“Meruto Sushi” โอมากาเสะซูชิเจ้าแรกของถนนราชพฤกษ์ ที่สาวกซูชิต้องมา!
ได้เวลาของชาวฝั่งธนฯ แล้ว! ไม่ต้องไปไหนไกล ก็สามารถลิ้มรสชาติสุดละเมียดละไมที่ “Meruto Sushi” พรีเมียมโอมากาเสะ สไตล์โบราณที่สาวกซูชิต้องหลงรัก!
หากนึกถึงร้านโอมากาเสะ (Omakase) สักร้าน เชื่อว่าชื่อของ Meruto Sushi จะต้องเป็นชื่อแรก ๆ ที่แวบเข้ามาในใจของเพื่อน ๆ อย่างแน่นอน เพราะ Meruto Sushi เป็นหนึ่งในร้าน Omakase ที่ดีที่สุดในประเทศ จากการสำรวจของนักชิมทั้งปีนี้และปีที่แล้วเชียวนะคะ! แต่วันนี้แซนด์ไม่ได้จะพาเพื่อน ๆ ไปฟินกันที่สาขาสาทรหรอกนะคะ เพราะ Meruto Sushi ที่แซนด์จะพาไปวันนี้ คือสาขาใหม่ที่ The Circle Ratchapruk ค่ะ! เอาใจชาวฝั่งธนให้ได้กินซูชิต้นตำรับสไตล์โบราณ โดยไม่ต้องฝ่ารถติดเข้าไปถึงในเมืองกันไปเลย!
สำหรับเพื่อน ๆ ที่ยังไม่ทราบ โอมากาเสะ (Omakase) คือ คอร์สอาหารที่เชฟจะเป็นผู้สร้างสรรค์เมนูจากวัตถุดิบชั้นเลิศให้ลูกค้าด้วยตนเอง โดยคำนึงถึงฤดูกาลและความถูกปากของลูกค้าเป็นสำคัญค่ะ ความแตกต่างที่ชัดเจนของร้านโอมากาเสะและร้านซูชิทั่วไป ก็คือตัววัตถุดิบนี่แหละค่ะ วัตถุดิบของทางร้านจะเป็นของที่สั่งเข้ามาตามออเดอร์ของลูกค้าที่จองไว้เท่านั้น! มั่นใจได้เลยว่าวัตถุดิบของทางร้านสด และพรีเมียมแน่นอน!
คำว่า Meruto เป็นคำอ่านแบบคนญี่ปุ่นของคำว่า Melt ที่แปลว่าละลาย แค่ได้ยินก็สัมผัสได้ว่าโอมากาเสะมื้อนี้จะต้องฟินละลายแน่นอน! บรรยากาศของสาขานี้จะเป็นไม้สีน้ำตาลอ่อนดูอบอุ่น เรียบง่าย แต่ก็แฝงความเป็นญี่ปุ่นไว้อย่างเต็มเปี่ยม สำหรับคอร์สที่แซนด์มากินในวันนี้คือคอร์สฤดูหนาว (Fuyu / Grand Winter) เชฟบอกว่าช่วงนี้พวกหอยเชลล์ กุ้ง หรือไข่หอยเม่นจะดีมาก ควรลองเป็นอย่างยิ่ง! บอกเลยว่าเมนูในวันนี้เด็ดแน่นอน เพราะแซนด์คัดมาแต่ไฮไลต์เน้น ๆ เลย!
