บิ๊กตู่ บ่นสมองหาย ร้องช่วยกันคิด ซัด 'วิ่งไล่ลุง' คนแค่หมื่น ทำ 60 ล้าน เดือดร้อน!
“บิ๊กตู่” คุยยังมีแรงศรัทธา ย้ำ ไม่ต้องการอำนาจ-ผลประโยชน์ วอน หยุดพูดให้เกลียดชัง ปลุก คนไทยใช้ประชาธิปไตยสร้างชาติ ถาม เคลื่อนหลักหมื่น ได้ประโยชน์อะไร เหตุ กระทบคน 60 ล้าน โยน ปชช. ตัดสินใจ จะอยู่กับที่-ก้าวหน้า-ถอยหลัง ไม่ตอบ
6 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้สิ่งที่ดีๆอยากให้เดินหน้า อย่าดึงให้ถอยหลัง ตนตั้งใจทำงานมา 5 ปี ปีที่ 6 นี้ยังยืนยันมีแรงศรัทธาตลอดมา ตนไม่ต้องการอำนาจและผลประโยชน์ทำไมไม่ไว้ใจ เมื่อไว้ใจตนก็ต้องไว้ใจในการบริหาร จะไม่ให้กลับไปที่เดิม
วันนี้นายกฯกำลังคิดแก้ปัญหาหลายเรื่อง ไม่เคยหยุดคิด ใครจะตำหนิต่อว่าอะไรก็เอาเถอะ เรื่องไหนที่ทุจริตผิดกฎหมายก็ว่ามา ชี้แจงได้ก็จบ ถ้าชี้แจงไม่ได้ก็ไปขึ้นกระบวนการศาล การพูดกันไปมาบางทีไม่ใช่เรื่อง ไม่มีอะไรที่ชัดเจน พูดกันไปบอกกันมาจนเกลียดชังหมด
เวลานี้เราควรสร้างให้เกิดความเกลียดชังกันเองในชาติหรือไม่ มันใช่เวลาหรือไม่ ทำไมไม่เอาเวลามารวมพลังเพื่อต่อสู้กับปัญหาภายนอก ปัญหาภายในก็แก้กันในเชิงระบบกลไก ถ้ามัวโทษกันไปกันมามันแก้อะไรไม่ได้ ตนชอบแก้ปัญหาทั้งระบบ บางอย่างได้ผล บางอย่างไม่ได้ผล
ตนพยายามทำดีที่สุด รับทุกปัญหามาคิด กลับบ้านก็คิด เสาร์อาทิตย์ก็คิด เย็นกลับไปก็คิด ไม่เคยนิ่งนอนใจกับปัญหา แต่ต้อง ใช้กลไก ครม.ขับเคลื่อนและติดตามผลการปฏิบัติจากการรายงาน ไม่ได้ฟังรายงานจากข้าราชการอย่างเดียวแต่ฟังจากประชาชนที่เป็นข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ ตนเอาทั้งสองอย่างมาผสมกัน คือเชิงหลักการและเชิงประจักษ์นั่นคือสิ่งที่ตนทำงาน
“ผมอยากให้ทุกคนใช้กลไกประชาธิปไตยสร้างประเทศกันก่อนได้หรือไม่ ดีกว่าจะทำลายกัน ผิดถูกตรงไหนก็ไปเข้ากระบวนการยุติธรรม แต่ถ้าพูดกันไล่กันไปมาแบบนี้ ผมไม่เห็นประโยชน์จะเกิดขึ้น ไม่ว่าสนับสนุนผมหรือสนับสนุนใคร หรือต่อต้านผม มันเกิดประโยชน์กับใครบ้าง มีคนจำนวนหนึ่งที่ทำเรื่องแบบนี้ พัน สองพัน หมื่นหนึ่ง แต่คนที่เสียประโยชน์คือคน 60 ล้าน” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
อยากบอกว่าพอเถอะ มาช่วยกันทำประเทศดีกว่า ช่วยกันฟังว่ารัฐบาลจะทำอะไร ถ้าไม่พอใจอะไรก็บอกมา รัฐบาลก็แก้ไข อย่าใช้ทุกเวทีดิสเครดิตกันไปมา ไม่เกิดประโยชน์ เพราะยังไม่ได้อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ใครผิดถูกอย่างไรให้มาแจ้ง เอาหลักฐานมา จะนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตัดสินอย่างไรก็ว่าตามนั้น ตอนนี้มีองค์กรอิสระตรวจสอบเยอะแยะ เขาจะกล้ามาเข้าข้างตนหรือ ถ้าเขากล้าช่วยตนหรือใครก็ตามแล้วเขามีความผิด ทุกคนกลัวความผิด
