โบรกฯ คาดการณ์ "KBANK" รับกำไร 3,000 ล้านบาท จากการขายหุ้น "อายิโนะโมะโต๊ะ"
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส (ASPS) เปิดเผยว่า วันศุกร์ที่ผ่านมา (28 ก.พ.63) ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) แจ้งการขายเงินลงทุนในบริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด (AJT) ที่ถืออยู่ทั้งหมด 5% ของทุนจดทะเบียน ให้กับ Ajinomoto Co., Inc. (“AJICO”) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ AJT คิดเป็นมูลค่า 5,972 ล้านบาท โดยธนาคารฯ คาดว่าธุรกรรมจะแล้วเสร็จในเดือน มี.ค.63
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากไม่มีการเปิดเผยต้นทุนของเงินลงทุน ฝ่ายวิจัยจึงประเมินกำไรจากการขายเงินลงทุนครั้งนี้ หากอิงจากหมายเหตุประกอบงบการเงินปี 2562 พบว่ารายการเงินลงทุนทั่วไปประเภทตราสารทุนที่ไม่อยู่ในความต้องการของตลาดในประเทศ ณ 31 ธ.ค.62 มูลค่า 1,656 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าไม่ใช่เงินลงทุนใน AJT เพียงบริษัทเดียว ในเบื้องต้นคิดแบบอนุรักษ์นิยมคาดการณ์กำไรจากการขายเงินลงทุนดังกล่าวประมาณ 3,000 ล้านบาท (กำไรงวดไตรมาส 1/62 มีกำไรจากการขายเงินลงทุนราว 262 ล้านบาทและกำไรสุทธิ 10,044 ล้านบาท)
ASPS ประเมินผลต่อกำไรสุทธิอาจต่ำกว่าจำนวนดังกล่าว ภายใต้สถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรน่า (COVID-19) มีแนวโน้มส่งผลต่อคุณภาพลูกหนี้ ทำให้ ECL (Credit Cost ตามมาตรฐานบัญชีเดิม) มีทิศทางสูงขึ้น รวมทั้งโอกาสที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะลดดอกเบี้ยนโยบายอีกครั้งในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2563 มีค่อนข้างสูง (กนง.ประชุมครั้งต่อไปวันที่ 25 มี.ค.63) จึงยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2563 อ่อนตัว 15% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว (YoY) หรืออยู่ที่ 3.3 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ สถานการณ์ COVID-19 ที่แพร่กระจายในวงกว้างมากขึ้น ทำให้กลุ่มธนาคารฯ (น้ำหนักการลงทุนสำหรับกลุ่มธนาคาร: น้อยกว่าตลาด) ต้องออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรง (กลุ่มโรงแรม) และทางอ้อม (ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย 28 ก.พ.63) เพื่อให้ลูกหนี้ทั้งที่ยังไม่ด้อยคุณภาพ (Stage 1 และ Stage 2) และลูกหนี้ที่ด้อยคุณภาพอยู่เดิม (NPL) ผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้ เช่น การปรับเงื่อนไขชำระเงินต้น, การเพิ่มวงเงินสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่อง, การพิจารณาปรับลดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมฯ และการปลอดชำระเงินต้น/ดอกเบี้ย ฯลฯ ซึ่งธนาคารจะพิจารณารายละเอียดและความช่วยเหลือเป็นรายไป แม้มีโอกาสกระทบรายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิและค่าธรรมเนียมเล็กน้อยช่วงสั้น แต่จะเป็นการช่วยเหลือลูกหนี้ให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากและให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าต่อไปได้
ขณะที่ราคาหุ้น KBANK ปรับฐานตามบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก และคุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารฯ ยังต้องเฝ้าระวัง อย่างไรก็ตาม มูลค่า (Valuation) ปัจจุบันมีอัตราส่วนราคาตลาดต่อมูลค่าตามบัญชี (PBV) ที่ 0.67 เท่า และอัตราเงินปันผล (Dividend Yield) งวดครึ่งปีหลังของปี 2562 ที่ 4.5 บาท/หุ้น (คิดเป็น Dividend Yield 3.8%) โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 9 เม.ย.63 ขณะที่ Dividend Yield ปี 2563 คาดว่าจะอยู่ที่ 4.2% (5 บาท/หุ้น) จึงแนะนำหาจังหวะเข้าลงทุนเพื่อเข้าลงทุนระยะยาวรับเงินปันผล