เริ่มกันที่จานแรก “Sayori Sashimi” ราชาปลาเนื้อขาวหรือปลาปากเข็ม เชฟบอกว่าเนื้อปลาตัวนี้ต้องนำมาถักเป็นเปียก่อนค่ะ ปรุงด้วยเกลือและมะนาว มะนาวที่ใช้ก็จะเป็นมะนาวญี่ปุ่นที่ให้กลิ่นหอมเป็นพิเศษ รสชาติของคำนี้จะกลมกล่อมอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมสดชื่นของมินต์ มะนาว และวาซาบิสด
จานต่อไปคือ “Tsubugai Sashimi” หอยสึบุไกจากฮอกไกโด เสิร์ฟพร้อมมะนาวและเกลือที่เคี่ยวด้วยสาหร่าย สำหรับจานนี้ เชฟจะให้เราจิ้มเกลือและบีบมะนาวเองค่ะ เริ่มจากบีบมะนาวชิ้นละ 2 หยด จิ้มเกลือเพื่อเพิ่มรสชาติและดึงความหวานของเนื้อหอยออกมา ป้ายวาซาบิเล็กน้อย จากนั้นก็กินได้เลย เนื้อหอยกรุบกรอบมาก สัมผัสได้ถึงความหวานชัดเจนเลยค่า~
ตามมาด้วย “Mizudako Sashimi” หนวดปลาหมึกยักษ์ปรุงด้วยผิวส้มยูซุ เกลือ และมะนาว ตกแต่งด้วยใบมุราเมะและใบเมเปิล เนื้อสัมผัสของหนวดปลาหมึกจะเบา ๆ นุ่ม ๆ ไม่เหนียวมาก เด่นที่ความสดชื่นจากผิวส้มยูซุค่ะ
ต่อกันที่ “Ankimo” ฟัวกราส์แห่งท้องทะเล หรือตับของปลา Monk ที่เชฟนำไปนึ่งประมาณ 10 นาที แล้วนำไปย่างต่อบนใบไผ่ ปรุงรสด้วยซอสพอนสึ ท็อปด้วยหัวไชเท้าฝนผสมกับโมมิจิ ต้นหอมญี่ปุ่น และมะนาว เชฟบอกว่าช่วงนี้เป็นฤดูของตับปลา ตับปลาของวันนี้จะนุ่มเป็นพิเศษ เนื้อสัมผัสครีมมี ละลายในปากได้เลย ขนาดหมดแล้วก็ยังได้กลิ่นหอมอบอวลไปทั่วปากเลยค่ะ
ต่อไปก็จะเข้าสู่เซ็ตซูชิแล้ว เริ่มที่ “Abura Kinmedai” เนื้อปลาคินเมะไดที่มีมันแทรกเป็นพิเศษ ปรุงรสด้วยโชยุ เนื้อปลานุ่มมาก ๆ ประทับใจส่วนข้าวมากด้วยค่ะ เชฟบอกว่าทางร้านหมักข้าวสูตรเอโดะมาเอะ รสจะออกเปรี้ยวเค็ม ซึ่งสูตรนี้จะดึงรสชาติของปลาออกมาได้ดีมาก ๆ นั่นเอง ตามด้วย “Nama Hotate” หอยเชลล์สดจากฮอกไกโด เนื้อนุ่ม ๆ เด้ง ๆ ปรุงรสด้วยโชยุ เกลือและมะนาว ท็อปด้วยเปลือกส้มยูซุ
“Kawahagi Sushi” เชฟจะเอาตับของปลาคาวาฮากิมาบดกับเนื้อปลา ปรุงด้วยโชยุและพอนสึ คำนี้จะได้กลิ่นหอมของตับชัดมาก สัมผัสออกหวานมัน นุ่ม ๆ ค่ะ และ “Kohada Sushi” หรือปลาตะเพียนทะเล จุดเด่นของปลาตัวนี้ คือก้างอ่อน ๆ ที่มีอยู่ทั่วตัว เชฟจะนำเนื้อปลาไปดองให้ก้างนิ่มก่อน แล้วปรุงรสด้วยโชยุค่ะ
ปิดท้ายครึ่งแรกด้วย “Botan Ebi” ความพิเศษของคำนี้คือ เชฟจะนำเอามันกุ้งไปย่างแล้วผสมลงไปในข้าวด้วย พอกินคู่กับเนื้อกุ้งนุ่ม ๆ เด้ง ๆ หวาน ๆ แล้วเข้ากั๊นเข้ากัน ได้ความหอมของมันกุ้งชัดเลยค่ะ ก่อนจะต่อเมนูต่อไป เชฟจะเสิร์ฟ “Hand Roll” ให้ เพื่อเคลียร์รสชาติก่อนเข้าสู่เซ็ตปลาเนื้อแดง เชฟจะเสิร์ฟให้จากมือถึงมือ เพื่อให้สาหร่ายด้านนอกยังคงความกรอบไว้ กินแล้วรู้สึกสดชื่นจริง ๆ ค่ะ
มาเข้าสู่ช่วงของปลาเนื้อแดงกันเลย เริ่มจาก “Akami Zuke” บลูฟินทูน่าส่วนเนื้อแดงที่ดีที่สุด ที่เชฟนำไปหมักไว้ในโชยุสูตรพิเศษเป็นเวลาครึ่งชั่วโมง ในช่วงครึ่งหลังเชฟจะเปลี่ยนสูตรข้าว เป็นสูตรน้ำส้มสายชูสีแดงค่ะ สีของข้าวจะเข้มขึ้น รสชาติก็จะเข้มข้นขึ้น ซึ่งเชฟบอกว่า ข้าวสูตรนี้จะดึงรสชาติของปลาเนื้อแดงออกมาได้ดีกว่านั่นเอง
ต่อด้วย “Chutoro” ปรุงรสด้วยโชยุ ท็อปด้วยสมุนไพรสูตรลับ ความโดดเด่นของคำนี้คือความนุ่มละมุนของเนื้อปลา ที่เข้ากับกลิ่นต้นหอมบดได้ดีมาก! และขาดไม่ได้กับ “Otoro” เมนูที่รอคอย ถ้าไม่ได้กินก็เหมือนไม่ได้มาโอมากาเสะ! เนื้อปลานุ่มมาก ชูโทโร่ว่านุ่มแล้ว แต่โอโทโร่คำนี้คือละลายค่ะ แค่สัมผัสก็เหมือนว่าเนื้อจะละลายเลย ฟินมาก!
