ฝากขัง 'ณรงค์ อินลี' เจ้าของแชร์ลูกโซ่ Nice Review หลอกเหยื่อสมัครทำงานผ่านเน็ต 'กดไลค์-แชร์' จ่ายค่าตอบแทนสูง 'ตร.' ค้านประกันตัว
วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 พนักงานสอบสวน สน.โคกคราม นำตัวนายณรงค์ อินลี อายุ 34 ปี เจ้าของบริษัท Nice Review (NRV) เจ้าของแชร์ลูกโซ่ ไนท์รีวิว ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา เลขที่ จ 1720/2562 ลงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 ข้อหา “ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน” ไปฝากขังที่ศาลอาญา หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 จับกุมนายณรงค์ได้ขณะเดินทางเข้าไปใน สปป.ลาว เพื่อเตรียมหลบหนีไปประเทศเวียดนาม สำหรับผู้เสียหายที่เข้าแจ้งความไว้ที่ สน.โคกครามจำนวน 300 คน มูลค่าความเสียหายประมาณ 120 ล้านบาท
พ.ต.อ.อลงกรณ์ ศิริสงคราม ผู้กำกับการ สน.โคกคราม กล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหานายณรงค์ รวม 4 ข้อหา ประกอบด้วย พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา14(1), ความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 4, ข้อหาฉ้อโกงประชาชน และ ผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3(3) โดยพนักงานสอบสวน จะคัดค้านการประกันตัว เนื่องจาก เป็นคดีที่มีมูลค่าความเสียหายสูง มีผู้เสียหายจำนวนมาก และผู้ต้องหามีพฤติการณ์หลบหนี หากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว เกรงว่าหลบหนี ซึ่งจะก่อให้เกิดความยุ่งยากในการติดตามตัวมาดำเนินคดีในอนาคต อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ พนักงานสอบสวน สน.โคกคราม ได้เบิกตัวนายณรงค์ มาสอบปากคำเพิ่มเติม โดยมีทนายความร่วมรับฟังสอบปากคำก่อนคุมตัวไปฝากขังที่ศาลอาญา
ทั้งนี้สืบเนื่องจาก มีผู้เสียหายจำนวนมาก ทยอยเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ว่า ถูกบริษัท Nice Review (NRV) อ้างตัวเป็นบริษัททำธุรกิจเกี่ยวกับ Digital Marketing (การโปรโมทสินค้าหรือแบรนด์ผ่านช่องทางอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่าง Computer หรือ สมาร์ทโฟน โดยใช้ digital marketing channel เป็นช่องทางในการส่งข้อมูล) รับจ้างโปรโมท กดไลค์ กดแชร์ สินค้าแบรนด์ต่างๆโดยให้ผู้ที่สนใจสมัครเข้ามาเป็นสมาชิกร่วมเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท เพื่อช่วยทำงานด้านการโปรโมทต่างๆ แต่ต้องเสียเงินเปิดพอร์ตลงทุนประกันความเสี่ยง 1 พอร์ต ต่อ 20,000 บาท สมาชิกสามารถเปิดพอร์ตกี่พอร์ตก็ได้ และจะได้รับผลตอบแทนสูงสุดวันละ 200 บาท นอกจากนี้ยังอ้างว่ารายได้สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ร้อยละ 3 ณ ที่จ่ายได้จริง ด้วยตัวเงินกำไรที่สูงทำให้มีประชาชนหลงเชื่อสมัครสมาชิกเป็นจำนวนมาก แต่สุดท้ายบริษัทได้ปิดตัวลง สร้างความเสียหายรวมทั่วประเทศ เป็นมูลค่าพันล้านบาท