Re-solution ซัด บ.ลูก 'ปรีชา จันทร์โอชา' ได้ประโยชน์จากรัฐ กังขาเพราะนามสกุล?
แกนนำกลุ่ม Re-solution ซัดบริษัทลูกชาย "บิ๊กติ๊ก" กอบโกยหากินกับภาครัฐ พ่อเป็น ส.ว. มีอำนาจล้น ตั้งข้อสงสัยได้งานเพราะนามสกุล "จันทร์โอชา"
เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ แกนนำกลุ่ม Re-solution กล่าวถึงกรณีที่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด(หจก.)คอนเทมโพรารี คอนสตรัคชั่น ของนายปฐมพล จันทร์โอชา บุตรชายของพล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา น้องชายพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ถูกสำนักงานป.ป.ช. ไต่สวน กรณีถูกกล่าวหาว่าตั้ง หจก.คอนเทมโพรารี ในค่ายทหารสมเด็จพระเอกาทศรถ (กองทัพภาคที่ 3)
ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างแสวงหาข้อเท็จจริงอยู่นั้น และล่าสุดมีการเปิดเผยว่า นายปฐมพล จันทร์โอชา ยังปรากฏชื่อเป็นกรรมการบริษัทอีกอย่างน้อย 2 แห่ง และมีหนึ่งบริษัทที่เป็นคู่สัญญากับหน่วยงานรัฐระหว่างปีงบประมาณ 2562-2564 รวมอย่างน้อย 49 สัญญา วงเงินกว่า 130.83 ล้านบาทด้วย ว่า ตั้งข้อสังเกตว่าการเป็นน้องชายหัวหน้าคณะรัฐประหารได้อะไรมากกว่าที่คิด
นอกจากได้เป็น ส.ว. ที่ได้รับเลือกจากคณะกรรมการที่พี่ชายตัวเองแต่งตั้งมาแล้ว ก็ยังมีโอกาสไปตอบแทนเลือกพี่ชายตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรีสืบทอดอำนาจด้วย และเมื่อตัวเองมีอำนาจ พี่ชายมีอำนาจล้นประเทศ ก็เป็นการง่ายที่ทายาทในรุ่นถัดไป จะประกอบธุรกิจหากินกับภาครัฐ กอบโกยผลประโยชน์สาธารณะเพื่อสะสมความมั่งคั่งเพิ่มอีก ได้อย่างสะดวกสบาย
“เท่านั้นยังไม่พอ เป็นที่น่าสงสัยว่าการตั้งบริษัทในค่ายทหาร ต่อด้วยการได้เป็นคู่สัญญาจากหน่วยงานรัฐก็เป็นไปได้ว่าอาจได้รับโอกาสมากกว่าคนทั่วไปใช่หรือไม่ และเมื่อได้งานจากภาครัฐเป็นกอบเป็นกำ ก็ได้รายได้ ได้โปรไฟล์บริษัท ได้ต่อยอดธุรกิจ”น.ส.ธิษะณา กล่าว
น.ส.ธิษะณา กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยมีประชาชนจำนวนมากตั้งแฮทแทคในสื่อสังคมออนไลน์ว่า #สวมีไว้ทำไม บางทีจึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจว่าทำไมประชาชนถึงตั้งคำถามถึงการมีอยู่ของ ส.ว. กันมากมายขนาดนั้น เพราะนอกจากพฤติกรรมและการทำหน้าที่ของ ส.ว. ที่ผ่านมาแล้ว ที่ก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับประชาชน และยิ่งกรณีที่เกิดขึ้นนี้อาจเป็นคำตอบว่า ส.ว. มีไว้เพื่ออะไร มีไว้เพื่อให้ใครบางคน
บางกลุ่มสามารถใช้อำนาจรัฐเอื้อผลประโยชน์ให้เครือญาติลูกหลานกอบโกยผลประโยชน์สาธารณะใช่หรือไม่ ดังนั้นจึงถึงเวลาแล้วที่ต้องเดินหน้า ล้ม ส.ว. ตามรัฐธรรมนูญ 60 ซึ่งมาจากการแต่งตั้งของ คสช. ที่เป็นเหมือนมะเร็งร้ายกัดกินประเทศไทย เป็นกุญแจสำคัญในการสืบทอดอำนาจของตนเอง และยังกอบโกยผลประโยชน์จากภาษีประชาชนมากมายขนาดนี้ มีประชาชนจำนวนมากตั้งข้อสงสัยว่าตระกูลจันทร์โอชาทำเหมือนว่าผลประโยชน์สาธารณะคือธุรกิจครอบครัวอย่างนั้นหรือไม่ ที่ได้งานมากมายเป็นเพราะความสามารถบริษัทหรือเพราะนามสกุลจันทร์โอชากันแน่
“ในขณะที่ประชาชนกำลังยากลำบากยากเข็ญ ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานภายใต้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เช่นสิทธิในการทำงาน เสรีภาพในการแสดงออก เสรีภาพในการเดินทาง และอื่นๆอีกมากมาย อีกทั้งประชาชนจำนวนมากต้องอดมื้อกินมื้อ ตกงาน ไม่มีเงินเลี้ยงครอบครัว หนี้ครัวเรือนสูงสุดในรอบ 18 ปี สืบเนื่องมาจากและการบริหารจัดการวิกฤติโควิดที่ล้มเหลวของรัฐ ที่เอื้อแต่ประโยชน์แต่ตัวเองและพวกพ้องและ ครอบครัวบางตระกูลที่กลับเสวยสุข นอนบนกองเงินกองทอง สูบเลือดสูบเนื้อทรัพยากรของประชาชน จนรวยล้นฟ้า” น.ส.ธิษะณา กล่าว