอก็รับรู้ความจริงว่าสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ความฝัน
เพล้ง เสียงแก้วแตกปลุกสติที่ยังคงสะลึมสะลือของหญิงสาวที่นอนอยู่ในห้องนอนขึ้นมา หูของเธอได้ยินเสียงตะโกนด่าของชายชราที่คุ้นเคยในความทรงจำที่พึ่งได้รับการถ่ายทอด
“แก แก ไอ้คนอกตัญญู แกกล้าทำแบบนี้กับหลานสาวของฉันได้ยังไง” ท่านผู้เฒ่ากู่ชี้นิ้วที่สั่นระริกไปที่ร่างสูงที่ใบหน้าอาบไปด้วยเลือด จากที่เขี่ยบุหรี่ที่ถูกขวางไปที่หัวของเขาอย่างแม่นยำ
กู่ถิงเว่ยเด้งตัวลุกขึ้น ความเจ็บปวดในส่วนล่างเป็นสิ่งแรกที่เข้ามาทักทาย สิ่งต่อมาคือภาพและความรู้สึกของบ่อขี้ซึ่งเป็นสถานที่ดับชีวิตของเธอในอนาคตได้ปลุกสติอันเลือนรางให้แจ่มชัดทันตา ตาที่เคยมึนเบลอสว่างขึ้นมาทันที
หญิงสาวหันมองโดยรอบด้วยความรวดเร็วและพบว่าตนเองอยู่ในห้องนอนที่ถูกตกแต่งราวกับเจ้าหญิงสีขาวครีมละมุนที่ดูสบายตาและเรียบหรู ทันในนั้นก็มีเสียงโวยวาย แว่วออกมาจากด้านนอก เธอเมินเฉยต่อความปวดเมื่อยทั่วร่างกายและเดินออกไปเพื่อมองดูสถานการณ์ภายนอกด้วยความสนใจในชะตากรรมของตนเอง ที่กำลังจะกลายเป็นเหตุการณ์จุดชนวนสร้างบาดแผลใหญ่ให้แก่ตัวร้ายด้านนอกคนนั้นอีกครั้งแล้ว
กรรมโดยแท้ ได้กินของอร่อย คนอร่อย กลับต้องมีชะตากรรมต้องตายในบ่อขี้
แค่คิดก็ขมคอ
รีบเลย รีบลงไปดักหายนะของตัวเองไว้ก่อนดีกว่า
“ฉันเลี้ยงดูแกมา เพื่อให้แกมาดูแลเธอ แต่แก แกกับกล้า” ผู้เฒ่ากู่ไม่อาจพูดต่อ ในโถงใหญ่ตอนนี้ นอกจากคนรับใช้คนสนิทเก่าแก่และแม่นม ก็มีเพียงท่านผู้เฒ่ากู่และชายหนุ่มที่เธอขลุกอยู่ด้วยในตอนนั้น
กู่ถิงเว่ยเดินกลับเข้าไปในห้องและหยิบเสื้อคลุมตัวใหญ่มาสวมไว้ก่อนจะเดินลงมา อย่างช้า ๆ เพราะความเจ็บตึงจากเหตุการณ์เมื่อวาน พอดีกับตอนที่ปลายกระบอกปืนกำลังจ่ออยู่ที่หัวของหนุ่มน้อยสุดอร่อยของเธอ
“คุณตา อย่าทำอะไรเขานะคะ”
“เว่ยเว่ย หลานลงมาทำไม ขึ้นไปเดี๋ยวนี้ เรื่องนี้ตาจะจัดการเอง”
ได้ยินเช่นนั้นเธอก็รับรู้ได้ทันทีว่าจัดการที่ว่าคงไม่พ้นกำจัดให้สิ้นซาก หญิงสาวถอนหายใจ ก้าวเข้ามานั่งข้าง ๆ ร่างชราและกอดแขนซบหัวไว้กับไหล่ของเขาอย่างออดอ้อน “คุณตาพี่ฮ่าวหรานเป็นคนยังไงคุณตายังไม่รู้อีกหรอ ดูก็รู้ว่าแผนนี้เป็นเพราะมีคนวางแผนร้ายกับหนูและพี่เขา คุณตาห้ามทำร้ายเขานะ ไม่อย่างนั้นหนูจะโกรธคุณตาจริง ๆ ด้วย”
