โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ประวัติศาสตร์อาหารการกิน ที่ซ่อนไว้ใน “ตะเกียบ”

Sarakadee Lite

อัพเดต 01 ก.ย 2563 เวลา 07.09 น. • เผยแพร่ 01 ก.ย 2563 เวลา 07.09 น.

ตะเกียบ ชื่อนี้ไม่ได้ปรากฏแค่ในวัฒนธรรมอาหารของชาวจีน ญี่ปุ่น เกาหลี หรือฟากฝั่งเอเชียเท่านั้น แต่ตะเกียบยังได้แพร่หลายกลายเป็นหนึ่งในอุปกรณ์สำคัญบนโต๊ะอาหารของคนในอีกหลายมุมของโลกไม่ต่างจากช้อน ส้อม Sarakadee Lite มีความลับสนุกๆ ของตะเกียบมาเล่าให้ฟัง

  • ตะเกียบ คำนี้มีหลักฐานแน่ชัดว่ามีใช้มาในไทยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 โดยปรากฏอยู่ในตอนหนึ่งของหนังสือเรื่อง “สามก๊ก” ตอนที่โจโฉคุยกับเล่าปี่ เล่าปีตกใจเรื่องที่โจโฉเล่าจนถึงขั้นทำตะเกียบพลัดตกจากมือ ซึ่งคำว่า ตะเกียบ ไม่ใช่ภาษาจีน แต่สันนิษฐานว่าน่าจะเพี้ยนมาจากคำจีนว่า “เต็กเกี้ย” หมายถึง ซี่ไม้ไผ่เล็กๆ หรือไม่ก็ “เต็กโก่ย” หมายถึงไม่ไผ่ที่ใช้คีบ แต่ที่ใกล้เคียงการออกเสียงฉบับไทยที่สุดน่าจะมาจากคำว่า “เต็กเกี๊ยบ” ที่แปลว่า ไม้คีบ นั่นเอง
  • ตะเกียบเป็นส่วนสำคัญในวัฒนธรรมการรับประทานอาหารของชาวจีนและชนชาติเอเชียมาช้านาน หลักฐานเก่าแก่ที่สุด คือการขุดพบตะเกียบอายุกว่า 3,200 ปี ในสุสานประเทศจีน ทั้งยังมีหลักฐานบันทึกไว้ว่า จักรพรรดิองค์สุดท้ายในสมัยราชวงศ์ซางใช้ตะเกียบที่ทำจากงาช้างตั้งแต่เมื่อประมาณ 1,100  ปีก่อนคริสตกาล ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าน่าจะมีการใช้งานตะเกียบไม้ และตะเกียบไม้ไผ่ก่อนหน้านั้นอีกราวๆ 1,000 ปี
  • ตะเกียบที่ใช้งานกันในปัจจุบันมีหลายลักษณะ ตะเกียบยาว สำหรับการประกอบอาหาร ตะเกียบสั้นใช้เพื่อการรับประทานโดยเฉพาะ ด้านตะเกียบจีนส่วนใหญ่เป็นแท่งตรงใช้ ขณะที่ตะเกียบญี่ปุ่นมักมีปลายเรียวเล็กซึ่งออกแบบมาให้คีบก้างออกจากเนื้อปลาได้ง่าย ส่วนตะเกียบของฝั่งเกาหลีใต้มักทำด้วยโลหะ เช่นเดียวกับชามใส่ข้าว ตัวตะเกียบมีความแบนไม่ได้เหลาให้กลมทั้งด้าม เพิ่มความยากในการคีบให้ผู้ที่ไม่คุ้นชิน
  • ในปีหนึ่งๆ ประเทศจีนผลิต ตะเกียบไม้ราว 45 ล้านคู่ เทียบเท่ากับต้นไม้ที่เป็นวัตถุดิบ ต้นทางจำนวน 25 ล้านต้น โดยมากกว่าครึ่งของทั้งหมดถูกส่งออกไปขายในประเทศญี่ปุ่น จนถึงปัจจุบันจีนก็ยังครองแชมป์ ผู้ผลิตตะเกียบรายใหญ่ที่สุดของโลก
  • วิวัฒนาการอย่างหนึ่งของตะเกียบที่เห็นได้ชัดคือการเกิดขึ้นของตะเกียบใช้แล้วทิ้ง และอัตราการบริโภคตะเกียบใช้แล้วทิ้งที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในร้านหมูกระทะชาบูสุกี้ของไทย ทำให้อายุการใช้งานของตะเกียบแต่ละคู่สั้นลง เหลือเพียงช่วงเวลา สำหรับ 1 อิ่มเท่านั้น  กลายเป็นความไม่คุ้มค่าของทรัพยากร และพลังงานที่ใช้ไปในทุกขั้นตอนการผลิตก่อนที่ตะเกียบคู่หนึ่งจะเดินทางถึงมือและปากของผู้บริโภค
  • ญี่ปุ่น ถือได้ว่าเป็นประเทศหนึ่งที่มีการใช้ตะเกียบประเภทใช้แล้วทิ้งสูงมากในแทบจะทุกร้านอาหาร เคยมีการบันทุกไว้ว่าญี่ปุ่นใช้ตะเกียบแบบใช้แล้วทิ้งสูงถึง 20,000 ล้านคู่ต่อปี เหตุผลหนึ่งอาจด้วยต้นทุนทำตะเกียบที่ถูกแสนถูกจากไม้สนในประเทศจีน อินโดนีเซีย แต่กระนั้นก็มีกลุ่มชาวญี่ปุ่นที่ออกมาต่อต้านวัฒนธรรมการใช้ตะเกียบแบบนี้
  • ตะเกียบไม่ใช่แค่อุปกรณ์หยิบจับอาหาร แต่ในฝั่งเอเชียยังมีความเชื่อมากมายที่มาพร้อมลักษณะการใช้ตะเกียบ เช่น ชาวจีนโบราณเชื่อว่า ชายคนใดถือตะเกียบค่อนไปทางตอนบนจะได้แต่งงานกับผู้หญิงที่อยู่ห่างไกลออกไป ถ้าจับตะเกียบตรงกลางจะได้ภรรยาที่อยู่ไม่ไกลตัวมากนัก และถ้าจับส่วนปลายจะได้ภรรยาใกล้ตัว ส่วนในญี่ปุ่นนั้นทุกวันปีใหม่จะต้องใช้ตะเกียบไม้สนเพื่อความเป็นสิริมงคลอายุยืนเหมือนกับไม้สน อีกทั้งคนญี่ปุ่นยังไม่คีบอาหารต่อจากตะเกียบคนอื่น และไม่ใช้ตะเกียบที่ทำจากวัสดุคนละประเภทในคู่เดียวกันมาคีบอาหารอย่างเด็ดขาด
  • กระแสต่อต้านการใช้ตะเกียบไม้ครั้งเดียวทิ้งเกิดขึ้นในช่วงที่จีนเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกปี 2008 และ จีนก็รับมือด้วยการขึ้นภาษีตะเกียบไม้อีก 5 เปอร์เซ็นต์  ทว่ามันก็ยังเป็นที่ต้องการของร้านอาหารจำนวนมาก เพราะทั้ง สะดวกใช้ ไม่ต้องล้าง แถมพ่วงภาพลักษณ์ที่ดูสะอาดปลอดภัย กว่าตะเกียบใช้ซ้ำ 

ต้นเรื่อง : นิตยสารสารคดี ฉบับ กันยายน 2553 และ มิถุนายน 2538

The post ประวัติศาสตร์อาหารการกิน ที่ซ่อนไว้ใน “ตะเกียบ” appeared first on SARAKADEE LITE.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...