โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ให้กลับมารักกันหวานชื่นเหมือนเดิม’ –ไม่ใช่เป้าหมายของนักจิตบำบัดคู่รักเสมอไป - เพจ Beautiful Madness by Mafuang

TOP PICK TODAY

เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2563 เวลา 10.57 น. • เพจ Beautiful Madness by Mafuang

 มีเพื่อนที่เรียนจิตวิทยาบำบัดมาด้วยกัน เคยบ่นกับอาจารย์ว่า

รู้สึกผิดหวังในตัวเอง เพราะทำให้คนไข้คู่รักสองคน กลับมารักกันเหมือนเดิมไม่ได้

ในที่สุดสองคนนั้นก็ต้องหย่ากัน

อาจารย์เลยบอกว่า

‘หน้าที่ของนักจิตบำบัดคู่รัก ไม่ใช่การพยายามให้คู่รักกลับมาคืนดีกันเสมอไป บางครั้ง เราอาจต้องช่วยให้เขาเข้าใจ และจัดการชีวิตหลังหย่าร้างกันให้ดีที่สุดก็ได้’

 

 

ในฐานะนักจิตบำบัด

เราไม่ควร และไม่มีสิทธิที่จะโน้มน้าวจิตใจคนไข้ของเรา ผ่านความเชื่อหรือความหวังที่เรามีอยู่ลึกๆ ในใจ (ยกตัวอย่างเช่น นักจิตบำบัดที่มีความเกลียดการรักร่วมเพศ หากมีคนไข้เป็นวัยรุ่นนักเรียนหนุ่ม มาปรึกษาเพราะรู้สึกสับสนในใจเหมือนตกหลุมรักเพื่อนร่วมห้องที่เป็นผู้ชาย นักจิตบำบัดที่มีแนวคิดฝังลึกในหัวแบบนี้ อาจพยายามเกลี่ยกล่อมหรือแอบล้างสมองคนไข้ ให้ล้มเลิกความคิดนั้น และหว่านล้อมให้ลองไปจีบ ‘ผู้หญิง’ ดูบ้าง ก็เป็นได้

ซึ่งนั่นถือเป็นการเยียวยาที่ไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง เพราะคนไข้จะไม่ได้ทำความเข้าใจตัวเองอย่างลึกซึ้งและอาจจบการบำบัดไป โดยรู้สึกต้องขุดฝังความรู้สึกจริงแท้ลงไปไม่ให้มีใครรู้อีก ‘เป็นเสียงที่ไม่มีใครอยากได้ยิน’)

 

 

ในเรื่องของความสัมพันธ์ก็เช่นกัน

แน่นอน เมื่อคู่รักคิดจะแต่งงานกันแล้ว ไม่มีใครวาดฝันเอาไว้หรอกว่า ‘วันหนึ่งฉันจะหย่า’

หากแต่เรื่องของจิตใจ และสภาพแวดล้อม ประสบการณ์ มุมมองที่ทั้งคู่ต่างเจอ ผ่านเวลาและวุฒิภาวะที่เปลี่ยนไป

หากคนสองคนในที่สุดแล้ว

การจูงมือเดินไปด้วยกันต่อ มันทำร้ายจิตใจกันและกันมากกว่าการต้องแยกจากกัน

บางครั้ง เราอาจต้องปล่อยมือ ก่อนที่ความสัมพันธ์ที่มีอยู่จะร้าวฉานกว่านี้

ในฐานะนักจิตบำบัด

เราต้องพยายามมองสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้า ด้วยใจเป็นกลางและยึดเอาความต้องการและสภาวะห้วงอารมณ์ของคนไข้เป็นหลัก –ไม่ใช่ตัวเรา

นักจิตบำบัดอาจเป็นคนโรแมนติคฝันหวาน หรือนับถือศาสนาที่มีความเชื่อว่าคนที่แต่งงานกันแล้วจำเป็นจะต้องอยู่ด้วยกันไปจนตาย

แต่เมื่อเราสวมหมวกนักบำบัดจิตใจ ต้องทิ้งความลำเอียงในใจเราออกไป

สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อคนไข้ ต้องมาก่อนเสมอ

หน้าที่ของเรา คือช่วยจัดระเบียบและประมวลผลทางความคิด คอยสะท้อนอารมณ์ความรู้สึกของคนไข้ เพื่อช่วยคนไข้ประกอบการตัดสินใจต่อชีวิตรักของพวกเขา ด้วยตัวพวกเขาเอง

 

หากในที่สุดแล้วคนไข้ไปต่อกันไม่รอดจริงๆ

แต่เราเอาแต่พยายามจะยื้อ

เราจะมีปัญญารับผิดชอบชีวิตของคนไข้ที่เกิดจากการตัดสินใจผิดพลาดของเรา ได้อย่างไร

--------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

ตอนเด็กๆ

เรามักโตมากับชุดความคิดที่ว่า

ใครก็ตามที่ต้องหย่ากัน ยิ่งถ้ามีลูกด้วยกันด้วยแล้ว

‘ทำไมถึงไม่รับผิดชอบขนาดนี้’ ‘ทำไมถึงไม่อดทนกว่านี้’

ซึ่งในความเป็นจริง

‘ความอดทน’ นั้นอาจมาพร้อมความเก็บกด กระอักกระอ่วน

หม่นหมอง โกรธเกรี้ยว รำคาญใจ

จนมันไม่เหลือภาพความสวยงามของความ ‘อดทน’ ให้เห็นอีกแล้ว

คู่รักสองคนสัมผัสได้

ทำไมลูกน้อย ที่ต้องปฏิสัมพันธ์กับทั้งพ่อและแม่โดยตรง จะสัมผัสไม่ได้

 

การเลิกรากัน

ไม่ใช่ความล้มเหลวของชีวิต

ในทางตรงกันข้าม

อาจเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่

ที่ได้มีโอกาสปลดปล่อยพันธนาการหัวใจของตัวเองต่อคนที่ไม่ใช่

กล้าหาญ

เพื่อเดินทางหาเรื่องราวและใครที่ ‘ใช่’

หอมหวลเย้ายวนใจ ในอนาคตอันใกล้นี้

ก็เป็นได้.

อ่านบทความใหม่จากเพจ Beautiful Madness by Mafuang ได้บน LINE TODAY ทุกวันอังคาร

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...