โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คุยกับ “ยอนซังโฮ” ผู้กำกับ “Train to Busan: Peninsula” ที่กำลังสร้างกระแสซอมบี้คลั่งอีกครั้ง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 ก.ค. 2563 เวลา 11.29 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2563 เวลา 11.29 น.

ยอนซังโฮ ถือเป็นผู้กำกับเกาหลีหน้าใหม่ที่น่าจับตามองมากที่สุด และเป็นผู้กำกับที่ไม่เคยหยุดท้าทายความสามารถ หลังจากที่ผลงานของเขาเคยสร้างปรากฏการณ์ซอมบี้เกาหลีให้ระเบิดคลั่งมาแล้วทั่วโลก จาก Train to Busan นับเป็นการประกาศศักดา K-Zombie ให้โลกได้รับรู้ ทำลายทุกสถิติโดยภาพยนตร์ถูกฉายกว่า 160 ประเทศทั่วโลก ทำรายได้กว่า 140 ล้านเหรียญสหรัฐ ขึ้นทำเนียบภาพยนตร์เกาหลีที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาล รวมถึงภาพยนตร์อ Seoul Station ที่บอกเล่าเรื่องราวต้นกำเนิดซอมบี้ด้วยแอนิเมชัน เป็นจุดกำเนิดจักรวาลหนังซอมบี้เกาหลีที่ระบาดคลั่งไปทั่วโลก

จากความสำเร็จของ Train to Busan ถูกสานต่อมาสู่ “Train to Busan: Peninsula ฝ่านรกซอมบี้คลั่ง” ผลงานเรื่องที่ 3 ของหนังไตรภาค K-Zombie ที่ครองอันดับ 1 บ็อกซ์ออฟฟิศในหลายประเทศไปแล้ว และกำลังเข้าฉายในประเทศไทยในวันที่ 23 กรกฎาคมนี้

“Train to Busan: Peninsula ฝ่านรกซอมบี้คลั่ง” เล่าเหตุการณ์ 4 ปีหลัง Train to Busan ถือเป็นการต่อยอดการระบาดของซอมบี้ที่กลืนกินทั่วคาบสมุทรเกาหลีหลังจากทั่วทั้งภูมิภาคโดนฝูงซอมบี้เข้ายึดครอง

หนังว่าด้วยเรื่องราวของชายที่หวนคืนแผ่นดินบ้านเกิด, กลุ่มผู้รอดชีวิตที่ไม่เคยจากไปไหน, กลุ่มคนวิปริตเพราะสภาพแวดล้อมอันโหดร้าย และการทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชีวิตรอดจากความบ้าคลั่งของฝูงซอมบี้ที่สามารถสู้แสงได้มากกว่าเดิมแบบทวีคูณ

“ผมอยากเล่าเรื่องของเกาหลีหลังการระบาดของฝูงซอมบี้ที่อยู่ทั่วทุกที่ มนุษย์ที่มีชีวิตรอดจะอยู่ยังไงในสังคมที่มีกรอบชัดเจน การรับมือกับโลกใหม่ที่แสนป่าเถื่อน ถ้าโลกที่เขาอยู่มีแต่ฝูงซอมบี้และมนุษย์ที่ไม่มีมนุษยธรรม คุณจะได้พบกับการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดของมนุษย์ในยุคหลังโลกล่มสลาย” ยอนซังโฮกล่าว

ก่อนจะไปชมความมันของการต่อสู้ และความคลั่งของเหล่าซอมบี้ เราขอพาไปคุยกับผู้กำกับคนเก่งที่เคยสร้างผผลงานเป็นที่ประทับใจผู้ชมมาแล้ว

Q : Train to Busan ถือเป็นภาพยนตร์บล็อคบัสเตอร์ที่ประสบความสำเร็จทั่วโลก ในฐานะผู้กำกับรู้สึกกดดันแค่ไหนกับการทำภาพยนตร์ Train to Busan: Peninsula

ถ้าจะบอกว่าไม่กดดันก็คงจะโกหกครับ ผมคิดว่าหลายคนคงอยากรู้เรื่องราวหลังจาก Train to Busan ตัวผมเองอยากจะตอบแทนผู้ชมมากกว่าเรื่องของความสำเร็จในการทำภาพยนตร์ภาคต่อให้ประสบความสำเร็จเท่ากับภาคแรกครับ ผมได้เปิดมุมมองใหม่ใน Train to Busan ไปแล้ว สำหรับใน Train to Busan: Peninsula  ผมวางแผนไว้ว่าจะขยายมุมมองให้ใหญ่ขึ้น ซึ่งอันนี้คือจุดที่ผมรู้สึกเต็มที่มาก ๆ  การเปิดขยายมุมมองไม่ได้กดดันสำหรับผม แต่มันทำให้ผมรู้สึกสนุกมากครับ

Q : ด้วยทุนสร้างที่สูงกว่า Train to Busan อะไรคือความแตกต่างจากภาคแรก แล้วอะไรคือสิ่งที่คาดหวังว่าผู้ชมจะได้เห็นจาก Train to Busan: Peninsula

