โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โฆษกศบค.เผยสธ.ศึกษาละเอียดยิบ เตือน “ทราเวลบับเบิ้ล” เสี่ยงสูง มา 1 คน อาจติดพันคนได้

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 มิ.ย. 2563 เวลา 07.38 น. • เผยแพร่ 15 มิ.ย. 2563 เวลา 06.52 น.

หมอทวีศิลป์เผย สธ.ศึกษาข้อมูลละเอียดยิบ ย้อนข้อมูลผู้ติดเชื้อย้อนหลัง เตือน “ทราเวลบับเบิ้ล” เสี่ยงสูง หากจะทำต้องยอมรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น ต้องชั่งน้ำหนักกันอย่างดี เพราะมา 1 คนมา หลายพันคนจะติดได้ 

วันที่ 15 มิถุนายน 2563 นายแพทย์ทวีศิลป์ โฆษก ศบค. กล่าวถึงข้อสอบถาม กรณีเรื่องทราเวล บับเบิ้ล (travel bubble) หรือการจับคู่ประเทศ ที่จะเปิดให้มีการเดินทางหรือท่องเที่ยว หลังมีการระบาดรอบใหม่ในหลายประเทศ ว่าจะต้องมีการทบทวนหรือไม่ว่า หลังจากที่ตนเองได้แถลงข่าว และครม.มีมติเห็นชอบในหลักการ โดยมอบให้กระทรวงการท่องเที่ยว สาธารณสุข และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าไปดู ก็มีข้อห่วง ข้อกังวลอย่างที่ว่า เพราะตอนนี้เชื้อโรคกระจายอยู่ทั่วโลกแล้ว ถึงแม้ว่าบ้านเราตัวเลขจะเป็นศูนย์ ซึ่งถ้าย้อนกลับไป 5 เดือนที่ผ่านมา ตัวเลขน้อยมาก สหรัฐตัวเลขยังไม่ถึงขนาดนี้ มีแค่จีน ก็ยังทำให้คนไทยติดเชื้อกัน 3 พันกว่าราย แต่ตอนนี้ตัวเลขต่อวันติดกันกว่าแสนรายทั่วโลก เพราะฉนั้นเป็นความเสี่ยงของเราที่สูงมาก

ทั้งนี้มีการชั่งน้ำหนักกันอยู่หลายทาง ระหว่างการเปิดประเทศเพื่อให้เกิดทราเวล บับเบิ้ล กับบางประเทศ แต่การเป็นอย่างทุกวันนี้คือแง้มๆ คือเราให้คนไทยของเราเดินทางในปริมาณที่จำกัดได้ คนต่างชาติเดินทางเข้ามาในปริมาณที่จำกัดได้ แบบไหนจะดีกว่ากัน และแบบไหนที่จะทำให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนได้ ตัวอย่างของต่างประเทศอย่างจีนเขาไม่ให้ต่างประเทศเข้าประเทศ  แต่เขาให้คนในประเทศเขาประมาณ 1,400 ล้านคน เที่ยวในประเทศ ของเราก็มีหลักการคิดคลายๆอย่างนี้ แต่ถ้าจะมีอย่างนั้นมา ทราเวล บับเบิ้ล จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากน้อยแค่ไหน มีการไปคิดมูลค่ากันอยู่ ระหว่าง 2 ด้านนี้ มีความสำคัญในเรื่องของสุขภาพกับเศรษฐกิจทั้งสองอย่าง

“เพราะฉนั้นต้องชั่งน้ำหนักกันอย่างดี เพราะ 1 คนมา หลายพันคนจะติด นี่คือสิ่งที่จะต้องบาลานซ์กันให้ดีๆ” นายแพทย์ทวีศิลป์กล่าว และว่า

ขณะเดียวกันการดูเศรษฐกิจที่จะขับเคลื่อน กับเศรษฐกิจที่จะถดถอยจากการป่วยมากๆ ก็จะทำให้เสียสตางค์ในการรักษาพยาบาลในส่วนนี้ด้วยเหมือนกัน เพราะฉนั้นนำเรียนว่า ณ ตอนนี้ มีการคิดกันอย่างรอบคอบ และหลายขั้นตอน และมีรายละเอียดยิบลงไปมากมาย ถ้าจะเกิดให้มีทราเวล บับเบิ้ลจะต้องมีการตามคนอย่างมากมาย ณ ตอนนี้ เราคนไทย เรายังบอกว่าเรื่องของการติดตามตัว เรื่องของแอปไทยชนะ เราก็ร่วมมือกันได้ประมาณหนึ่ง

