โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เปิดตอนที่ 3 สุดเข้มข้น นพดล เล่าถึงการผ่าศพห้างทองครั้งที่ 3 ..ความยุติธรรมแบมือขอใครไม่ได้..

Khaosod

อัพเดต 27 ก.ย 2561 เวลา 12.40 น. • เผยแพร่ 27 ก.ย 2561 เวลา 09.05 น.

เปิดตอนที่ 3 สุดเข้มข้น นพดล เล่าถึงการผ่าศพห้างทองครั้งที่ 3 ..ความยุติธรรมแบมือขอใครไม่ได้..

นพดล – นับว่าเป็นละครที่มีกระแสร้อนแรงอย่างมาก สำหรับซีรีส์ “เลือดข้นคนจาง” ที่กำลังฉายอยู่ทางช่อง ONE HD ออกอากาศทุกวันศุกร์ 20:45 น. และวันเสาร์ 20:10 น. ทั้งยังสามารถติดตามย้อนหลังผ่านทาง Line TV ได้อีกด้วย

จากกระแสซีรีส์ดังกล่าว ทำให้หวนนึกถึง เรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 ก.ย. พ.ศ.2542 หรือประมาณ 19 ปีที่แล้ว คือ เรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงของตระกูลดังอย่าง “ธรรมวัฒนะ” ที่เกิดเหตุสะเทือนขวัญกับการเสียชีวิตของ “นายห้างทอง ธรรมวัฒนะ”

ธรรมวัฒนะ

โดยช่วงระยะเวลาหนึ่ง สังคมตัดสินว่าเป็นการ “ฆาตกรรม” เนื่องด้วยเหตุความขัดแย้งภายในครอบครัวระหว่างพี่น้อง แต่บัดนี้ความจริงได้ปรากฏแล้ว หลังจากศาลได้ตัดสินว่า การเสียชีวิตของนายห้างทอง เป็นการ “ฆ่าตัวตาย”

ในวันนี้  ข่าวสดออนไลน์  จะพาทุกท่าน มาเปิดใจ คุยกับ “นพดล ธรรมวัฒนะ” (เป็นตอนที่ 3) ผู้ที่ครั้งหนึ่ง “เคย” ตกเป็น “จำเลยสังคม” ว่าเป็นคนฆาตกรรม ‘พี่ชายตัวเอง’

นพดล : หลังจากพี่ห้างทองเสียชีวิต ในทางสืบสวนต้องเก็บหลักฐาน และตั้งสมมติฐานอย่างครอบคลุม ในตอนนั้นผมยอมรับเลยว่า ตำรวจไทยค่อนข้างเก่ง การตรวจรอยเลือด และหลักฐานแวดล้อม ทางตำรวจก็สอบสวนเสร็จสิ้นตั้งแต่ปี 2542 ซึ่งไม่พบร่องรอยการต่อสู้ และบาดแผลที่เกิดจากการถูกยิงก็เป็นการยิงประชิดติดผิวหนัง ตามทฤษฎีนิติวิทยาศาสตร์ 70-80 เปอร์เซ็นต์ ระบุได้ว่า เป็นการฆ่าตัวตาย ผมก็ไม่ได้วิตกกังวัล เพราะ ความจริงก็คือความจริง แม้ว่ากระแสสังคมจะตัดสินเองว่า ผมคือฆาตกร

ธรรมวัฒนะ

นพดล : จนถึงปี 2546 คดีนี้ก็ถูกรื้อขึ้นมาใหม่ ซึ่งรู้สึกว่า ตัวเองกำลังจะถูกใช้เป็น ‘แพะ’ เพราะมีเรื่องทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง สืบเนื่องจากรัฐธรรมนูญปี 2544 บัญญัติไว้ว่า จะต้องตั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ จึงต้องร่างพ.ร.บ. ประกอบ และต้องผ่านสภาให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาที่กำหนด คือ ปี 2546 ซึ่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ยังไม่ผ่านความเห็นชอบ

ขณะนั้น “แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์” ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ จึงพยายามยกความสำคัญทางนิติวิทยาศาสตร์ให้สังคมได้รับรู้ และพยายามผลักดันเรื่องนี้ให้ผ่านสภา ผมเห็นว่า เป็นนัยยะสำคัญอันหนึ่ง ที่รื้อคดีพี่ห้างทองขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งๆ ที่ทุกอย่างถูกสรุปไปหมดแล้ว

นพดล : ผมก็เห็นว่า ก็เป็นการดีที่จะย้ำให้สังคมเห็นความจริงอีกครั้ง จึงเกิดการผ่าพิสูจน์ครั้งที่ 2 ระหว่างที่เป็นคดี ผมก็ร้องขอให้ผ่าศพครั้งที่ 3 แต่ศาลไม่อนุญาต ทั้งที่เราร้องขอตั้งแต่ชั้นอัยการแล้ว ผบ.ตร.ขณะนั้น ก็อนุมัติ แต่ก็ถูกขัดขวางมาโดยตลอด

