โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ที่ดินบ้านห้วยพระยังวุ่น รก.ที่ดินอำเภอท่าอุเทนเตะถ่วง ร่อนหนังสือให้กรรมการ ทบทวนมติเพิกถอนเอกสารสิทธิ

77kaoded

เผยแพร่ 19 ส.ค. 2563 เวลา 06.10 น. • 77 ข่าวเด็ด

นครพนม - ที่ดินบ้านห้วยพระยังวุ่น รก.ที่ดินอำเภอท่าอุเทนเตะถ่วง ร่อนหนังสือให้กรรมการ ทบทวนมติเพิกถอนเอกสารสิทธิ ปฏิรูปที่ดินงงชี้เป็นความเห็นส่วนตัว

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2563 นายเรืองชัย วงษ์อุระ อาสาสมัครคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพภาคประชาชนจังหวัดนครพนม กระทรวงยุติธรรม  ได้เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า สืบเนื่องจากการที่กรมที่ดินได้มีคำสั่งแต่งตั้งกรรมการสอบสวนตามความในมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2562 กรณีพบว่ามีโฉนดที่ดินจำนวน 14 แปลง และ นส.3 ก อีก 33 แปลง ของบริษัทเกษตรปิยมิตร ออกไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยคณะกรรมการชุดดังกล่าวประกอบด้วย 1.เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครพนม สาขาท่าอุเทน เป็นประธานกรรมการ 2.นายอำเภอท่าอุเทน 3.นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าจำปา 4.ปฎิรูปที่ดินจังหวัดนครพนม และ 5.นายศิริสานนท์ กุลฉวะ นักวิชาการที่ดินชำนาญการเป็นกรรมการและเลขานุการ

โดยประธานคณะกรรมการการสอบสวน ได้รับทราบคำสั่งเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2563 ในการนี้คณะกรรมการสอบสวนจะต้องดำเนินการสอบสวนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินให้แล้วเสร็จภายในเวลาหกสิบวัน นับแต่ได้มีคำสั่งให้ทำการสอบสวน แต่หากมีเหตุขัดข้องไม่สามารถดำเนินการสอบสวนให้แล้วเสร็จได้ ก็สามารถแจ้งเหตุขัดข้องดังกล่าวไปยังอธิบดีกรมที่ดินเพื่อขอขยายเวลาออกไปอีกตามความจำเป็นแต่ไม่เกินหกสิบวัน นับแต่ระยะเวลาสอบสวนครั้งแรกสิ้นสุดลง ซึ่งประธานคณะกรรมการได้ขอขยายระยะเวลาการสอบสวนออกไปแล้ว และได้ครบกำหนดเส้นตายเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2563

ซึ่งคณะกรรมการชุดดังกล่าว ได้มีการประชุมเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2563 และมีมติเป็นเอกฉันท์ เสนอความเห็นต่ออธิบดีกรมที่ดินว่า สมควรเพิกถอนเอกสารสิทธิที่ดิน น.ส. 3ก จำนวน 31 แปลง และ โฉนดที่ดินจำนวน 14 แปลง ของบริษัทเกษตรปิยมิตร เพราะทุกแปลงเป็นเอกสารสิทธิที่ออกสืบเนื่องจากใบจองที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการออกที่ฝ่าฝืนต่อมาตรา 33 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินและระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติว่าด้วยการจัดที่ดินเพื่อประชาชน พ.ศ.2498 และในส่วนของโฉนดที่ดินเลขที่ 19131,13233,19243,19238,19235,19236 ต.ท่าจำปา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม นั้น นอกจากจะออกสืบเนื่องจากใบจองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว ในชั้นการออกโฉนดที่ดินคณะกรรการสอบสวนเห็นว่ายังเป็นการออกทับที่สาธารณประโยชน์ทั้งเต็มแปลงและบางส่วน โดยเป็นการออกทับห้วยหลง ห้วยจ่องล่อง ห้วยบ่อ และหนองข้าซึ่งเป็นหนองน้ำสาธารณประโยชน์สำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน จึงเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 59 ตรี แห่งประมวลกฎหมายที่ดินและระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2536) ว่าด้วยเงื่อนไขการออกโฉนดที่ดินหรือการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์หมวด 2 ข้อ 8 เป็นการออกโฉนดที่ดินทับแปลงอื่น ซึ่งเป็นที่ดินนอกหลักฐาน เห็นควรเสนอความเห็นต่ออธิบดีกรมที่ดินสั่งเพิกถอนตามความในมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินต่อไป

แต่หลังจากคณะกรรมการมีมติดังกล่าวแล้ว นายเรืองชัย วงษ์อุระ อาสาสมัครคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพภาคประชาชนฯ ได้ติดตามตรวจสอบผลการมีมติดังกล่าว เนื่องจากเวลาได้ล่วงเลยกำหนดเส้นตายตามกรอบเวลามาเนิ่นนานแล้ว พบว่าเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2563 นายศิริสานนท์ กุลฉวะ กรรมการและเลขานุการของคณะกรรมการชุดดังกล่าว ได้มีหนังสือถึงกรรมการทุกคน ขอให้ทบทวนหรือรับรองการประชุมที่ประชุมเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2563 โดยนายศิริสานนท์อ้างว่าตนเองได้พบว่ามีข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายพร้อมทั้งระเบียบที่เกี่ยวข้องในหลายประการที่ตนเองได้ตรวจสอบพบ และยังไม่ได้พิจารณาโดยละเอียดรอบคอบ โดยระบุให้กรรมการทุกคนพิจารณาว่าจะรับรองรายงานการประชุมตามมติเดิมหรือจะมีความเห็นเพิ่มเติม หรือความเห็นแย้งอย่างไรให้แจ้งให้ตนทราบภายใน 15 วัน นับแต่ได้รับหนังสือดังกล่าวหากพ้นกำหนดแล้วจะถือว่ากรรมการยืนยันตามมติที่ประชุมเดิม