อย่างแรกเลยก็คือผู้ชมจะได้เข้าไปสัมผัสประสบการณ์ในพื้นที่ที่ไม่รู้จัก ที่เรียกว่า Peninsula ในช่วงเวลา 4 ปีผ่านไป กับเรื่องราวของตัวละครที่ชื่อ “จองซอก” ครับ ใน Train To Busan ผู้ชมตื่นตัวไปกับจุดเริ่มต้นของเชื้อไวรัสที่เราไม่รู้จักที่เกิดในสถานที่ที่เราใช้ชีวิตประจำวัน แต่สำหรับ Train to Busan: Peninsula จะเกิดในสถานที่ที่เราไม่คุ้นเคย ไม่รู้จักมาก่อน และผู้ชมก็จะมีส่วนร่วมในการสำรวจโลกนี้ไปพร้อมกับตัวละครหลัก ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากครับ

Q : คุณมีเหตุการณ์ความประทับใจในการทำงานกับนักแสดงในด้านไหนบ้าง

ประทับใจมาก เพราะผมคิดว่าภาพลักษณ์และอารมณ์ของ Train to Busan: Peninsula จะถูกถ่ายทอดผ่านนักแสดงครับ โดยรวมแล้วผมคิดว่าพวกเขาเป็นนักแสดงที่เหมาะสมกับภาพยนตร์ตามที่ผมคิดไว้ครับ ในด้านการทำงาน อย่างของ คุณคังดงวอน ที่รับบทจองซอกก็สามารถถ่ายทอดซีนแอคชั่นได้ยอดเยี่ยม ไม่แค่เฉพาะความแอคชั่น แต่ยังใส่อารมณ์ของตัวละครลงไปในการเล่นแอคชั่นแต่ละซีนได้อย่างสมบูรณ์แบบ ดังนั้นอารมณ์ส่วนใหญ่ใน Train to Busan: Peninsula จึงเปรียบเสมือนอารมณ์ทั้งหมดของจองซอกครับ

สำหรับ คุณอีจองฮยอน ที่รับบทมินจอง หญิงสาวที่แข็งแกร่ง มีบุคลิคเหมือนกับนักรบหญิงและยังเป็นคุณแม่ที่มีหลายแคแรกเตอร์อยู่ในคนคนเดียว ผมคิดไว้ตั้งแต่แรกว่าจะต้องเป็นคุณอีจองฮยอนคนเดียวเลยครับ เพราะผมคิดว่าการหาคนที่มีแคแรกเตอร์หลากหลายเหมือนคุณอีจองฮยอนยากมากครับ อย่างตอนที่ผมต้องการหาจุนอี ซึ่งเป็นตัวละครที่เป็นกุญแจสำคัญของเรื่อง และพวกเราก็ได้พบกับคุณอีเร ตอนนั้นผมดีใจมากที่หาคนที่มีความเหมาะกับแคแรกเตอร์จุนอีได้ครับ คุณอีเรแสดงก็ออกมายอดเยี่ยมเป็นที่น่าพอใจมาก ไม่ว่าจะเป็นการแสดงฉากแอคชั่นหรือซีนอารมณ์ ผมรู้สึกขอบคุณมาก หลังจากที่ผมดูหนังจบ ผมจินตนาการไม่ออกเลยครับว่าถ้าเป็นนักแสดงคนอื่นหนังจะออกมาเป็นอย่างไร ผมรู้สึกโชคดีมากครับ

Q : อะไรที่คุณให้ความสนใจมากที่สุดในการถ่ายทำ

จริง ๆ แล้วผมให้ความสำคัญและตั้งใจทำหนังเรื่องนี้ทุกส่วนเลยครับ ส่วนไฮไลต์ของหนังเรื่องนี้จะแตกต่างจากเรื่องก่อนหน้านี้ ฉากการขับรถไล่ล่าที่อยู่ในครึ่งหลังของหนัง ผมตั้งใจมาก เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกอินเหมือนได้ขับรถไล่ล่าในดินแดนหลังวันสิ้นโลกครับ

Q : มุมมองความเป็นมนุษย์ใน Train to Busan: Peninsula มีความแตกต่างอย่างไรกับ Train to Busan

สิ่งที่เกิดขึ้นในดินแดนหลังวันสิ้นโลกจะมีความขัดแย้งกับความเป็นมนุษย์โดดเด่นมากครับ มนุษย์ผ่านพ้นช่วงที่โลกพังพินาศ เราพยายามให้ภาพยนตร์ถ่ายทอดภาพและความหมายออกมาแบบนั้นครับ

Q : รู้สึกอย่างไรที่หนังของคุณได้รับเลือกไปฉายที่เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์อีกครั้ง

เทศกาลหนังเมืองคานส์คือความฝันของผมตั้งแต่ตอนเริ่มทำหนังครับ พอเทศกาลหนังเมืองคานส์เลือกหนังเราไปอีกครั้งหลังจาก Train to Busan ผมรู้สึกขอบคุณและเป็นเกียรติอย่างยิ่งครับ

Q : ปิดท้ายฝากผลงานภาพยนตร์ Train to Busan: Peninsula

Train to Busan: Peninsula  เป็นหนังที่เหมาะจะไปดูในโรงภาพยนตร์มาก ๆ ครับ ผมคิดว่าคงจะมีใครหลายคนที่ตื่นเต้นและรอคอยภาพยนตร์เรื่องนี้ หวังว่าทุกคนจะได้ชมผลงานของเราในโรงภาพยนตร์อย่างปลอดภัยนะครับ

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...