โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

กรมบัญชีกลาง แก้กฎกระทรวงกำหนดพัสดุ-วิธีจัดซื้อจัดจ้างที่รัฐต้องการสนับสนุน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 19 ส.ค. 2564 เวลา 08.52 น. • เผยแพร่ 18 ส.ค. 2564 เวลา 11.07 น.

กรมบัญชีกลาง ปรับปรุงกฎกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน พร้อมจัดทำคู่มือการปฏิบัติงานตามกระทรวงขึ้นใหม่

วันที่ 18 ส.ค. 64 นายประภาศ คงเอียด อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงการคลังได้ออกกฎกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2563 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2563 เป็นต้นมา ซึ่งจากการดำเนินการที่ผ่านมา กรมบัญชีกลางได้รับทราบปัญหาจากการออกกฎกระทรวง และหนังสือแจ้งเวียนแนวทางปฏิบัติดังกล่าว เช่น

1) หน่วยงานของรัฐเชิญเฉพาะผู้ประกอบการรายเดิมเข้ายื่นข้อเสนอ ทำให้ไม่เกิดการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม 2) การค้นหารายการสินค้าหรืองานบริการที่ www.thaismegp.com ของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งไม่มีรายละเอียดของพัสดุที่ขายหรือรายละเอียดของงานที่รับจ้าง ทำให้หน่วยงานของรัฐไม่สามารถค้นหารายการสินค้าและงานบริการต่าง ๆ ได้ 3) หน่วยงานของรัฐยังมีความไม่เข้าใจในการปฏิบัติงานเนื่องจากแนวทางปฏิบัติในบางเรื่องยังมีความไม่ชัดเจน รวมทั้งแนวทางปฏิบัติในบางเรื่องยังมีความไม่คล่องตัว เป็นต้น 

ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าวข้างต้น รวมทั้งเพื่อให้เกิดความชัดเจนและความคล่องตัวในทางปฏิบัติตามกฎกระทรวง กรมบัญชีกลางจึงได้ยกเลิกหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 89 ลงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 และได้จัดทำคู่มือการปฏิบัติงานตามกระทรวงขึ้นใหม่ เสนอคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ (คณะกรรมการวินิจฉัย) พิจารณา ซึ่งคณะกรรมการวินิจฉัยพิจารณาและมีมติในคราวการประชุมครั้งที่ 13/2564 เมื่อวันที่  11 สิงหาคม 2564 เห็นชอบคู่มือแนวทางการปฏิบัติตามกฎกระทรวงตามที่กรมบัญชีกลางเสนอ โดยมีการเปลี่ยนแปลงหลักการจากเดิม เป็นดังนี้ 

1. การจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท หน่วยงานของรัฐสามารถจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง ตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ข) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ กับผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่งก็ได้

2. การช่วยเหลือสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ที่กำหนดให้หน่วยงานของรัฐจัดซื้อจัดจ้างพัสดุจากผู้ประกอบการ SMEs ตามรายการสินค้าหรือบริการที่มีรายชื่อตามที่สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม (สสว.) ได้ขึ้นบัญชีไว้ โดยให้ใช้เงินงบประมาณจัดซื้อจัดจ้างพัสดุดังกล่าว ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของงบประมาณในการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่อยู่ในบัญชีรายชื่อผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งการส่งเสริมสนับสนุน แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่

2.1 การส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ในเชิงพื้นที่ โดยพิจารณาจากพื้นที่ที่ได้รับงบประมาณหรือพื้นที่ที่จะนำพัสดุนั้นไปใช้งาน โดยให้เชิญผู้ประกอบการ SMEs ไม่น้อยกว่า 3 ราย เสนอราคาโดยวิธีคัดเลือก ปรับแก้ไขให้เพิ่มเป็น “ไม่น้อยกว่า 6 ราย” เพื่อให้เกิดการแข่งขันมากขึ้น

2.2 การให้แต้มต่อด้านราคากับผู้ประกอบการ SMEs ในการเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้เสนอราคารายอื่นไม่เกินร้อยละ 10 โดยให้ใช้กับวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งวิธีคัดเลือกกรณีที่ใช้เกณฑ์ราคาเป็นเกณฑ์ในการพิจารณาด้วย ซึ่งเดิมกำหนดให้ใช้กับวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้เกณฑ์ราคาเป็นเกณฑ์ในการพิจารณาเท่านั้น

3. กรณีที่หน่วยงานของรัฐซื้อหรือจ้างพัสดุที่ไม่มีผลิตภายในประเทศ หน่วยงานของรัฐสามารถกำหนดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุหรือขอบเขตของงานตามความต้องการที่ใช้พัสดุนั้น โดยไม่ต้องขออนุมัติจากหัวหน้าหน่วยงานของรัฐหรือผู้มีอำนาจเหนือขึ้นไปหนึ่งชั้น

4.งานจ้างก่อสร้างและงานจ้างที่มิใช่งานก่อสร้าง กรณีที่วงเงินไม่เกิน 500,000 บาท และกรณีที่สัญญาไม่เกิน 60 วัน กรณีงานจ้างก่อสร้างผู้ประกอบการที่เป็นคู่สัญญาไม่ต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศและแผนการใช้เหล็กภายในประเทศ หรืองานจ้างทั่วไปที่มิใช่งานก่อสร้างผู้ประกอบการที่เป็นคู่สัญญาไม่ต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ

5. งานจ้างก่อสร้างและงานจ้างที่มิใช่งานก่อสร้าง กรณีที่วงเงินเกิน 500,000 บาท และกรณีที่สัญญาเกิน 60 วัน กรณีงานจ้างก่อสร้างให้คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศและแผนการใช้เหล็กภายในประเทศหรืองานจ้างทั่วไปที่มิใช่งานก่อสร้างผู้ประกอบการที่เป็นคู่สัญญา ต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุ ที่ผลิตภายในประเทศ เดิมกำหนดให้จัดทำแผนยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน 30 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ปรับแก้ไขใหม่เป็น กำหนดให้จัดทำแผนยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน 60 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา

“คู่มือการปฏิบัติงานตามกฎกระทรวงข้างต้น เป็นการกำหนดขั้นตอนการปฏิบัติงานตั้งแต่การกำหนดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุหรือขอบเขตของงาน การกำหนดเงื่อนไขในเอกสารประกวดราคาและหนังสือเชิญชวน การเลือกใช้วิธีการจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารสัญญาและการตรวจรับพัสดุ ซึ่งจะทำให้หน่วยงานของรัฐสามารถนำไปปฏิบัติงานได้อย่างคล่องตัว ชัดเจน และถูกต้อง ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call center กรมบัญชีกลาง 0-2270-6400 ในวัน เวลาราชการ” อธิบดีกรมบัญชีกลางกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...