ทุกคนที่ได้ยินนึกว่าตัวเองหูฝาด หากจะพูดว่าใครในที่นี้อยากลงโทษอันฮ่าวหรานมากที่สุด ย่อมหนีไม่พ้นคุณหนูน้อยยอดดวงใจของบ้าน กู่ถิงเว่ยคนนี้ ที่จงเกลียดจงชังเด็กหนุ่มมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ไม่คาดว่าวันนี้เธอกลับเป็นคนลงมาหยุดการลงโทษเขาด้วยตัวของเธอเอง
ท่านผู้เฒ่ากู่รู้สึกใจแตกสลาย คิดไปว่าเป็นเพราะหลานสาวของเขากำลังถูกเหตุการณ์เลวร้ายทำให้สับสนจนทำตัวแปลกประหลาด ก็นึกสงสารเธอจับใจ “เว่ยเว่ยของตา หนูอย่าพูดแบบนี้ ต่อให้เป็นแผนการของใครแต่เขาทำร้ายหนู ตาจะปล่อยไปทั้งอย่างนี้ได้ยังไง ตาทำไม่ได้หรอก”
“คุณตาจะปล่อยเขาไปเฉย ๆ ได้ยังไงล่ะนะ หนูเองก็ไม่ยอมอยู่แล้ว”
ได้ยินเช่นนั้นแม้คนที่เหลือใจหนึ่งสงสารในชะตากรรมที่ไม่เป็นธรรมของอันฮ่าวหรานแต่ก็รู้สึกจนใจ เพราะหากเป็นคุณหนูเธอคงจะลงโทษเขาอย่างถึงที่สุด นั้นเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นเป็นประจำอยู่แล้ว
“คุณตาเลี้ยงดูเขามากับมือ ทำงานก็ดี หาเงินก็เก่ง สร้างกำไรให้เรามากขึ้นตั้งหลายเท่า ทั้งเชื่อฟัง ซื่อสัตย์ จงรักภักดี อย่างนี้จะปล่อยเขาไปง่าย ๆ ได้ยังไง ในเมื่อเขาเป็นของหนูแล้ว ก็ต้องให้เขาแต่งงานเข้าบ้านคอยรับใช้หนูในฐานะสามีสิ”
“เว่ยเว่ย หนู เมื่อกี้หนูว่ายังไงนะ ตาไม่ค่อยเข้าใจ”
กู่ถิงเว่ยถึงจะโตจนแก่มาแล้วรอบหนึ่ง แต่ใช้มาสองชีวิตก็ยังไม่เคยขอใครแต่งงาน ใบหน้าของเธอซับสีแดงด้วยความเขินอายอย่างน่าหลงใหล “หนูชอบเขา หนูจะเอาเขาเป็นสามี ดังนั้นคุณตาห้ามฆ่าเขา ห้ามทำร้ายเขาเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นหนูจะหนีออกจากบ้าน” พูดจบก็รีบหนีขึ้นบ้านไป เธออับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี แต่จะทำอย่างไรได้ หากเธอไม่เป็นคนทำคนที่จะได้คะแนนจากตัวร้ายก็จะเป็นนางเอก ที่ยืนตกตะลึงปากอ้าอยู่มุมเสานั้นอย่างไรเล่า หากไม่ฉุกละหุก เธอคงจะสามารถคิดแผนการหรือคำพูดที่มันดูดีกว่านี้ได้ ใครใช้ให้เวลามันกระชั้นชิดเกินไปกันเล่า
งานแต่งสายฟ้าแลบ (รีไรท์)
