โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

โทษหนัก! รัฐบาล ฮึ่มเผาป่า คุก20ปี ปรับอ่วม บวกค่าฟื้นฟู 1.2 แสน โดนแล้ว 63 คดี

Khaosod

อัพเดต 28 มี.ค. 2568 เวลา 05.44 น. • เผยแพร่ 28 มี.ค. 2568 เวลา 05.17 น.
โทษหนัก! รัฐบาล ฮึ่มเผาป่า คุก20ปี ปรับอ่วม บวกค่าฟื้นฟู 1.2 แสน โดนแล้ว 63 คดี

รัฐบาลเดินหน้าดับไฟป่าลดฝุ่นละออง PM2.5 กรมอุทยานฯ คุมเข้มบังคับใช้กฎหมายแก้ปัญหาไฟป่าต่อเนื่อง เตือน! เผาป่าเจอโทษหนักบวกจ่ายค่าฟื้นฟู 1.2 แสน ดำเนินคดีแล้ว 63 คดี

เมื่อวันที่ 28 มี.ค.2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ไฟป่าที่เกิดขึ้นขณะนี้ รัฐบาลโดยทุกส่วนราชการร่วมมือบูรณาการแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่นละออง PM2.5 อย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะกรมอุทยานแห่งชาติ ได้ปฏิบัติการเฝ้าระวัง ควบคุมไฟป่า และหมอกควัน ในพื้นที่ 14 กลุ่มป่า พร้อมลงพื้นที่ทำงานภาคสนามของเจ้าหน้าที่ร่วมกับประชาชนในพื้นที่ โดยใช้เทคโนโลยีในการดับไฟและตรวจหาไฟป่า การประชาสัมพันธ์เชิงรุกงดเผาป่า และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น ลงโทษผู้ลักลอบเผาป่าอย่างจริงจัง

จากรายงานสถานการณ์จุดความร้อน (Hotspot) ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2567 - 27 มี.ค. 2568 มีจุดความร้อนสะสมทั้งประเทศ จำนวน 80,312 จุด โดยเกิดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ จำนวน 20,772 จุด พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 23,804 จุด และนอกพื้นที่ป่า จำนวน 35,736 จุด

ขณะที่ สถานการณ์จุดความร้อนที่เกิดขึ้นนั้นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาและร่วมมือป้องกันไฟป่า โดยเฉพาะความร่วมมือจากประชาชน งดการเผาในพื้นที่ป่า เนื่องจากสาเหตุหลักของการเกิดไฟป่าในประเทศไทยนั้น เกิดจากมนุษย์ที่มีพฤติกรรมต่างๆ ในการเผา ไม่ว่าจะเป็น

1.การเก็บหาของป่า เช่น ไข่มดแดง เห็ด ผักหวาน และไม้ฟืน ซึ่งจุดไฟส่วนใหญ่เพื่อให้พื้นป่าโล่ง เดินสะดวก หรือให้แสงสว่างในเวลากลางคืน

2.การลักลอบล่าสัตว์ ในการจุดไฟไล่ให้สัตว์หนีออกจากที่ซ่อน หรือจุดไฟเผาทุ่งหญ้า เพื่อให้หญ้าใหม่แตกระบัด ล่อดักยิงให้สัตว์ชนิดต่างๆ ขณะมากินอาหาร

3.การบุกรุกตัดไม้ในพื้นที่ป่า จุดเผาเพื่อให้ป่าโล่งเตียนและสะดวกในการชักลากไม้

4.การเลี้ยงปศุสัตว์ ที่ประชาชนบริเวณใกล้พื้นที่ป่าปล่อยให้สัตว์หากินเองตามธรรมชาติ และจุดไฟเผาป่าให้โล่งมีสภาพเป็นทุ่งหญ้าเพื่อเป็นแหล่งอาหารสัตว์

5.การเผาไร่ เพื่อกำจัดวัชพืชหรือเศษซากพืชที่เหลืออยู่ภายหลังการเก็บเกี่ยว เพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูกในรอบต่อไปโดยปราศจากการควบคุมลามเข้าป่าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง

6.การแกล้งจุดหรือการกลั่นแกล้งเจ้าหน้าที่ ในกรณีที่ประชาชนในพื้นที่มีปัญหาความขัดแย้งกับหน่วยงานของรัฐในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาเรื่องที่ทำกินหรือถูกจับกุมจากการกระทำผิดในเรื่องป่าไม้

7.การประมาท ที่อาจเกิดจากการเข้าไปพักแรมในป่า ก่อกองไฟแล้วลืมดับ หรือการทิ้งบุหรี่ที่ทำให้ประกายไฟลุกลามจนเกิดเป็นไฟป่าขนาดใหญ่ได้

ซึ่งกิจกรรมต่างๆ เหล่านี้ทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติเป็นจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อแหล่งอาหารและชีวิตสัตว์ป่า อีกทั้งส่งผลต่อปัญหาหมอกควัน ฝุ่นละอองและ PM2.5 ที่มีสถานการณ์รุนแรงในปัจจุบัน

สำหรับในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ได้มีมาตรการเชิงรุกบังคับใช้กฎหมาย ดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับการเผาป่าอย่างจริงจัง โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช จับกุมผู้กระทำความผิดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์แล้วทั้งสิ้น 63 คดี ผู้ต้องหา 21 คน พื้นที่เสียหาย 2,772-0-64.25 ไร่

กรมป่าไม้ดำเนินการในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติแล้วทั้งสิ้น 94 คดี พื้นที่เสียหาย 6,044 ไร่ (ข้อมูล ณ วันที่ 27 มี.ค.2568) ทั้งนี้ การกระทำความผิดฐานเผาป่า นอกจากจะถูกดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 มีโทษจำคุกตั้งแต่ 4-20 ปี และปรับตั้งแต่ 400,000-2,000,000 บาท ยังมีความผิดตามพ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสามารถลงโทษเพิ่มเติมได้ตามความเสียหายที่เกิดขึ้น

นอกจากนี้ ผู้กระทำผิดจะต้องรับผิดทางแพ่งต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพยากรป่าไม้ในอัตราไร่ละ 120,000 บาท โดยเงินค่าเสียหายนี้จะนำไปใช้ในการฟื้นฟูสภาพป่าและระบบนิเวศที่ถูกทำลายจากไฟป่า” นายคารม กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โทษหนัก! รัฐบาล ฮึ่มเผาป่า คุก20ปี ปรับอ่วม บวกค่าฟื้นฟู 1.2 แสน โดนแล้ว 63 คดี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...