โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

1 ตุลาคม 1949 “เหมา เจ๋อตง” ประกาศตั้ง “สาธารณรัฐประชาชนจีน”

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 03 ต.ค. 2568 เวลา 07.32 น. • เผยแพร่ 01 ต.ค. 2568 เวลา 00.21 น.
เหมาเจ๋อตง ในวันสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อ 1 ตุลาคม ค.ศ. 1949 ภาพจาก BEIJING, CHINA

1 ตุลาคม 1949 “เหมา เจ๋อตง” ประกาศตั้ง “สาธารณรัฐประชาชนจีน”

ก่อนที่ เหมา เจ๋อตง จะประกาศก่อตั้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ในวันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ. 1949 ซึ่งต่อมาจีนได้ถือเอาวันที่ 1 ตุลาคม ของทุกปี เป็น “วันชาติจีน” นั้น ย้อนไปใน ค.ศ. 1937 เกิดสงครามระหว่างจีน-ญี่ปุ่น หลังจีนต่อต้านการแผ่อิทธิพลของญี่ปุ่นในอาณาเขตของตนอย่างเต็มกำลัง ขณะเดียวกันจีนเองก็ต้องประสบกับสงครามภายในจากการแย่งชิงอำนาจระหว่าง ฝ่ายคณะชาติ และฝ่ายคอมมิวนิสต์ ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนการรุกรานของญี่ปุ่น

ฝ่ายคอมมิวนิสต์เริ่มต้นด้วยฐานะที่ด้อยกว่า แรกเริ่มทั้งสองฝ่ายให้ความร่วมมือกัน ด้วยต่างก็เป็นกลุ่มกำลังที่พึ่งการสนับสนุนจากโซเวียตทั้งคู่ แต่เมื่อ เจียง ไคเช็ก ขึ้นเป็นผู้นำรัฐบาลคณะชาติ เขาก็เริ่มการกวาดล้างฝ่ายคอมมิวนิสต์ ทำให้คอมมิวนิสต์ต้องระหกระเหินไปอยู่ถิ่นทุรกันดารนับสิบปี แต่สงครามกับญี่ปุ่น และความขัดแย้งภายในพรรคก็ทำให้รัฐบาลคณะชาติอ่อนแอลงเป็นลำดับ ขณะที่ฝ่ายคอมมิวนิสต์สามารถรวบรวมกำลังจากชนบทจนเป็นปึกแผ่น

เมื่อเข้าปี 1937 จีนคณะชาติและจีนคอมมิวนิสต์ได้จัดตั้งแนวร่วมต้านญี่ปุ่น แต่ทั้งสองฝ่ายยังคงมีความหวาดระแวงต่อกัน ตามข้อตกลง กองทัพแดงเข้าอยู่ใต้การบังคับบัญชาของรัฐบาลคณะชาติในนาม “กองทัพที่ 8” แต่โดยข้อเท็จจริงแล้ว พรรคคอมมิวนิสต์ได้กลายเป็นรัฐบาลในภาคเหนือที่ค่อยๆ ขยายอิทธิพลมากขึ้นเรื่อยๆ

หลังญี่ปุ่นพ่ายแพ้และถอนกำลังออกจากจีน สหรัฐอเมริกาได้เข้ามาเป็นตัวกลางในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างจีนทั้งสองฝ่ายที่กำลังขยายตัว โดยหวังให้พรรคคอมมิวนิสต์มีสถานะเป็นฝ่ายค้านเหมือนเช่น พรรคคอมมิวนิสต์ในยุโรปตะวันตก และให้กองทัพจีนทั้งสองฝ่ายรวมกันแล้วลดกำลังลง ถึงเดือนมกราคม 1946 ทั้งสองฝ่ายตกลงหยุดยิง และวางแผนที่จัดตั้งรัฐบาลผสมขึ้น

แต่สุดท้ายการหยุดยิงก็ล้มเหลวในกลางปี 1946 ด้วยฝ่ายคณะชาติเองก็มั่นใจในอาวุธที่เหนือกว่า ขณะที่ฝ่ายคอมมิวนิสต์ก็เชื่อว่าฝ่ายคณะชาติกำลังอยู่ในช่วงขาลง ทำให้ทั้งสองฝ่ายไม่ลังเลที่จะใช้กำลังเข้าห้ำหั่นกัน

อย่างไรก็ดี ฝ่ายคณะชาติที่มีกำลังอาวุธที่ทันสมัย รวมถึงกำลังทางอากาศที่ผูกขาดไว้เพียงฝ่ายเดียว ก็เพลี่ยงพล้ำให้กับฝ่ายคอมมิวนิสต์ที่มีความเป็นหนึ่งเดียวและการจัดการดีกว่า การปะทะขั้นแตกหักในปี 1949 ทำให้ฝ่ายคณะชาติสูญเสียกำลังกว่า 5 แสนนาย โดยมี 27,000 นายที่ยอมจำนน ทั้งนี้จากคำกล่าวอ้างของฝ่ายคอมมิวนิสต์

ในวันที่ 1 ตุลาคม 1949 เหมา เจ๋อตง ผู้นำกองทัพแดงก็ได้ประกาศก่อตั้ง “สาธารณรัฐประชาชนจีน” ขึ้น ต่อหน้าฝูงชนกว่า 3 แสนคน ณ จัตุรัสเทียนอันเหมิน กรุงปักกิ่ง นับเป็น “วันชาติจีน”

ส่วนฝ่ายคณะชาติก็พากันหลบหนีไปตั้งรัฐบาลที่ไต้หวัน แต่กว่าที่กองทัพแดงของเหมา เจ๋อตง จะรวบรวมดินแดนบนแผ่นดินใหญ่ทั้งหมดและเกาะไห่หนานได้ ก็ต้องรอถึงเดือนพฤษภาคม 1950

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

“Mao Zedong”. Encyclopædia Britannica. Encyclopædia Britannica Online.
Encyclopædia Britannica Inc., 2016. Web. 30 Sep. 2016
<https://global.britannica.com/biography/Mao-Zedong>.

“China”. Encyclopædia Britannica. Encyclopædia Britannica Online.
Encyclopædia Britannica Inc., 2016. Web. 30 Sep. 2016
<https://global.britannica.com/place/China/Riots-and-protests>.

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยุคใหม่: จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน, John K. Frairbak, Edwin O. Reischauer, Albert M. Craig. มูลนิธิโตโยต้า ประเทศไทย, มูลนิธิโครงการตำราฯ

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 1 ตุลาคม 2559

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 1 ตุลาคม 1949 “เหมา เจ๋อตง” ประกาศตั้ง “สาธารณรัฐประชาชนจีน”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...