โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สิ้นปีนั่ง "รถเมล์" เข้าถึงทุกสนามบิน บูมเส้นทางท่องเที่ยวทั่วทิศทั่วไทย

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 14 พ.ค. 2561 เวลา 03.48 น.

เมื่อการท่องเที่ยวกลายเป็นดาวเด่นการสร้างรายได้ให้กับประเทศไทย จึงทำให้รัฐบาลทหารหันมาโหมโปรโมตการท่องเที่ยวของไทยให้มากขึ้น จากเมืองหลักกำลังขยายสู่ 55 จังหวัดเมืองรอง พร้อมเร่งเสริมโครงข่ายการเดินทางให้เข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น

 

หนึ่งในนั้นคือการจัดระบบขนส่งรถโดยสารสาธารณะรับคนจากสนามบินไปสู่ชุมชนท่องเที่ยวต่าง ๆ ในรูปแบบ one transport ลงจากเครื่องบินสามารถนั่งรถโดยสารเข้าเมืองได้สะดวก

ล่าสุด “ขบ.-กรมการขนส่งทางบก” กำลังขะมักเขม้นจัดเส้นทางรถเมล์วิ่งบริการถึงประตูอาคารผู้โดยสารของทุกสนามบินภายในปี 2561 นี้

“สนิท พรหมวงศ์” อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ปัจจุบันกรมร่วมกับผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะ เปิดให้บริการเส้นทางเข้าสู่สนามบินแล้ว 22 แห่ง จากปัจจุบันประเทศไทยมีสนามบินพาณิชย์ทั้งหมด 34 แห่งภายใต้การกำกับดูแลของ 4 หน่วยงาน ได้แก่ บมจ. ท่าอากาศยานไทย หรือ ทอท. 6 แห่ง, กรมท่าอากาศยาน 24 แห่ง, บจ.การบินกรุงเทพ 3 แห่ง และกองทัพเรือ 1 แห่ง

ล่าสุด วันที่ 4 พ.ค.ที่ผ่านมา เปิดบริการรถโดยสารเข้าสู่ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ส่วนที่เหลืออยู่ในระหว่างพิจารณาผู้ประกอบการขนส่งที่มีความพร้อมเข้าให้บริการ จะดำเนินการครอบคลุมครบทุกสนามบินในปี 2561

“เป็นการสร้างมิติใหม่ในการเดินทาง เพิ่มทางเลือกให้กับผู้โดยสาร มิติแรกในปี”61 จะมีรถเมล์วิ่งถึงทุกสนามบิน มิติที่ 2 ยกระดับมาตรฐานตัวรถให้ได้มาตรฐาน และสุดท้ายเป็นมิติด้านการบริการที่ให้ประชาชนเข้าถึงได้มากขึ้น โดยจะใช้ร่วมกับระบบตั๋วร่วมได้”

นายสนิทกล่าวว่าในเดือนมิ.ย.นี้เปิดบริการรถโดยสารเชื่อมสนามบินสมุย มี 1 เส้นทาง สาย 8312 ช่วงบ้านหน้าทอน-บ้านบ่อผุด-สนามบินเกาะสมุย (รถมินิบัส) ดำเนินการโดยสหกรณ์เดินรถเกาะสมุย อยู่ระหว่างจัดหารถ ส่วนสนามบินสุราษฎร์ธานีเริ่มเดินรถแล้ว มี 1 เส้นทาง สาย 8244 ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี – ดอนสัก-เกาะสมุย หจก.สมุยทัวร์แอนด์ทรานสปอร์ต เป็นผู้ดำเนินการ

สนามบินนครศรีธรรมราช มี 2 เส้นทาง โดย บริษัท ณิชาทัฬห์ จำกัด คือ สาย 7 ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช -แยกเบญจมราชูทิศ-สถานีขนส่งผู้โดยสาร และสาย 8 ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช-บ้านท่าแพ-สถานีขนส่งผู้โดยสาร อยู่ระหว่างจัดหารถ คาดว่าจะเริ่มเดินรถ มิ.ย.นี้ ขณะที่สนามบินตราด อยู่ระหว่างปรับปรุงเส้นทาง

สำหรับรถโดยสารที่จะให้บริการภายในสนามบินอู่ตะเภา เป็นรถโดยสารขนาดเล็กมาตรฐานใหม่ มีระบบความปลอดภัยครบครัน ติดตั้ง GPS tracking และอุปกรณ์แสดงผลความเร็ว มีระบบเบรก ABS และมีอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น ถังดับเพลิง ค้อนทุบกระจก ขนาด 19 ที่นั่ง ต่อไปจะรองรับระบบ e-Ticket และตั๋วร่วม

มี 3 เส้นทาง เก็บค่าโดยสารตามระยะทาง ได้แก่ 1.สาย 398 ตราด-อู่ตะเภา โดยมีบริษัท สุวรรณภูมิบูรพา จำกัด เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการ มีเส้นทางและสถานที่หยุดรับ-ส่งผู้โดยสารที่ จ.ตราด, จ.จันทบุรี, สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดระยอง แห่งที่ 1, ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา รวมระยะทาง 220 กม. ใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง 15 นาที ค่าโดยสารสูงสุด 130 บาท

2.สาย 399 ระยอง-อู่ตะเภา โดยมีห้างหุ้นส่วนจำกัด บี เอช ระยอง เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการ มีเส้นทางและสถานที่หยุดรับ-ส่งผู้โดยสาร ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดระยอง แห่งที่ 2, อ.บ้านฉาง, ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา รวมระยะทาง 35 กม. ใช้เวลาเดินทาง 33 นาที ค่าโดยสารสูงสุด 24 บาท

3.สาย 400 ชลบุรี-อู่ตะเภา โดยมีบริษัท สุวรรณภูมิบูรพา จำกัด เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการ มีเส้นทางและสถานที่หยุดรับ-ส่งผู้โดยสารที่ จ.ชลบุรี, อ.ศรีราชา, เมืองพัทยา, อ.สัตหีบ, ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา รวมระยะทาง 100 กม. ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 34 นาที ค่าโดยสารสูงสุด 64 บาท

แต่ละเส้นทางมีรถบริการ 2-4 คัน โดยเที่ยววิ่งบริการจะสอดคล้องกับจำนวนเที่ยวบินของแต่ละวัน มีอยู่ประมาณ 40-50 เที่ยวบินต่อวัน คาดว่าจะได้รับความนิยมจากผู้โดยสาร โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพราะเป็นเส้นทางช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก และยังเป็นจังหวัดในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) อีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...