หลังจากวันนั้น ผู้เฒ่ากู่รู้สึกเหมือนหัวใจถูกโจมตีอย่างรุนแรงครั้งแล้วครั้งเล่า หลานสาวของเขาราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ใจหนึ่งเขาก็ดีใจที่หลานสาวคิดได้และเริ่มทำตัวเป็นผู้เป็นคน แต่อีกใจก็รู้สึกไม่อาจยอมรับเมื่อเห็นว่าเธอเข้าหาโม่ฮ่าวหรานอย่างออกนอกหน้าต่อหน้าต่อตาแก่ ๆ ของเขา
ถึงแม้จะดีใจที่ในที่สุดหลานสาวที่สวยมากแต่ตาไร้แววของเขาในที่สุดก็เลิกหลงไหลเจ้าหมาป่าตาขาวแซ่เฉินนั้นเสียที แต่อีกใจก็อดไม่ได้ที่จะเกิดความรู้สึกไม่ชอบขี้หน้าว่าที่หลานเขยหมาด ๆ คนนี้ขึ้นมา แต่เมื่อพิจารณาคุณสมบัติของโม่ฮ่าวหรานแล้วเขาก็หาข้อแย้งไม่ได้
ไร้ญาติ ขาดมิตร ไม่มีตระกูลหนุนหลัง ทั้งชีวิตถูกเลี้ยงดูอุ้มชูโดยตระกูลกู้ ถูกปลูกฝังในกตัญญูมาตั้งแต่เด็ก อีกทั้งยังเป็นคนที่เขาเลี้ยงดูสั่งสอนมากับมือเพื่อหวังให้กลายเป็นมือเป็นเท้าคอยเป็นแรงสนับสนุนในยามที่หลานสาวของเขาแต่งงานออกมา จะได้ไม่ถูกบ้านสามีเจ้าเล่ห์หลอกเอาจนหมดตัว
กลายเป็นว่ากระหล่ำปลีของเขา ถูกหมูที่เขาเอาเข้ามาเลี้ยงกินจนเกลี้ยง
จะไม่ให้เขาเจ็บใจได้อย่างไร
แน่นอนว่าเรื่องแต่งงานและตามใจหลานสาวก็อีกเรื่องหนึ่ง เรื่องทรัพย์สมบัติก็ต้องพูดให้ชัดเจน เขาได้ทำสัญญาลงนามปิดผนึกไว้อย่างรัดกุม ให้หลานเขยแต่งเข้าของเขาไม่มีสิทธิ์ในทรัพย์สินของตระกูลกู้แม้แต่หยวนเดียว เขาจะสามารถได้รับเฉพาะเงินเดือนและโบนัสประจำตำแหน่งหน้าที่ของตนในบริษัทกู่เพียงเท่านั้น หากเมื่อไหร่ที่เขาทำตัวไม่ดี ไม่เป็นที่ถูกใจหลานสาวของเขาแล้ว ก็จะต้องถูกส่งออกไปแต่ตัว
แม้จะเป็นเช่นนั้นในวันลงนามต่อหน้าทนายของตระกูล โม่ฮ่าวหรานเด็กคนนั้นก็ไม่แม้แต่จะลังเล
ทำให้เขาอดคิดไปเองไม่ได้ว่าหรือเจ้าเด็กเจ้าเล่ห์นี้จะแอบเล็งผักกาดน้อยขาวอวบบ้านเขามานานแล้วหรือไม่ ทำเป็นแสร้งไม่พอใจ ไม่ชอบและคอยพาตัวเองเข้ามาในสายตาหลานสาวเขา ทำให้เธอสนใจและกลั่นแกล้ง นั้นจะเป็นแผนการปูทางสู่ตำแหน่งหลานเขยหรือเปล่า
ทว่าคิดไปคิดมาก็รู้สึกว่าไร้สาระ หากเป็นอย่างนั้นจริง หลานสาวตาไร้แววและไม่ค่อยฉลาดของเขาจะไปหลงไหลในตัวไอ้เด็กตระกูลเฉินนั่นได้อย่างไร
ในวันแต่งงาน เจ้าสาวถูกแต่งกายด้วยชุดสีขาวที่งดงามเรียบหรู ลายลูกไม้ที่ถูกตัดเย็บมาอย่างปราณีตขับเน้นให้เธอกลายเป็นเจ้าหญิงผู้แสนอ่อนหวานและมีเสน่ห์ชวนใจละลาย เปร่งประกายจนทิ่มแทงตาใครต่อใครไปทั่วทั้งงาน
