โฆษกศบค.เผยสธ.ศึกษาละเอียดยิบ เตือน “ทราเวลบับเบิ้ล” เสี่ยงสูง มา 1 คน อาจติดพันคนได้
หมอทวีศิลป์เผย สธ.ศึกษาข้อมูลละเอียดยิบ ย้อนข้อมูลผู้ติดเชื้อย้อนหลัง เตือน “ทราเวลบับเบิ้ล” เสี่ยงสูง หากจะทำต้องยอมรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น ต้องชั่งน้ำหนักกันอย่างดี เพราะมา 1 คนมา หลายพันคนจะติดได้
วันที่ 15 มิถุนายน 2563 นายแพทย์ทวีศิลป์ โฆษก ศบค. กล่าวถึงข้อสอบถาม กรณีเรื่องทราเวล บับเบิ้ล (travel bubble) หรือการจับคู่ประเทศ ที่จะเปิดให้มีการเดินทางหรือท่องเที่ยว หลังมีการระบาดรอบใหม่ในหลายประเทศ ว่าจะต้องมีการทบทวนหรือไม่ว่า หลังจากที่ตนเองได้แถลงข่าว และครม.มีมติเห็นชอบในหลักการ โดยมอบให้กระทรวงการท่องเที่ยว สาธารณสุข และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าไปดู ก็มีข้อห่วง ข้อกังวลอย่างที่ว่า เพราะตอนนี้เชื้อโรคกระจายอยู่ทั่วโลกแล้ว ถึงแม้ว่าบ้านเราตัวเลขจะเป็นศูนย์ ซึ่งถ้าย้อนกลับไป 5 เดือนที่ผ่านมา ตัวเลขน้อยมาก สหรัฐตัวเลขยังไม่ถึงขนาดนี้ มีแค่จีน ก็ยังทำให้คนไทยติดเชื้อกัน 3 พันกว่าราย แต่ตอนนี้ตัวเลขต่อวันติดกันกว่าแสนรายทั่วโลก เพราะฉนั้นเป็นความเสี่ยงของเราที่สูงมาก
ทั้งนี้มีการชั่งน้ำหนักกันอยู่หลายทาง ระหว่างการเปิดประเทศเพื่อให้เกิดทราเวล บับเบิ้ล กับบางประเทศ แต่การเป็นอย่างทุกวันนี้คือแง้มๆ คือเราให้คนไทยของเราเดินทางในปริมาณที่จำกัดได้ คนต่างชาติเดินทางเข้ามาในปริมาณที่จำกัดได้ แบบไหนจะดีกว่ากัน และแบบไหนที่จะทำให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนได้ ตัวอย่างของต่างประเทศอย่างจีนเขาไม่ให้ต่างประเทศเข้าประเทศ แต่เขาให้คนในประเทศเขาประมาณ 1,400 ล้านคน เที่ยวในประเทศ ของเราก็มีหลักการคิดคลายๆอย่างนี้ แต่ถ้าจะมีอย่างนั้นมา ทราเวล บับเบิ้ล จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากน้อยแค่ไหน มีการไปคิดมูลค่ากันอยู่ ระหว่าง 2 ด้านนี้ มีความสำคัญในเรื่องของสุขภาพกับเศรษฐกิจทั้งสองอย่าง
“เพราะฉนั้นต้องชั่งน้ำหนักกันอย่างดี เพราะ 1 คนมา หลายพันคนจะติด นี่คือสิ่งที่จะต้องบาลานซ์กันให้ดีๆ” นายแพทย์ทวีศิลป์กล่าว และว่า
ขณะเดียวกันการดูเศรษฐกิจที่จะขับเคลื่อน กับเศรษฐกิจที่จะถดถอยจากการป่วยมากๆ ก็จะทำให้เสียสตางค์ในการรักษาพยาบาลในส่วนนี้ด้วยเหมือนกัน เพราะฉนั้นนำเรียนว่า ณ ตอนนี้ มีการคิดกันอย่างรอบคอบ และหลายขั้นตอน และมีรายละเอียดยิบลงไปมากมาย ถ้าจะเกิดให้มีทราเวล บับเบิ้ลจะต้องมีการตามคนอย่างมากมาย ณ ตอนนี้ เราคนไทย เรายังบอกว่าเรื่องของการติดตามตัว เรื่องของแอปไทยชนะ เราก็ร่วมมือกันได้ประมาณหนึ่ง
“ของต่างชาติเขาพูดคนละภาษากับเรา การจะมาท่องเที่ยวกับเรา เราจะตามเขาได้ขนาดไหน นี่คือสิ่งที่ต้องทำให้เกิด ถ้าจะมีทราเวล บับเบิ้ล” โฆษกศบค.กล่าวย้ำ
ขณะเดียวกันการออกใบรับรองแพทย์ การตรวจต้นทางก็มีบทเรียนว่า เราตรวจมาก่อน ขึ้นเครื่องมาก่อน ก่อนขึ้นเครื่องไม่มี แต่มาปรากฎในภายหลังว่าติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นก่อนเดินทาง ระหว่างเดินทาง และลงจากเครื่องมาแล้วก็ยังติดเชื้อ มีหมดทุกรูปแบบที่ทางกระทรวงสาธารณสุขได้ศึกษาย้อนหลังกลับไป มีหมดทุกอย่าง เพราะฉนั้น ถ้าเราจะทำด้านใดด้านหนึ่ง ต้องยอมรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น
