โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บลจ.ไทยพาณิชย์ แนะ 3 กองทุน SSFX โค้งสุดท้ายสิทธิประโยชน์ทางภาษี

efinanceThai

เผยแพร่ 15 มิ.ย. 2563 เวลา 07.19 น.

บลจ.ไทยพาณิชย์ แนะ 3 กองทุน SSFX โค้งสุดท้ายสิทธิประโยชน์ทางภาษี 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -15 มิ.ย. 63 14:19 น.

จากการที่รัฐบาลได้เพิ่มทางเลือกการลงทุนในกองทุนรวมเพื่อสิทธิประโยชน์ทางภาษี หรือ Super Savings Fund (SSF) แทนกองทุนรวมหุ้นระยะยาว หรือ LTF ที่ยกเลิกไปตั้งแต่ต้นปี 2563 ที่ผ่านมา โดยกำหนดให้นักลงทุนสามารถลงทุนรวมกับการลงทุนเพื่อการเกษียณอายุอื่นๆ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท ต่อมาภาครัฐได้มีประกาศให้นักลงทุนสามารถลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมใน SSF พิเศษได้นอกเหนือจากสิทธิลดหย่อนเดิมอีกไม่เกิน 200,000 บาท โดยต้องลงทุนเพื่อรับสิทธิตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.- 30 มิ.ย. 2563 นี้เท่านั้น
โดยเมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา บลจ.ไทยพาณิชย์ ได้เปิดเสนอขาย Super Savings Fund (ชนิดเพื่อการออมพิเศษ) พร้อมกัน 3 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นไทยแอคทีฟ เพื่อการออม - SCB Thai Equity Active Super Saving Fund (SCBEQ-SSFX), กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ดัชนี SET เพื่อการออม - SCB SET Index Super Saving Fund (SCBSET-SSFX) และกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ผสม 70/30 เพื่อการออม - SCB Mixed 70/30 Super Saving Fund (SCB70-SSFX) ซึ่งทั้ง 3 กองทุนมีนโยบายจ่ายเงินปันผลเพื่อโอกาสสร้างผลตอบแทนในทุกสภาวะเศรษฐกิจ อีกทั้ง นักลงทุนสามารถลงทุนด้วยเงินขั้นต่ำเพียง 1 บาทเท่านั้น และยังเปิดโอกาสให้นักลงทุนได้เลือกลงทุนหลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนผ่านแอปพลิเคชัน SCBAM Fund Click, SCB EASY หรือผู้สนับสนุนการขายอื่นๆ อาทิเช่น ธนาคารไทยพาณิชย์ทุกสาขาทั่วประเทศ, บล.ไทยพาณิชย์, บมจ.หลักทรัพย์ ภัทร หรือ บล.โนมูระ พัฒนสิน เป็นต้น

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการกระตุ้นให้นักลงทุนใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่มเติมอย่างเต็มที่ซึ่งภาครัฐกำหนดให้มีเพียงปีนี้ปีเดียวเท่านั้น จึงได้จัดแคมเปญพิเศษสำหรับนักลงทุนที่ลงทุนในกองทุน SFF พิเศษ รับหน่วยลงทุนกองทุนทองคำสูงสุดถึง 400 บาทอีกด้วย โดยปัจจุบัน บลจ.ไทยพาณิชย์ มียอดขายเป็นอันดับ 1 ของประเทศด้วยส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 26% (ที่มา: มอร์นิ่งสตาร์ ข้อมูล ณ วันที่ 10 มิ.ย. 2563)

สำหรับกองทุน SCBEQ-SSFX เป็นกองทุนตราสารทุน ลงทุนในหุ้นไทยเฉลี่ยมากกว่า 80% เน้นลงทุนในหลักทรัพย์ที่เป็น High Conviction ของแต่ละโมเดลการลงทุน เพื่อโอกาสสร้างผลตอบแทนที่สูงสุด พร้อมทั้งผสมผสานหลากหลายโมเดลการลงทุนให้เหมาะสมตามสภาวะตลาดในแต่ละช่วงเวลา โดยกองทุนนี้นับว่าเป็นกองทุนที่ให้ผลการดำเนินงานที่ดีที่สุดในกลุ่มกองทุน SSFX ทั้งหมด โดยมีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 เดือนอยู่ที่ 6.67% (ที่มา: SCBAM ข้อมูล ณ วันที่ 31 พ.ค 2563) และมีผลการดำเนินงานตั้งแต่จัดตั้งอยู่ที่ 18.61% (ที่มา: SCBAM ข้อมูล ณ วันที่11มิ.ย.2563)