ศาลก็ไม่อนุญาต ซึ่งก็สืบพยานจนเกือบสิ้นสุด ต่อมาให้ ดร.เอเดรียน แม็ททิว ทอนดันลินาเคอร์” ผู้เชี่ยวชาญด้านคราบเลือดจากอังกฤษ ซึ่งหมอพรทิพย์เชิญมาให้เป็นพยานเพิ่ม หลังตรวจสอบรื้อคดี ดร.เอเดรียน ก็ไม่ยอมมาเบิกความ จนอัยการร้องขอให้ส่งพยานไปที่อังกฤษ ซึ่งผมก็ไม่ตามคดีไป เพราะต้องมีค่าใช่จ่ายมาก และก็เชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของตัวเอง

นพดล : ขบวนการระหว่างนั้น ก็มีการยื่นร้องขอพระราชทานเพลิงศพ ตอนนั้นผมจะต้องแถลงต่อศาลให้ทราบว่า พยานวัตถุสำคัญกำลังจะถูกทำลาย ท้ายที่สุดศาลก็อนุมัติให้อายัดศพ คือ หมายศาลออกมาก่อนวันเผาศพแค่ 1 วันเท่านั้น ทุกอย่างก็ต้องระงับไว้

จนศาลอนุญาตให้ผ่าพิสูจน์เป็นครั้งที่ 3 ผมจึงเชิญหมอมาจากทั่วประเทศ แต่หมอพรทิพย์ก็คัดค้านให้เลือกหมอแค่ 3 คน ท้ายที่สุดศาลก็เลือกมาประมาณ 10 คน รวมทั้งผู้สังเกตุการณ์อีก 30 คน ผลการผ่าพิสูจน์ก็ปรากฏชัดเจนเลยว่า ‘สิ่งที่หมอพรทิพย์บอกมาไม่เป็นความจริงทั้งหมด’ สรุปแล้ว ตนก็เป็นเหยื่ออันโอชา ซึ่งถูกกล่าวขวัญกันมากกว่าปี 2542 อีก

  • ปัญหาคาราคาซังของบ้านธรรมวัฒนะ

นพดล : เมื่อพี่น้องต่างไม่เซ็นยินยอมให้แบ่งมรดกอย่างเท่าเทียมกัน ผมจึงตัดสินใจลาออกจากการเป็นผู้บริหารตลาดยิ่งเจริญ หลังจากนั้นก็ถูกครอบงำ มีคนนำเงินของกงสีไปใช้ประโยชน์ของตัวเอง ผมจึงเข้ามาเอาคดีไปพิสูจน์กันในศาล จนกลายเป็นเรื่องราวต่อเนื่อง และเกิดคดีฟ้องร้องระหว่างพี่น้องกันกว่า 60-70 คดี

  • ยังคาใจ แม้ศาลตัดสินแล้ว

นพดล : ส่วนที่เป็นความเชื่อ มันเป็นเรื่องที่ไม่สามารถที่จะอธิบายได้ แต่ ‘บทบาทที่ชี้นำ’ ถูกทำโดยคนที่มีสถานะทางสังคม และก็โน้มน้าวในสิ่งที่ผิด ผมต้องทำทุกวิถีทางในการต่อสู้ จนถึงทุกวันนี้ก็ยังต้องต่อสู้อยู่ จึงร้องเรียนผ่านแพทยสภา ซึ่งใช้เวลาพิจารณาเกือบ 10 ปี ก่อนจะตัดสินว่า สิ่งที่หมอพรทิพย์ชี้นั้น ผิดหมดทุกข้อ แต่ลงโทษแค่เพียงตักเตือน ไม่อยากจะคิดว่า หากศาลเชื่อการชี้นำของหมอพรทิพย์ ผมคงถูกประหารชีวิตไปแล้ว

  • บทบาทนำ ชี้เป้าให้สังคมเข้าใจผิด

นพดล : ท้ายที่สุดก็ต้องนำคดีไปฟ้องต่อศาล ผมแพ้คดีในศาลปกครองชั้นต้น จึงต้องไปต่อสู้ที่ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา ซึ่งก็ต้องมารอดูกัน และสิ่งที่ผมเรียนรู้มาก็ทราบว่า ‘ความยุติธรรมแบมือขอใครไม่ได้’ จึงย้อนกลับมาดูว่า ผมเป็นคนหนึ่งที่มีกำลังในการต่อสู้ หากเป็นบุคคลธรรมดาจะเป็นอย่างไร แล้วกรณีแบบนี้ก็เกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ

ทั้งการที่แพทย์นิติเวชให้ความเห็นผิดๆ พลาดๆ จนทำให้เกิด ‘แพะรับบาป’ ในสังคม คดีของพี่ห้างทอง ควรจะเป็นคดีศึกษาที่สำคัญ และนำไปพัฒนาให้เกิดประโยชน์ เพื่อใช้แสวงหาความยุติธรรมที่แท้จริงให้กับประชาชนทั่วไป

 ยังมี ตอนที่ 4 ที่เข้มข้นยิ่งขึ้นไปอีก ติดตามอ่านได้ทางเว็บไซต์ ข่าวสดออนไลน์ ที่นี่ที่เดียว 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...