“หลายคนบอกว่าหมอพูดอย่างนี้ ขู่กัน เศรษฐกิจก็จะแย่ คนทำมาหากินก็ลำบาก ใจเย็นๆ ตอนนี้มีนักวิชาการมีผู้รู้ ตัดสินใจที่จะนำชุดข้อมูลนี้อย่างละเอียดรอบคอบ ในกลางสัปดาห์นี้ก็จะมีการประชุมเรื่องนี้ในระดับศบค.ชุดเล็ก เพื่อที่จะมีข้อสรุปและนำเสนอไปยังศบค.ชุดใหญ่” นายแพทย์ทวีศิลป์
วานนี้(14 มิ.ย. 63 )น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าเรื่องของ travel bubble ล่าสุดที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ได้เห็นชอบในหลักการแล้ว ซึ่งตอนนี้อยู่ในขั้นของการหารือระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อหาข้อสรุปในแนวทางการดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็น แนวทางการเจรจากับประเทศกลุ่มเป้าหมาย ข้อปฏิบัติต่าง ๆ รวมถึงการเฝ้าระวังโรคระบาด ก่อนเสนอ ศบค. พิจารณาอีกครั้งในวันที่ 17 มิ.ย.นี้
น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า อย่างที่ทราบว่าเศรษฐกิจไทยและทั่วโลกได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กระทวงการท่องเที่ยวและกีฬา จึงหวังให้ travel bubble เป็นจุดเริ่มต้นในการรองรับชาวต่างชาติที่จะเข้ามาในประเทศไทย โดยไทยมีจุดแข็งในการรับมือกับโรคโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี
สำหรับระยะแรกจะเปิดรับกลุ่มนักธุรกิจและกลุ่มที่ต้องการเข้ามารักษาพยาบาลในไทย คาดว่าจะชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาประมาณวันละ 1,000 คน ซึ่งเมื่อดำเนินการไปสักระยะหนึ่ง แล้วพบว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ดี ก็จะพิจารณาให้นักท่องเที่ยวกลุ่มอื่น ๆ เข้ามาตามลำดับ
น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า การเปิดรับนักท่องเที่ยวตามแนวทาง travel bubble จะไม่มีการกักตัว 14 วัน แต่มีมาตรการอื่นรองรับ เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัย โดยเริ่มจากการเลือกประเทศกลุ่มเป้าหมายที่มีความปลอดภัย สามารถควบคุมโรคได้ดี ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ก่อนเดินทางออกจากประเทศต้นทางและตรวจอีกครั้งเมื่อเดินทางถึงไทย อาจกำหนดพื้นที่ซึ่งนักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินทางไปได้ มีการติดตามตัวผ่านแอพพลิเคชันตลอดเวลาที่อยู่ในเมืองไทย ฯลฯ ที่สำคัญชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาในไทยนั้น ล้วนมาจากประเทศที่มีความสามารถรับมือกับโควิด-19 ได้ดีเท่า ๆ กัน
น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ประเทศไทยมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวค่อนข้างสูง แม้เจอสถานการณ์โควิด-19 แต่ก็สามารถรับมือได้เป็นอย่างดี จึงเชื่อว่าด้วยศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและความสามารถด้านสาธารณสุขของไทย จะกระตุ้นให้ชาวต่างชาติมองเป็นจุดแข็งของประเทศไทยได้ดียิ่งขึ้น และการท่องเที่ยวจะช่วยให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้เร็ว เมื่อสถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลกเริ่มดีขึ้น