กองทุน SCBSET-SSFX เป็นกองทุนรวมดัชนี เน้นลงทุนในตราสารทุน ไม่ต่ำกว่า 80% มีกลยุทธ์การลงทุนแบบ Optimized Portfolio เพื่อให้ได้พอร์ตที่มีสภาพคล่องสูง และสามารถสร้างผลตอบแทนได้ใกล้เคียงกับดัชนี SET มากที่สุด ซึ่งนับว่าเป็นบลจ.เดียวในประเทศไทยที่บริหารจัดการกองทุนที่มีนโยบายสร้างผลตอบแทนตามดัชนี SET มีผลการดำเนินงานตั้งแต่จัดตั้งอยู่ที่ 15.64% (ข้อมูล ณ วันที่11มิ.ย.2563) และกองทุน SCB70-SSFX เป็นกองทุนผสมที่กระจายการลงทุนในตราสารทุน REITs กองทุนอสังหาริมทรัพย์/โครงสร้างพื้นฐาน ประมาณ 65% -70% และลงทุนในตราสารหนี้และเงินฝากประมาณ 30% เพื่อช่วยเพิ่มเสถียรภาพและลดความผันผวนของพอร์ต รวมถึงโอกาสได้รับรายได้ระหว่างทาง มีผลการดำเนินงานตั้งแต่จัดตั้งอยู่ที่ 12.66% (ข้อมูล ณ วันที่11มิ.ย.2563)

สำหรับภาพรวมทิศทางการลงทุนหลังจากนี้ มีปัจจัยสนับสนุนหลักคือการทยอยกลับมาเปิดเมืองแม้ว่าจะต้องใช้เวลาอีกนานพอสมควรเพื่อกลับสู่ภาวะปกติอย่างแท้จริง ความคืบหน้าของการคิดค้นพัฒนาวัคซีน และอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นทั่วโลกในช่วงที่ผ่านมาได้ปรับขึ้นรองรับความคาดหวังของการเปิดเมืองไปแล้วบางส่วน ทำให้การฟื้นตัวหลังจากนี้น่าจะเป็นไปในทิศทางที่สอดคล้องกับแนวโน้มผลประกอบการ กลุ่มอุตสาหกรรมหลายๆ กลุ่มกำลังเผชิญกับความท้าทายที่จะกลับมาเติบโตอีกครั้งในรูปแบบความปกติแบบใหม่ หรือ New normal ที่ต้องปรับตัวและดำเนินธุรกิจให้ยืดหยุ่นและสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปหลังวิกฤติ COVID-19 ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจดีขึ้นได้ และช่วงนี้ถือว่าเป็นโค้งสุดท้ายของการลงทุนเพื่อเพิ่มสิทธิประโยชน์ทางภาษี ซึ่งมีเพียงปีนี้ปีเดียวเท่านั้นกับการลงทุนผ่านกองทุน SSF พิเศษ ที่กำลังจะหมดลงในสิ้นเดือนมิ.ย.นี้ จึงนับว่าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ต้องการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างเต็มที่ เนื่องจากวินัยในการออมถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้คนเรามีความมั่นคงอย่างยั่งยืนเราจึงไม่ควรพลาดโอกาสพิเศษในครั้งนี้ เพราะนอกจากประโยชน์จากการลดหย่อนทางภาษีแล้ว ยังถือเป็นโอกาสในการออมเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวให้เราอีกด้วย นายณรงค์ศักดิ์ กล่าว

ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และศึกษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนของกองทุน SSF กรณีไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขทางภาษี จะไม่ได้สิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไขของกองทุน รวมถึงควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้ประกอบธุรกิจก่อนตัดสินใจลงทุน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและรับหนังสือชี้ชวนได้ทุกวันทำการ ได้ที่ SCBAM Call Center โทร.02-777-7777กด0กด6หรือผู้สนับสนุนการขายทุกราย

เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ 
                อีเมล์. reporter@efinancethai.comอนุมัติ    โดย สุรเมธี มณีสุโข 
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...