กู้ถิงเว่ยยืนต้อนรับแขกหน้างานพร้อมกับเจ้าบ่าว โม่ฮ่าวหรานเป็นใบ้แต่เด็กทำให้ไม่สามารถพูดได้ กู้ถิงเว่ยที่ความทรงจำขาด ๆ หาย ๆ อาศัยนิสัยหยิ่งยโสของเจ้าของร่างเดิิม ยิ้มเล็ก ๆ แบบเชิด ๆ ให้กับแขกรุ่นราวคราวเดียวกันที่เข้ามาทัก และทำความเคารพแขกอาวุโสอย่างนอบน้อม แล้วพยักหน้าให้บ่อย ยิ้มให้เยอะ จึงผ่านไปได้ด้วยดี
โม่ฮ่าวหรานเห็นเธอยืนบิดไปมา หลายครั้งทิ้งน้ำหนักลงมาที่เขา ชายหนุ่มจึงสังเกตุเห็นและเดาว่าเธอคงน่าจะปวดขาแล้ว จึงส่งภาษามือถามเธอว่าอยากเข้าไปพักด้านในหรือเปล่า
กู่ถิงเว่ยที่เริ่มเข้าใจภาษามือก็ส่ายหน้า แล้วยิ้มทะเล้น ร่างเล็กใช้มือปิดบังไว้ด้านหน้าทำท่าเหมือนจะกระซิบบอกอะไรสักอย่าง ทำให้โม่ฮ่าวหรานโน้มตัวลงมาเพื่อฟังเธอให้ถนัดขึ้น ก่อนจะเขย่งตัวจูบแก้มของเจ้าบ่าวไปเบา ๆ หนึ่งที เป็นรางวัลในความใส่่ใจของเขา
โม่ฮ่าวหรานตกใจอดมองหญิงสาวตัวเล็กอย่างดุ ๆ ไม่ได้ กู่ถิงเว่ยช่างหน้าด้านอย่างที่เขาคิดไว้จริง ๆ ไม่รู้ว่าลับหลังเขาเธอจะไปทำแบบนี้ใส่คนอื่นหรือไม่ แม้ในใจจะอัดอั้น ทว่าใบหูของเขายังคงแดงก่ำ แล้วหันไปมองผู้เฒ่ากู่ว่าเห็นหรือไม่ กลัวว่าอีกฝ่ายจะหัวใจวายตายไปเสียก่อนที่เขาจะได้แก่แค้น เขายังอยากให้งานแต่งดำเนินไปได้อย่างราบรื่น เพื่อที่แผนการขั้นถัดไปของเขาจะสามารถสำเร็จได้
กลับกัน กู่ถิงเว่ยกลับแย้มยิ้มอย่างภาคภูมิใจ นี้มันสามีที่เธอตามหาไม่เจอมาสองชาติภพเชียวนะ ขอหอมสักทีจะเป็นไรไป ทั้งน่ารัก ทั้งอร่อย หาเงินก็เก่งแล้วยังขยัน ต่อไปเธอก็สามารถทำตัวขี้เกียจนั้ง ๆ นอน ๆ เขียนนิยายทำตัวใส้แห้งได้อย่างไม่ต้องกังวลแล้ว มีอะไรไม่น่าดีใจกัน เธอดีใจจนแทบตัวลอย
ขอเพียงเธอทำลายบทนิยาย และชะตากรรมบัดซบของตนเองและโม่ฮ่าวหรานได้ ชีวิตนี้แม้สุดท้ายไม่ได้ลงเอ่ยด้วยการอยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า เธอก็ยังสามารถเพลิดเพลินไปกับสมบัติที่มหาศาลของตระกูลกู้ได้
ถ้าความเพ้อเจ้อก็ส่วนความเพ้อเจ้อ เธอยังจำได้ดี่ว่านิยายที่ตนเองเข้ามาอยู่นั้นเป็นนิยายวันสิ้นโลก
ขณะที่กำลังฝันหวานปลอบใจตนเองในระหว่างที่ยังทำได้ แขกไม่ได้รับเชิญก็เดินทางมาถึงหน้างาน
