โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โบรกฯ คาดการณ์ "KBANK" รับกำไร 3,000 ล้านบาท จากการขายหุ้น "อายิโนะโมะโต๊ะ"

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 ส.ค. 2563 เวลา 10.54 น. • เผยแพร่ 02 มี.ค. 2563 เวลา 02.51 น.

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส (ASPS) เปิดเผยว่า วันศุกร์ที่ผ่านมา (28 ก.พ.63) ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) แจ้งการขายเงินลงทุนในบริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด (AJT) ที่ถืออยู่ทั้งหมด 5% ของทุนจดทะเบียน ให้กับ Ajinomoto Co., Inc. (“AJICO”) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ AJT คิดเป็นมูลค่า 5,972 ล้านบาท โดยธนาคารฯ คาดว่าธุรกรรมจะแล้วเสร็จในเดือน มี.ค.63

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากไม่มีการเปิดเผยต้นทุนของเงินลงทุน ฝ่ายวิจัยจึงประเมินกำไรจากการขายเงินลงทุนครั้งนี้ หากอิงจากหมายเหตุประกอบงบการเงินปี 2562 พบว่ารายการเงินลงทุนทั่วไปประเภทตราสารทุนที่ไม่อยู่ในความต้องการของตลาดในประเทศ ณ 31 ธ.ค.62 มูลค่า 1,656 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าไม่ใช่เงินลงทุนใน AJT เพียงบริษัทเดียว ในเบื้องต้นคิดแบบอนุรักษ์นิยมคาดการณ์กำไรจากการขายเงินลงทุนดังกล่าวประมาณ 3,000 ล้านบาท (กำไรงวดไตรมาส 1/62 มีกำไรจากการขายเงินลงทุนราว 262 ล้านบาทและกำไรสุทธิ 10,044 ล้านบาท)

ASPS ประเมินผลต่อกำไรสุทธิอาจต่ำกว่าจำนวนดังกล่าว ภายใต้สถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรน่า (COVID-19) มีแนวโน้มส่งผลต่อคุณภาพลูกหนี้ ทำให้ ECL (Credit Cost ตามมาตรฐานบัญชีเดิม) มีทิศทางสูงขึ้น รวมทั้งโอกาสที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะลดดอกเบี้ยนโยบายอีกครั้งในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2563 มีค่อนข้างสูง (กนง.ประชุมครั้งต่อไปวันที่ 25 มี.ค.63) จึงยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2563 อ่อนตัว 15% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว (YoY) หรืออยู่ที่ 3.3 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ สถานการณ์ COVID-19 ที่แพร่กระจายในวงกว้างมากขึ้น ทำให้กลุ่มธนาคารฯ (น้ำหนักการลงทุนสำหรับกลุ่มธนาคาร: น้อยกว่าตลาด) ต้องออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรง (กลุ่มโรงแรม) และทางอ้อม (ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย 28 ก.พ.63) เพื่อให้ลูกหนี้ทั้งที่ยังไม่ด้อยคุณภาพ (Stage 1 และ Stage 2) และลูกหนี้ที่ด้อยคุณภาพอยู่เดิม (NPL) ผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้ เช่น การปรับเงื่อนไขชำระเงินต้น, การเพิ่มวงเงินสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่อง, การพิจารณาปรับลดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมฯ และการปลอดชำระเงินต้น/ดอกเบี้ย ฯลฯ ซึ่งธนาคารจะพิจารณารายละเอียดและความช่วยเหลือเป็นรายไป แม้มีโอกาสกระทบรายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิและค่าธรรมเนียมเล็กน้อยช่วงสั้น แต่จะเป็นการช่วยเหลือลูกหนี้ให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากและให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าต่อไปได้

ขณะที่ราคาหุ้น KBANK ปรับฐานตามบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก และคุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารฯ ยังต้องเฝ้าระวัง อย่างไรก็ตาม มูลค่า (Valuation) ปัจจุบันมีอัตราส่วนราคาตลาดต่อมูลค่าตามบัญชี (PBV) ที่ 0.67 เท่า และอัตราเงินปันผล (Dividend Yield) งวดครึ่งปีหลังของปี 2562 ที่ 4.5 บาท/หุ้น (คิดเป็น Dividend Yield 3.8%) โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 9 เม.ย.63 ขณะที่ Dividend Yield ปี 2563 คาดว่าจะอยู่ที่ 4.2% (5 บาท/หุ้น) จึงแนะนำหาจังหวะเข้าลงทุนเพื่อเข้าลงทุนระยะยาวรับเงินปันผล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...