โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ฮาราลด์ ลิงค์ วางอนาคต "บี.กริม" สู่บริษัทพลังงานโลก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 มิ.ย. 2565 เวลา 03.38 น. • เผยแพร่ 12 ก.ค. 2564 เวลา 00.45 น.

แม้ว่าประเทศไทยจะมีไฟฟ้าที่ผลิตส่วนเกินอยู่มาก แต่ในอนาคต “ไทย”ยังคงเป็นฐานการผลิตให้อุตสาหกรรมทั่วโลก การพัฒนาการผลิตพลังงานทุก ๆ ด้านจึงไม่สามารถที่จะหยุดได้

“บี.กริม เพาเวอร์” มองอนาคตในอีก 10 ปีข้างหน้า จำเป็นต้องขยายการลงทุน พร้อมทั้งรับเทรนด์พลังงานสะอาดพลังงานหมุนเวียน เพื่อก้าวสู่การเป็นบริษัทพลังงานระดับโลก “ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ “นายฮาราลด์ ลิงค์” ประธาน บี.กริม และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BGRIM ถึงยุทธศาสตร์ต่อจากนี้

เปิด 7 ยุทธศาสตร์

เป้าหมายของ บี.กริม เพาเวอร์ คือ การก้าวไปเป็นบริษัทพลังงานโลก สิ่งที่จะใช้เป็นตัวขับเคลื่อนองค์กร คือ 7 ยุทธศาสตร์ คือ 1.การขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งจากก๊าซธรรมชาติและพลังงานสะอาด

ภายใต้รูปแบบสัมปทานกับภาครัฐในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก (B2G) เพื่อให้บริการไฟฟ้าและระบบสาธารณูปโภคที่มีประสิทธิภาพและเสถียรภาพสูง โดยจะมีการพัฒนาโครงการใหม่หรือการเข้าซื้อกิจการ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

2.การสร้างบทบาทสำคัญในธุรกิจก๊าซธรรมชาติเหลว LNG และเชื้อเพลิงสะอาด 3.การให้บริการด้านสาธารณูปโภคแบบครบวงจร จำหน่ายไฟฟ้าและไอน้ำคุณภาพสูง ให้กับลูกค้าโรงงานอุตสาหกรรมกว่า 300 รายทั้งในไทยและเวียดนาม และนอกนิคมอุตสาหกรรม

4.การนำเสนอโซลูชั่นทางด้านสาธารณูปโภคให้กลุ่มอาคารพาณิชย์ กับบริษัทต่าง ๆ 5.การขยายธุรกิจระบบการส่งและระบบการจำหน่ายไฟฟ้าในภูมิภาค ซึ่งตลอด 25 ปี บี.กริม เพาเวอร์ สร้างและควบคุมระบบการส่งและระบบการจำหน่ายไฟฟ้าในนิคมอุตสาหกรรม 9 แห่งทั้งในประเทศไทย เวียดนาม และกัมพูชาเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรับการเป็น smart city

6.การให้บริการพลังงานผ่านการซื้อขายระบบ energy trading อาศัยโครงข่ายอัจฉริยะ (smart grid) ซึ่งเป็นการจำหน่ายไฟฟ้าให้กับลูกค้าโดยตรงไม่ผ่านระบบของการไฟฟ้า เบื้องต้น นำร่องทดสอบระบบ trading ภายในเครือ และนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ แล้ว

ซึ่งจะเป็นแนวทางทำให้เกิดที่เรียกว่า “โรงไฟฟ้าในบ้าน” ครัวเรือนจะติดแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาผลิตไฟฟ้าขายเพื่อนบ้านแบบ peer to peer ได้เลย

7.การเดินหน้าพัฒนาโมเดลธุรกิจในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อรองรับ “ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น” ด้วยความร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ และขับเคลื่อนด้วยทีมงานคนรุ่นใหม่

ปี’68 กำลังไฟฟ้า 7,200 MW

จากยุทธศาสตร์ดังกล่าวและตามแผนการเดินหน้าลงทุนโรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้นในอนาคต ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีแผนลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกมากขึ้น เพื่อเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

และจากการรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) แล้ว 48 โครงการ ดังนั้น การดำเนินงาน 10 ปี (2564-2573) จากนี้จะเริ่มขยับเพิ่มการลงทุน ขยายกำลังการผลิต

โดยในปี 2568 จะต้องมีกำลังการผลิตไฟฟ้า 7,200 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันที่มี 3,058 เมกะวัตต์ (สัญญาระยะยาวมี 3,682 เมกะวัตต์) จากนั้นในปี 2573 จะเป็น 10,000 เมกะวัตต์ และมีรายได้ต่อปีกว่า 100,000 ล้านบาท

งบฯลงทุน 10 ปี 3 แสนล้าน

เงินลงทุนภาพรวม 10 ปีอยู่ที่ 250,000-300,000 ล้านบาท ทั้งจากการระดมทุนในตลาดทุนและตลาดตราสารหนี้ อย่างการออกหุ้นกู้สีเขียว (green bond) และสินเชื่อสีเขียว (green loan)

รวมถึงหุ้นกู้ระยะสั้นเพื่อการค้า(commercial bond) มูลค่ารวม 10,000-12,000 ล้านบาท กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infrastructure fund) เพื่อรองรับการเติบโตและรองรับการ M&A

ซึ่งบริษัทยังไม่มีแผนเพิ่มทุนจดทะเบียนในเร็ว ๆ นี้หรือช่วง 5 ปี แต่จะรักษาระดับหนี้สินต่อทุน (D/E ratio) ให้ไม่เกิน 2 เท่า

ส่วนงบฯลงทุนปี 2564 ตั้งไว้ 20,000-40,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในดีลซื้อขายกิจการ (M&A) โครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน ทั้งที่ไทยและที่มาเลเซีย 3-4 โครงการ

กำลังการผลิตรวม 300-500 เมกะวัตต์ และในไตรมาส 3 นี้เตรียมเปิด COD โครงการกังหันลมที่บ่อทอง จ.มุกดาหาร กำลังการผลิต 16 เมกะวัตต์

ธุรกิจใหม่นำเข้าก๊าซ LNG

และเมื่อเร็ว ๆ นี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) อนุญาตให้บริษัทนำเข้าก๊าซ LNG จำนวน 1.2 ล้านตันต่อปี เพื่อจำหน่ายให้ลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรม สวนอุตสาหกรรม โดยเริ่มนำเข้าปลายปี 2564 หรือต้นปี 2565 สอดคล้องกับนโยบายรัฐที่ต้องการผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางการซื้อขาย LNG ภูมิภาค

“ธุรกิจใหม่นี้เป็นธุรกิจใหม่ที่บริษัทคาดหวังการเติบโต เพราะต้นทุนการจำหน่ายที่ไม่แพง และบริษัทเองก็มีกลุ่มลูกค้าชัดเจน เราพบว่าลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรม เป็นภาคการผลิตที่ใช้พลังงานทั้งวันทั้งคืน

ทั้งกลุ่มยานยนต์ ดาต้าเซ็นเตอร์ กลุ่มสุขภาพ คลังสินค้าที่เดิมมีทั้งในแบตเตอรี่ ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในราคาที่สูง เมื่อเราขยายและหาพลังงานทดแทน พลังงานหมุนเวียนด้านอื่นที่มีต้นทุนถูกกว่ามาให้ก็ตอบโจทย์เขา”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...