คำทักทายแรกของพวกเขาไม่ใช่คำอวยพร แต่เป็น “พี่ชายฮ่าวหราน เธอบังคับให้พี่แต่งงานกับเธอใช่มั้ย ฉันจะหาทางช่วยพี่เองนะคะ พี่ไม่ต้องกังวล” เสียงของหญิงสาวที่มีใบหน้าสวยหวานโดดเด่นคนนี้ไม่เบาเลยแม้แต่นิดเดียว เพียงประโยคเดียวของเธอก็เรียกสายตาจากแขกทั้งงานได้ในทันที
กู่ถิงเว่ยรู้สึกมึนงง นางเอกสวยใสไร้สมองคนนี้ พูดแบบนี้ในวันแต่งงานของคนอื่นก็ได้หรอ
เฮ้ย ปากหรอนั้น อีหนู แฟนตัวเองก็ยืนหัวโด่อยู่นั้น ตาแทบจะพ่นไฟแล้ว ยังมาเต๊ะหนุ่มน้อยของฉัน วอนหาเรื่องถูกสั่งสอนใช่มั้ย
“อู่ซวนซวน ฉันเข้าใจว่าเธอเติบโตในชนบท อาจจะไม่เคยเรียนเรื่องมารยาทของชนชั้นสูง แต่มารยาทพื้นฐานอย่างอะไรควรพูด อะไรไม่ควรพูดคงรู้บ้างใช่มั้ย หรือรู้แต่ก็ยังทำเพราะเป็นนิสัยติดตัวแก้ไม่หาย ชอบพูดให้คนอื่นเขาดูไม่ดี แล้วพอถูกโต้กลับกลับรับไม่ได้ ทำเหมือนคนอื่นเขาเป็นตัวร้ายไปหมด ปรับปรุงตัวเองนะ อย่ารอให้คนอื่นต้องมาสั่งสอน มันน่าอาย ส่วนฉันจะแต่งกับใคร หรือใครแต่งกับฉันแล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอ
ฉันไม่ได้ไปแต่งบนหัวเธอสักหน่อย เธอเป็นพยาธิในท้องฉันหรือโม่ฮ่าวหรานหละถึงได้รู้ลึกถึงขนาดว่าใครบังคับใครแต่งงาน ฉันเองก็คุณหนูกู่ผู้เลิศเลอเพอร์เฟ็ก นอกจากคนตาบอดบางคนแล้ว คนดี ๆ ที่ไหนเขาก็อยากแต่งกับฉันทั้งนัั่นแหละย่ะ อย่าสำคัญตัวผิดว่าโลกนี้มีหล่อนดีอยู่คนเดีียว อีกอย่าง ฉันจำไม่เห็นได้ว่าไปเชิญพวกคุณมาตอนไหน มาทำไม การ์ดลากออกไปให้หมด”
“กู่ถิงเว่ย อย่าให้มันมากนัก ฉันรู้ว่าเธอนิสัยต่ำ แต่ก็ไม่คิดว่าจะต่ำขนาดนี้”
“โอ้ย พ่อคุณชายเฉินผู้สูงส่ง ฉันจะต่ำจะสูงมันก็เรื่องของฉัน แล้วที่นี่ก็งานแต่งฉันแล้วฉันก็ไม่ได้เชิญคุณ รบกวนพวกคุณไปแสดงละครคุณธรรมที่อื่น มันรบกวนแขกคนอื่นเขา อย่ามาทำตัวสูงส่งแถวนี้เลย คุณไม่อายแต่ฉันอายแทนคนตระกูลเฉิน มีผู้สืบทอดตระกูลสมองกลวงขนาดนี้ กลัวรวยนานเกินไปหรอ ไปเถอะ ๆ อย่ามาทำตัวน่ารำคาญแถวนี้เลย อย่าให้ฉันต้องเตือนสติคุณว่าเงินที่ช่วยผยุงตระกูลเฉินในตอนนี้มาจากไหน”