เมื่อถามถึงการเสนอแก้รัฐธรรมนูญ ผบ.เหล่าทัพต้องไม่เป็น ส.ว. นายกฯ กล่าวว่า เรื่องรัฐธรรมนูญต่างๆ ไม่รู้ว่าจะทะเลาะกันทำไมเพราะขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการศึกษา ก็ต้องไปพูดคุยกัน ไม่ใช่พูดผ่านสื่อทุกวัน จะเปิดประเด็นกันมาอีกทำไมในเมื่อตนไม่ขัดข้องอยู่แล้ว ก็ต้องไปพูดคุยใน ขั้นตอน กมธ. หากพูดผ่านสื่อก็ตีกันทั้งหมดไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง ความร่วมมือก็จะไม่เกิด ฝากคนอีก 60 กว่าล้านที่เขาเดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลือจากรัฐบาล ไม่อยากให้สนใจเรื่องขี้หมูราขี้หมาแห้ง บางทีไม่ได้สาระอะไรเลย แต่พูดกันได้ทุกวัน พูดให้สังคมระอุทุกวันทำเพื่ออะไร
ไม่มีใครทำถูกหรือผิดทั้งหมด แต่คำว่าผิดกระบวนการยุติธรรมต้องตัดสินไม่เช่นนั้นประเทศนี้อยู่ไม่ได้แน่นอน เพราะทุกประเทศในโลกอยู่ด้วยกระบวนการยุติธรรม ต้องเข้ากระบวนการยุติธรรม เพื่อพิสูจน์กันต่อไป เข้าใจคำว่าพิสูจน์ข้อเท็จจริงไหม นั่นคือกระบวนการศาล 3 ศาล ต้องว่ากันมาเมื่อตัดสินแล้วก็จบ ไม่ใช่ไปด้อยค่าศาล ทำให้ทุกอย่างรวนเรไปทั้งหมด แล้วจะอยู่กันด้วยอะไร
ไม่ว่าเรื่องรัฐธรรมนูญเขียนยังไงก็ไม่มีใครพอใจทั้งหมด ดังนั้นอย่าเอาเรื่องเดิมๆ มาทะเลาะกันอีกเลย ขอร้องแค่นี้ ย้ำว่าไม่ได้เป็นศัตรูกับใครทั้งสิ้น ใครจะด่าจะว่า ในสื่อด่าตนทุกวัน การ์ตูนเขียนด่ามา 5 ปีเต็มๆ ก็ไม่เคยไปแตะต้องเลย รู้อยู่หนังสือพิมพ์ไหนเขียนด่ามาอย่างนี้ เคยไปแตะต้องหรือไปรังแกสื่อ หากทำผิดกฎหมายก็ต้องถูกลงโทษตามกฎหมายอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องสั่ง ถ้าเราไม่เอากฎหมายมาเป็นตัวพื้นฐานประเทศนี้มันไม่ใช่ประเทศ
“ที่บอกว่ารักชาติ รักประชาชน รักจริงหรือไม่ รักแบบไหน รักถูกวิธีหรือไม่ ถ้ารักต้องหาวิธีที่เหมาะสม ซึ่งดีบ้าง ชอบบ้าง ไม่ชอบบ้าง แต่คนได้ประโยชน์ต้องมากกว่าคนที่ไม่ได้ประโยชน์ และคนเสียประโยชน์ยอมหรือไม่นั่นคือสิ่งที่ยากง่ายในการทำงาน ทำงานไม่เหมือนสั่งขี้มูก สั่งไปแล้วก็โล่ง
ไม่เช่นนั้นตนคงไม่มานั่งเป็นบ้าเป็นบอ นั่งเขียนหนังสือ นั่งคิดทุกวัน เหลือเวลานอนที่คิดไม่ได้แค่นั้น แล้วต้องมาเสียเวลาและพูดเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องสำคัญ สมองตนหายไปเยอะ หายไปครึ่งนึง ทำไมไม่ช่วยตนบ้าง ตนเคารพทุกคนเพราะเข้ามาในกระบวนการประชาธิปไตย” นายกฯกล่าว
ถามว่าประชาธิปไตยวันโน้นกับประชาธิปไตยวันนี้ต่างกันอย่างไร หาให้เจอ ตนขี้เกียจพูดย้อนไปมา ทุกคนทราบดี แต่ลืมไปหมดแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นในประเทศไทย วันนี้สิ่งที่ดีเกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่ไม่ดียังมีค้างอยู่ นั่นคือสิ่งที่อยากให้ประชาชนตัดสินใจว่าเราจะเดินไปข้างหน้าหรืออยู่กับที่ หรือจะก้าวถอยหลัง หรือจะรื้อทั้งหมดกลับไปสู่อดีต เชิญเถอะ ตนทำของตนเต็มที่เท่านี้
เมื่อถามถึงกรณีฝ่ายค้านเตรียมหยิบยกเรื่องขายที่ดินมาอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ตอบ ก่อนเดินกลับขึ้นห้องทำงานทันที