โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

‘โรคเบาหวาน’ ทำเสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้อย่างไร?

The Bangkok Insight

อัพเดต 26 ธ.ค. 2562 เวลา 15.59 น. • เผยแพร่ 26 ธ.ค. 2562 เวลา 23.48 น. • The Bangkok Insight

ใกล้ปีใหม่เทศกาลรื่นเริง แน่นอน!! ต้องมีงานสังสรรค์เลี้ยงปีใหม่ เลี้ยงรุ่น เลี้ยงโต๊ะแชร์ เลี้ยงเลื่อนตำแหน่ง เลี้ยงสอบเข้าได้ อื่นๆ อีกเพียบ นี่ยังไม่นับเลี้ยงลูก (ที่เพิ่งคลอดใหม่ พอดี เพื่อนผู้เขียนเพิ่งได้ลูกชายและลูกสาวกันหลายคู่อยู่ ดีใจกันยกใหญ่) ดูเหมือนช่วงท้ายปี จะเน้นรับประทานอาหารเยอะเชียว คุณผู้อ่านหลายคนที่มีโรคประจำตัว ย่อมต้องเลือกทานอาหาร เลี่ยงที่หวานจัด มันจัด เผ็ดจัด แต่วันนี้ ผู้เขียนขออนุญาติโฟกัสในเรื่อง"โรคเบาหวาน" ซึ่งถือเป็นโรคที่ติดอันดับหนึ่งมาหลายปีซ้อน และยังมีแนวโน้มอัตราเกิดสูงขึ้นทุกปี! และโรคเบาหวาน ถือเป็นโรคที่ติดอันดับหนึ่งในสิบของโรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุอีกด้วย

องค์การอนามัยโลก ได้ให้คำจำกัดความของ "สุขภาพ" คือ สถานะการมีสุขภาพดีทั้งทางร่างกาย และอารมณ์ ไม่เพียงแต่การปลอดโรคเท่านั้น

"โรคเบาหวาน" ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดปัญหาทางเพศเพิ่มขึ้นได้ แน่นอนว่าเกิดขึ้นได้ทั้งเพศชายและเพศหญิง โดยพบได้ในเพศชาย 30% และเพศหญิงถึง 40% และมีการคาดการณ์ว่า จำนวนเพศชายที่หย่อนสมรรถภาพทางเพศจะเพิ่มขึ้นเป็น 170 ล้านคนในป 2568 เลยทีเดียว ถ้าสังเกตตามมวลเปอร์เซ็นต์ด้านบน จะพบว่าเพศหญิงมีปัญหามากกว่าเพศชาย แต่เป็นเพราะเพศชายจะกังวลและมาพบแพทย์ได้บ่อยกว่าเพศหญิงนั่นเอง

ผู้ชายทุก ๆ 6 ใน 10 คนที่เป็นโรคเบาหวานจะมีปัญหา ED หรือปัญหาทางเพศ (ED ย่อมาจากคำว่า Erectile Dysfunction)ความหมายคือ ความบกพร่องของการแข็งตัวขององคชาต นี่คือความหมายที่ตรงที่สุด อีกหนึ่งเรื่องที่ไม่สามารถมองข้ามได้คือ ผู้ป่วยเบาหวานที่ปัญหา ED มีมากถึง 50-90% โดยพบว่า ไม่สามารถควบคุมน้ำตาลในเลือดได้ หรือเป็นเบาหวานมานาน มีอาการมือชา เท้าชา จอประสาทตาเสื่อมจากเบาหวานและมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจมากขึ้นถึง 3 เท่า

การเป็นโรคเบาหวานทั้งประเภท 1 และ ประเภท 2 ยังสามารถส่งผลต่อการดำเนินกิจกรรมในชีวิตได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเซ็กซ์ กระทบตรงถึงการเบื่อเซ็กซ์ และการมีความต้องการทางเพศต่ำลง จนไปถึงการติดเชื้อในช่องคลอด และภาวะการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ไม่เพียงแต่เรื่องเซ็กซ์ ยิ่งกว่าไปกว่า คนที่เป็นโรคเบาหวาน จะมีแนวโน้มที่จะมีปัญหากับระบบปัสสาวะ เช่นการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะ และการติดเชื้อเหล่านั้น ก่อให้เป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์

โรคเบาหวานส่งผลอย่างไรกับปัญหาทางเพศ?