โดยนายเรืองชัยได้เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่านายศิริสานนท์ กุลฉวะ ซึ่งปัจจุบันรักษาการตำแหน่งเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครพนม สาขาท่าอุเทน ไม่อาจกระทำได้เนื่องจากคณะกรรมการชุดดังกล่าวได้มีมติเป็นเอกฉันท์ไปแล้ว เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2563 และกรอบเวลาของคณะกรรมการได้สิ้นสุดลงแล้วเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2563 ทางเดียวที่นายศิริสานนท์จะทำได้คือ นำเสนอมติของคณะกรรมการให้อธิบดีกรมที่ดินดำเนินการตามอำนาจหน้าที่เท่านั้น การกระทำของนายศิริสานนท์ดังกล่าว เป็นการกระทำเกินอำนาจหน้าที่ อาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 157  ซึ่งหลังจากนี้ตนจะตรวจสอบว่ามติของคณะกรรการตามมาตรา 61 ขณะนี้ได้ส่งถึงมืออธิบดีกรมที่ดินแล้วหรือยัง หากยังไม่ดำเนินการใดๆ ตนจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป เพราะถือว่าเป็นการเตะถ่วงเรื่องดังกล่าวเพื่อไม่ให้อธิบดีกรมที่ดินลงนาม

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปสอบถาม นายชัชวาลย์ ทรัพย์ยอดแก้ว ปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นหนึ่งในห้าคณะกรรมการสอบสวนตามความในมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ก็ได้ชี้แจงว่ามติคณะกรรมการฯเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2563 ถือว่าเป็นเอกฉันท์และเป็นข้อยุติแล้ว เมื่อเห็นหนังสือที่นายศิริสานนท์ กุลฉวะ นักวิชาการที่ดินชำนาญการ รักษาการในตำแหน่งเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครพนม สาขาท่าอุเทน ซึ่งเป็นทั้งกรรมการและเลขานุการ ที่ นพ 0020.02/5857 ลงวันที่ 7 สิงหาคม 2563 เรื่องให้ทบทวนหรือรับรองรายงานการประชุมคณะกรรมการสอบสวนตามความในมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน  โดยท้ายหนังสือฉบับนี้นายศิริสานนท์ได้แสดงความเห็นส่วนตัวที่ไม่ใช่มติของคณะกรรมการฯว่า “ข้พเจ้ามีความเห็นดังนี้คือ ให้รอการเพิกถอนโฉนดและ น.ส.3 ก. ตามคำสั่งกรมที่ดินที่ 3879/2562 ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2562 ไว้ก่อน ให้สำนักงานที่ดินจังหวัดนครพนม สาขาท่าอุเทน ขออนุมัติจากกรมที่ดินดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมใหม่ ได้ข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติอย่างไรให้เสนอความเห็นไปยังกรมที่ดินอีกครั้ง ส่วนมติที่ประชุมเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2563 นั้นยกเลิก” ตนจึงส่งหนังสือฉบับนี้ให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณา แต่มติในที่ประชุมนั้นถือว่าสิ้นสุดแล้ว

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวติดต่อไปยังสำนักงานที่ดินจังหวัดนครพนม สาขาท่าอุเทน เพื่อขอสัมภาษณ์นายศิริสานนท์ ได้ทราบจากเจ้าหน้าที่ว่ารักษาการเจ้าพนักงานที่ดินฯ เดินทางไปราชการที่กรุงเทพฯ

สำหรับมติในที่ประชุมคณะกรรมการสอบสวนฯ เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2563 ณ ห้องประชุมสำนักงานที่ดินจังหวัดนครพนม สาขาท่าอุเทน  มีความเห็นดังนี้ “ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์เสนอความเห็นต่ออธิบดีกรมที่ดินว่าควรเพิกถอนเอกสารสิทธิที่ดิน น.ส.3 ก. และโฉนดที่ดินตามที่ระบุในระเบียบวาระที่ 1 ทุกแปลง เพราะเป็นเอกสารสิทธิที่ออกสืบเนื่องจากใบจองที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายฝ่าฝืนต่อมาตรา 33 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน และระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติว่าด้วยการจัดที่ดินเพื่อประชาชน พ.ศ.2498 และในส่วนของโฉนดที่ดินเลขที่ 19131,13233,19243,19238,19235,19236 อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม นอกจากจะออกสืบเนื่องจากใบจองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว ในชั้นการออกโฉนดที่ดินคณะกรรมการสอบสวนเห็นว่าออกทับที่สาธารณประโยชน์ทั้งเต็มแปลงและบางส่วน ไม่ว่าจะเป็นห้วยหลง ห้วยจ่องล่อง ห้วยบ่อ และหนองข้าสาธารณประโยชน์จริงจึงเป็นการฝ่าผืนมาตรา 59 ตรี แห่งประมวลกฎหมายที่ดินและระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ.2536) ว่าด้วยเงื่อนไขการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์หมวด 2 ข้อ.8 เป็นการออกโฉนดที่ดินทับแปลงอื่นซึ่งเป็นที่ดินนอกหลักฐานควรเสนอความเห็นต่ออธิบดีกรมที่ดินสั่งเพิกถอนตามความในมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน”  โดยมีนายศิริสานนท์ กุลฉวะ เป็นผู้จดรายงานการประชุม และนายชัยนันท์ กั้นชัยภูมิ อดีตเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครพนม สาขาท่าอุเทน เป็นผู้ตรวจรายงานการประชุม

https://youtu.be/Ynt0q5ZEg7Y

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...