“ของต่างชาติเขาพูดคนละภาษากับเรา การจะมาท่องเที่ยวกับเรา เราจะตามเขาได้ขนาดไหน นี่คือสิ่งที่ต้องทำให้เกิด ถ้าจะมีทราเวล บับเบิ้ล” โฆษกศบค.กล่าวย้ำ

ขณะเดียวกันการออกใบรับรองแพทย์ การตรวจต้นทางก็มีบทเรียนว่า เราตรวจมาก่อน ขึ้นเครื่องมาก่อน ก่อนขึ้นเครื่องไม่มี แต่มาปรากฎในภายหลังว่าติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นก่อนเดินทาง ระหว่างเดินทาง และลงจากเครื่องมาแล้วก็ยังติดเชื้อ มีหมดทุกรูปแบบที่ทางกระทรวงสาธารณสุขได้ศึกษาย้อนหลังกลับไป มีหมดทุกอย่าง เพราะฉนั้น ถ้าเราจะทำด้านใดด้านหนึ่ง ต้องยอมรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น

“หลายคนบอกว่าหมอพูดอย่างนี้ ขู่กัน เศรษฐกิจก็จะแย่ คนทำมาหากินก็ลำบาก ใจเย็นๆ ตอนนี้มีนักวิชาการมีผู้รู้ ตัดสินใจที่จะนำชุดข้อมูลนี้อย่างละเอียดรอบคอบ ในกลางสัปดาห์นี้ก็จะมีการประชุมเรื่องนี้ในระดับศบค.ชุดเล็ก เพื่อที่จะมีข้อสรุปและนำเสนอไปยังศบค.ชุดใหญ่” นายแพทย์ทวีศิลป์

วานนี้(14 มิ.ย. 63 )น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าเรื่องของ travel bubble ล่าสุดที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ได้เห็นชอบในหลักการแล้ว ซึ่งตอนนี้อยู่ในขั้นของการหารือระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อหาข้อสรุปในแนวทางการดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็น แนวทางการเจรจากับประเทศกลุ่มเป้าหมาย ข้อปฏิบัติต่าง ๆ รวมถึงการเฝ้าระวังโรคระบาด ก่อนเสนอ ศบค. พิจารณาอีกครั้งในวันที่ 17 มิ.ย.นี้

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า อย่างที่ทราบว่าเศรษฐกิจไทยและทั่วโลกได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กระทวงการท่องเที่ยวและกีฬา จึงหวังให้ travel bubble เป็นจุดเริ่มต้นในการรองรับชาวต่างชาติที่จะเข้ามาในประเทศไทย โดยไทยมีจุดแข็งในการรับมือกับโรคโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี

สำหรับระยะแรกจะเปิดรับกลุ่มนักธุรกิจและกลุ่มที่ต้องการเข้ามารักษาพยาบาลในไทย คาดว่าจะชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาประมาณวันละ 1,000 คน ซึ่งเมื่อดำเนินการไปสักระยะหนึ่ง แล้วพบว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ดี ก็จะพิจารณาให้นักท่องเที่ยวกลุ่มอื่น ๆ เข้ามาตามลำดับ

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า การเปิดรับนักท่องเที่ยวตามแนวทาง travel bubble จะไม่มีการกักตัว 14 วัน แต่มีมาตรการอื่นรองรับ เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัย โดยเริ่มจากการเลือกประเทศกลุ่มเป้าหมายที่มีความปลอดภัย สามารถควบคุมโรคได้ดี ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ก่อนเดินทางออกจากประเทศต้นทางและตรวจอีกครั้งเมื่อเดินทางถึงไทย อาจกำหนดพื้นที่ซึ่งนักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินทางไปได้ มีการติดตามตัวผ่านแอพพลิเคชันตลอดเวลาที่อยู่ในเมืองไทย ฯลฯ ที่สำคัญชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาในไทยนั้น ล้วนมาจากประเทศที่มีความสามารถรับมือกับโควิด-19 ได้ดีเท่า ๆ กัน

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ประเทศไทยมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวค่อนข้างสูง แม้เจอสถานการณ์โควิด-19 แต่ก็สามารถรับมือได้เป็นอย่างดี จึงเชื่อว่าด้วยศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและความสามารถด้านสาธารณสุขของไทย จะกระตุ้นให้ชาวต่างชาติมองเป็นจุดแข็งของประเทศไทยได้ดียิ่งขึ้น และการท่องเที่ยวจะช่วยให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้เร็ว เมื่อสถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลกเริ่มดีขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...