และถ้าถามว่าจะมีอะไรพีกกว่าโอโทโร่ไหม แซนด์ขอตอบว่ามีค่ะ! “Ogawa Uni” ไข่หอยเม่นห่อสาหร่าย ทางร้านเลือกใช้เป็นไข่หอยเม่นแบรนด์ Ogawa จากฮอกไกโด ที่รับประกันความหวานนุ่ม คำนี้เชฟจะเสิร์ฟให้ถึงมืออีกเช่นกัน สัมผัสของไข่หอยเม่นในปากคือความหวานนุ่มที่ค่อย ๆ ละลายค่ะ เป็นรสชาติที่ละเมียดละไมมาก ๆ
แค่เห็นตอนแกะออกจากเปลือกก็ว้าวแล้ว “Oyster” หอยนางรมอายุ 1 ปีจากเฮียวโกะ แหล่งที่มีน้ำแร่ไหลผ่านตลอดเวลา ทำให้เนื้อหอยหวานเป็นพิเศษ ปรุงด้วยโชยุ พอนสึ และมะนาว ขอบอกว่าหอยตัวใหญ่มาก และเนื้อหวานจริงดังคำรับรองค่ะ สัมผัสได้เลยว่าสดมาก ๆ
และเมนูสุดท้าย “Makurasaki” ซุปข้าวญี่ปุ่น ของขึ้นชื่อของเมืองคาโกชิม่า เมืองที่ขึ้นชื่อด้านการทำปลาโอแห้ง เสิร์ฟพร้อมน้ำซุปจากคัตสึโอะบูชิร้อน ๆ หอม ลื่นคอ เป็นเมนูที่นิยมกันในช่วงหน้าหนาวนั่นเองค่ะ
ปิดท้ายด้วยของหวาน “Katsutera Tamagoyaki” ไข่หวานสูตรคาสเทลล่าที่อบด้วยอุณหภูมิต่ำเป็นเวลา 3 ชั่วโมง เนื้อเนียน นุ่มฟู และ “ไอศกรีมน้ำส้มยูซุ” ไอศกรีมเกล็ดน้ำแข็งน้ำส้มยูซุ หวานเย็นชื่นใจ ปิดท้ายความฟินได้กับโอมากาเสะมื้อได้ดีเป็นอย่างดี
ความประทับใจที่ได้จากโอมากาเสะนั้นไม่ใช่แค่รสชาติค่ะ แต่การได้มองเชฟตระเตรียมวัตถุดิบอย่างประณีตก็ถือเป็นความเพลิดเพลินที่มีความสุขไม่แพ้กันเลย ใครที่สนใจอยากมาลองโอมากาเสะที่ Meruto Sushi บ้างล่ะก็ แซนด์แนะนำให้โทรมาจองล่วงหน้าอย่างน้อย 2 วัน เพื่อที่ทางร้านจะได้จัดเตรียมวัตถุดิบไว้รองรับได้อย่างเหมาะสม แว่วมาว่าช่วงนี้ทางร้านมีโปรโมชันคอร์สละ 3900++ บาท ด้วยค่ะ ตอนนี้กำลังฮิตมาก ๆ ใครไม่อยากพลาดอย่าลืมรีบโทรจองกันเลย!
การเดินทาง
ร้าน Meruto Sushi สาขา ราชพฤกษ์ ตั้งอยู่ในโครงการ The Circle Ratchapruk ด้านหน้าสุดของโครงการเลยค่ะ ทางร้านจะเปิดให้บริการวันอังคาร - วันอาทิตย์ โดยจะแบ่งออกเป็น 2 รอบ คือรอบกลางวันและรอบเย็น ใครที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
FB: Meruto Sushi IG: @merutosushi Line: @merutosushi โทร: 092-659-9964