เฉินลู่หมิงใบหน้าแดงก่ำ กำหมัดแน่น กู่ถิงเว่ยผู้หญิงหน้าด้านคนนี้ เป็นเธอเองไม่ใช่หรือไงที่ยัดเยียดความช่วยเหลือที่เขาไม่ต้องการเพราะหลงไหลในตัวเขา ทำให้เขาต้องรู้สึกอึดอัดและอดทนต่อการกระทำร้ายกาจของเธอต่อคนรักของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วเธอยังหน้าด้านมากพอที่จะพูดมันออกมา เห็นได้ชัดว่าเธอไม่เพียงชั่วร้ายยังไร้สมองอย่างถึงที่สุด คิดว่าทำแบบนี้แล้วเขาจะมองไม่ออกหรือไงว่ามันเป็นแผนเรียกร้องความสนใจของผู้หญิงชั้นต่ำอย่างเธอ
“กู่ถิงเว่ย อย่าลืมว่าเป็นตัวเธอเองที่ยัดเยียดมัน ฉันไม่เคยต้องการ และฉันก็อดทนกับนิสัยต่ำ ๆ ของเธอมามากพอแล้ว”
“ดี จำคำพูดของตัวเองไว้คุณชายใหญ่เฉิน คุณตาค่ะ ต่อไปนี้เงินที่เราเคยสนับสนุนตระกูลเฉิน รวมถึงโครงการที่เราเคยร่วมมือกัน หนูไม่ต้องการสนับสนุนเขาอีกต่อไป ส่วนเงินกู้ที่ครอบครัวเฉินได้สร้างเอาไว้ คุณตาดำเนินการเรียกเก็บตามข้อตกลงได้เลยค่ะ ไม่ต้องเกรงใจหนูอีก เพราะหนูเองก็ไม่อยากทำเรื่องที่คนอื่นไม่ต้องการให้เหนื่อยเปล่าเหมือนกัน”
เฉินอวี้หลงได้ยินอย่างนั้นก็โวยวายขึ้นมา เขาแทนจะทนไม่ได้ที่จะเดินไปจัดการกับคนชั่วร้ายอย่างกู่ถิงเว่ย “กู่ถิงเว่ย เธออย่างรังแกกันเกินไปนัก คิดจะใช้วิธีนี้บีบให้พวกเรายอมรับนิสัยเลวร้ายของเธอไปถึงเมื่อไหร่ บอกเอาไว้ว่าพี่ชายของฉันไม่มีวันชอบผู้หญิงร่านมารยาอย่างเธอ”
อู่ซวงซวงน้ำตาหยดแทบเป็นสายฝน ทำให้ความงดงามของเธอดูอ่อนแอและน่าถะนุดถนอมยิ่งขึ้นกว่าเธอ ร่างบางซวนเซเล็กน้อย กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงอันสั่นเครือ “คุณหนูกู่ถ้าคุณไม่พอใจก็ลงที่ฉันเถอะค่ะ เป็นฉันเองที่ทำให้พี่เฉินไม่สามารถตอบรับความรู้สึกของคุณได้ ฉันยอมให้คุณทำร้ายทุกอย่าง ขอร้องคุณอย่าได้บังคับจิตใจพี่เฉินและบังคับให้พี่ชายฮ่าวหรานต้องแต่งงานกับคุณเพื่อแผ่นการเรียกร้องความสนใจเลย ขอเพียงคุณยอมตกลง ฉัน ฮึก ฉันจะยอมถอยออกไปเอง”
“ซวงซวง อย่าร้องไห้ พวกเราจะปกป้องเธอเอง”
กู่ถิงเว่ยอดไม่ได้ที่จะตาโต มองฉากตรงหน้าอย่างตื่นเต้นเล็กน้อยและว่างเปล่าหน่อย ๆ ราวกับว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่ได้มีึความเกี่ยวข้องกับตนเอง
โม่ฮ่าวหรานสะกิดเรียกหญิงสาวที่ดูจะวิญญาณหลุดข้าง ๆ ปกติเธอคงกระโจนไปตบอู่ซวงซวงแล้ว ทำไมคราวนี้ถึงได้นิ่งเงียบไปเสียหละ
หญิงสาวหันกลับมามองโม่ฮ่าวหราน คิ้วของชายหนุ่มขมวดเล็กน้อย เขามองมาที่เธออย่างรอคอยอะไรสักอย่าง