ขออนุญาตอธิบายแบบเข้าใจง่าย ๆ เลยว่า ในภาวะปกติ การทำงานของระบบสืบพันธุ์ทั้งของผู้ชายและผู้หญิง เป็นปฏิกิริยาสัมพันธ์ระหว่างระบบไหลเวียนโลหิต ระบบประสาท และฮอร์โมนการแข็งตัวของอวัยวะเพศชาย ต้องอาศัยระบบการไหลเวียนเลือดเป็นพื้นฐาน ดังนั้น ผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน มักจะมีปัญหาทางเพศ เพราะเส้นประสาทและเส้นเลือดฝอยได้รับการเสียหาย ส่งผลให้เลือดไหลเวียนไปยังอวัยวะเพศได้น้อยลง เท่านั้นยังไม่พอ รวมถึงการรักษาระดับของน้ำตาลกลูโคส (Glucoregulation) ยังส่งผลกระทบต่อฮอร์โมนทางเพศ พร้อมกับการเกิดภาวะดื้ออินซูลิน สามารถส่งผลต่อการผลิตฮอร์โมนในร่างกาย จึงส่งผลโดยตรงต่อความต้องการทางเพศลดลง!

สาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยเบาหวานมีปัญหาเสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้มากกว่าทั่วไป

• ระบบไหลเวียนเลือด ในภาวะปกติ สารไนติกออกไซด์ จะทำให้หลอดเลือดแดงขยายตัว เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงอวัยวะเพศ แต่ในผู้ป่วยเบาหวาน มีการลดลงของสารไนตริกออกไซด์ ที่นำเลือดไปสู่อวัยวะเพศน้อยลง
• ระบบฮอร์โมนเพศชาย เทสโตสเตอโรน พบว่า ผู้ป่วยเบาหวาน 1 ใน 3 ระดับฮอร์โมนเพศชายลดลง ทำให้การแข็งตัวของอวัยเพศไม่เต็มที่
• ระบบประสาท ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานจะควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ ทำให้เกิดความผิดปกติของระบบประสาท ทำให้มีอาการชา และระบบประสาทอัตโนมัติที่ควบคุมการไหลเวียนของเลือดลดลง

การแก้ไขที่ต้นเหตุ

• ควบคุมโรคเบาหวาน หยิบเป็นอันดับแรกเลย ควรควบคุมระดับน้ำตาล และปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดแดง ไม่ว่าจะเป็น ความดันในเลือด ไขมันในเลือดสูง เป็นต้น
• เน้นการออกกำลังกาย มีงานวิจัยยืนยันว่า การออกกำลังกาย ทำให้สมรรถภาพทางเพศดีขึ้นได้ คนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอจะลดความเสี่ยงดังกล่าวได้
• ควบคุมน้ำหนัก โดยเน้นทานอาหารที่มีประโยชน์ พวกไฟเบอร์ ผักและผลไม้ และงดทานอาหาร และผลไม้ที่มีรสหวานจัด

จะเห็นว่าวิธีที่ดีที่สุดที่สามารถช่วยลดปัญหาเรื่องสมรรถภาพทางเพศที่เกิดจากโรคเบาหวาน ทั้งเพศหญิง และเพศชาย ก็คือการควบคุมระดับของน้ำตาลกลูโคสในเลือด เพราะถ้าหากน้ำตาลในเลือดสูง ไม่เพียงแต่เป็นอันตรายต่อเส้นประสาทและกล้ามเนื้อแล้ว ยังเป็นสาเหตุนำพาโรคหัวใจและความดันมาอีกด้วย ปีใหม่ที่ใกล้จะมาถึงอีกไม่กี่วัน ฝากผู้อ่านดูแลสุขภาพกันนะคะ ทานอาหารที่มีประโยชน์ และอย่าลืมออกกำลังกาย พบกันใหม่ ปีหน้า สวัสดีค่ะ

(เครดิต : http://bit.ly/2ShJqP3), หมอชาวบ้าน
www.kinn.co.th
KINN_Holistic_Healthcare

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...