“ฮะ” กู่ถิงเว่ยไม่เข้าใจ
“ออ ใช่การ์ด ๆ อยู่ไหน ทำไมพวกนายยังไม่ไล่คนพวกนี้ไปอีก พวกคุณจะเล่นอะไรกันก็เชิญเถอะ ฉันไม่ได้สนใจอะไรคุณชายเฉินแล้ว คุณทั้งสามคนก็ไปคร่ำครวญข้างนอกเถอะ อย่ารบกวนเรื่องดีของคนอื่นอีก”
“พวกแกไม่ได้ยินที่หลานสาวของฉันพูดหรอ” เสียงเคร่งขรึมของผู้เฒ่ากู่ดังขึ้่น ไม่ต้องรอให้กู่ถิงเว่ยสั่งเป็นครั้งที่สาม การ์ดหลายสิบคนก็เข้ามาลากคนทั้งสามจากไปทั้งอย่างนั้น ผู้เฒ่ากู่ใบหน้าไม่ค่อยหน้าดูนัก พยายามสูดหายใจเข้าลึกอย่างอดทนที่สุดเท่าที่จะทำได้
“เว่ยเว่ย ไม่ต้องกลัว เรื่องวันนี้ตาจะจัดการให้หลานเอง” หลานสาวของเขาช่างหน้าสงสาร เธอเสียพ่อและแม่ไปตั้งแต่เด็กยังถูกคนตระกูลเฉินหลอกจนตาบอดไปหลงรักเจ้าเด็กไม่ได้เรื่องแซ่เฉินคนนั้น ไม่ง่ายเลยที่เธอจะคิดได้ แต่คนพวกนั้นกลับกล้าเข้ามาทำร้ายเธอถึงในงาน
กู่ถิงเว่ยรู้ว่าผู้เฒ่ากู่ไม่สบายใจ เธอจึงเดินเข้ามาจับแขนปลอบใจท่าน “คุณตาไม่ต้องคิดมากหรอกค่ะ คนพวกนั้นไม่ได้สำคัญ พวกเขาทำอะไรหนูไม่ได้ ต่อไปเองก็เช่นกัน”
งานแต่งดำเนินต่อไป
หลังจากส่งแขกในงานกลับ ผู้เฒ่ากู่ก็เดินทางกลับบ้านพร้อมคู่บ่าวสาว โดยนั้งรถคนละคัน ในรถบรรยากาศภายในเย็นยะเยือก ชายชราเคาะนิ้วเป็นจังหวะ ใบหน้าของเขาสงบนิ่ง ทว่าบรรยากาศที่ปลดปล่อยออกมากลับเต็มไปด้วยไอสังหาร “ฉันพึ่งรู้ว่า หลานสาวเพียงคนเดียวของฉันไม่อาจสั่งงานการ์ดได้ ดูท่าพวกเขาคงไม่เคยเป็นเธอเป็นเจ้านาย”
พ่อบ้านจางมองไปที่ผู้เป็นนายด้วยความละอาย “คุณท่านเป็นผมที่ผิดพลาด ผมจะลงโทษพวกเขาอย่างหนักครับ”
“ไม่ต้องหรอก ไล่พวกเขาออกซะ ฉันไม่ต้องการเห็นคนที่ไม่รู้จักหน้าที่พวกนี้ทำงานให้ตระกูลกู่อีก นำเด็กใหม่ขึ้นมาฝึกซะ จงเลือกคนที่พร้อมจะทำหน้าที่ของตนเอง เว่ยเว่ยเธอเป็นหลานสาวเพียงคนเดียวที่ฉันเหลืออยู่ ไม่ว่าเธอจะทำตัวยังไง เธอก็ยังเป็นคุณหนูเพียงคนเดียวของตระกูลกู่ ในเมื่อพวกเขากล้าไม่เชื่อฟังก็ถือเป็นการต่อต้านฉัน ฉันไม่ต้องการเก็บคนประเภทนี้ไว้ใกล้ตััว อีกอย่างเรื่องที่คนพวกนั้นสามารถบุกเข้ามาในงานได้ ฉันหวังว่านายจะสามารถให้คำตอบที่น่าพอใจกับฉันได้เร็วที่สุด”
ชายชราหลั่งเหงื่อเย็น ตอบรับน้ำเสียงหนักแน่น