โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทายาท "เดอะ รีเจ้นท์ กรุ๊ป" ทุ่มปั้น "วาลา หัวหิน-นู แชปเตอร์ โฮเทล"

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 ส.ค. 2565 เวลา 06.04 น. • เผยแพร่ 29 ต.ค. 2563 เวลา 08.00 น.

สัมภาษณ์

กว่า 30 ปีที่โรงแรม “รีเจ้นท์ ชะอำ หัวหิน” ของกลุ่มตระกูล “เตชะไพบลูย์” เปิดให้บริการมาภายใต้บริษัท เดอะ รีเจ้นท์ กรุ๊ป ผ่านการพัฒนาปรับปรุงมาแล้วหลายครั้งหลายครา

ถึงวันนี้ “เดอะ รีเจ้นท์ กรุ๊ป” ได้ขยับตัวครั้งใหญ่ด้วยการลงทุนใหม่กว่า 1 พันล้านบาท ในโครงการวาลา หัวหิน (VALA HUAHIN) บูทีครีสอร์ตระดับ 5 ดาว ภายใต้หน่วยธุรกิจ“นู แชปเตอร์ โฮเทล” ซึ่งเป็นกลุ่มแมเนจเมนต์นิวเจนรุ่นใหม่

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์พิเศษ “นูนู่-วศุมา คณาธนะวนิชย์” กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท เดอะรีเจ้นท์ กรุ๊ป ทายาทสาวของ “คุณบี๋-ปิยะมาน เตชะไพบูลย์” ผู้บริหารโรงแรมรีเจ้นท์ ชะอำ หัวหิน และอดีตประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ถึงการลงทุนใหม่ครั้งนี้ รวมถึงแนวคิดแนวการบริหารธุรกิจโรงแรมภายใต้วิกฤตโควิด ไว้ดังนี้

“วศุมา” บอกว่า โรงแรมวาลา หัวหิน นี้ถือเป็นโครงการลงทุนใหม่ล่าสุดของเดอะ รีเจ้นท์ กรุ๊ป มูลค่าลงทุนรวมกว่า 1,200 ล้านบาทดำเนินงานโดย “นู แชปเตอร์ โฮเทล” ซึ่งเป็นหน่วยธุรกิจใหม่ภายใต้เดอะ รีเจ้นท์ กรุ๊ป โดยตนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนและพัฒนามาตั้งแต่ขั้นตอนการเสนอโปรเจ็กต์เมื่อ 2 ปีก่อน พร้อมทั้งออกแบบ ตรวจไซต์งานก่อสร้าง สร้างแบรนด์ ฯลฯ จนเสร็จสมบูรณ์ และเปิดให้บริการอย่างไม่เป็นทางการไปแล้วเมื่อ 17 กันยายนที่ผ่านมา

“ส่วนตัวได้เข้ามาช่วยงานคุณแม่ (ปิยะมาน เตชะไพบูลย์) ได้ 5 ปีก่อนโดยเข้ามาช่วยงานในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ดูแลรับผิดชอบด้านการปรับปรุงโรงแรมรีเจ้นท์ ชะอำ หัวหิน ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ รวมทั้งบริหารงานด้านการตลาด ซึ่งเป็นงานที่ตัวเองถนัด เพราะเรียนจบปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์ และปริญญาโทด้านกลยุทธ์การตลาด จากประเทศอังกฤษ บวกกับที่ได้สัมผัสและสั่งสมประสบการณ์งานด้านโรงแรมมาอย่างต่อเนื่อง”

“วศุมา” บอกด้วยว่า โรงแรมวาลาหัวหิน ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 20 ไร่ติดชายหาดทะเลหัวหิน-ชะอำ (ทางเข้าเดียวกับเดอะ รีเจ้นท์ หัวหิน ชะอำ) ซึ่งเป็นที่ดินดั้งเดิมของครอบครัว พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นต้นไม้ใหญ่ การออกแบบแลนด์สเคปจึงต้องเน้นรักษาต้นไม้เดิมเอาไว้ทั้งหมด และออกแบบให้มีเอกลักษณ์ภายใต้แนวคิด “Nature’s Touch with a Modern Design” ที่ผสมผสานระหว่างงานสถาปัตยกรรมทันสมัยกับบรรยากาศธรรมชาติที่ลงตัว

โรงแรมแห่งนี้ประกอบด้วยห้องพักทั้งหมด 97 ห้อง แบ่งเป็นโซนห้องพักบนอาคาร 3 ชั้น จำนวน 84 ห้อง มีระเบียงกว้างและมองเห็นวิวทะเลทุกห้อง และโซน VALA VILLAS ซึ่งเป็นวิลล่าส่วนตัว จำนวน 13 หลังออกแบบเป็นสไตล์ glamping มีความเป็นส่วนตัวสูง

โดยเฉพาะ Beachfront Pool Villa มีเพียง 5 หลังเท่านั้น ตั้งอยู่หน้าสุดของชายหาด สามารถชมวิวทะเลได้จากภายในห้องพัก และด้านนอกยังมีสระว่ายน้ำระบบเกลือส่วนตัว พื้นที่สวน และระเบียงกว้างที่สามารถจัดกิจกรรมเอาต์ดอร์ได้

“เราเป็นคนวงการท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวมาเยอะ จึงมีความตั้งใจอยากสร้างโปรดักต์ที่มาจากความสนใจของเราและคิดว่าคนอื่นก็น่าจะให้ความสนใจด้วย และเชื่อว่าโพซิชันนิ่ง และแคแร็กเตอร์ของแบรนด์วาลา หัวหิน นี้จะมีความแตกต่างและสอดรับกับดีมานด์ของตลาดในอนาคตได้มากยิ่งขึ้น”

“วศุมา” อธิบายด้วยว่า โปรดักต์ของกลุ่มเดอะ รีเจ้นท์ กรุ๊ป คือ โรงแรมเดอะ รีเจ้นท์ ชะอำ บีช รีสอร์ต, รีเจ้นท์ชาเล่ย์ และโรงเรียนการโรงแรมและท่องเที่ยว รีเจ้นท์ ชะอำ ซึ่งเดอะ รีเจ้นท์ชะอำเป็นโรงแรมระดับ 4 ดาว จับกลุ่มครอบครัวและกลุ่มประชุมสัมมนาเป็นหลัก

ส่วนโปรดักต์ใหม่คือ “วาลา หัวหิน” ซึ่งบริหารงานโดย “นู แชปเตอร์ โฮเทล” นี้เป็นบูทีครีสอร์ตระดับ 5 ดาว จะมุ่งจับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นนักท่องเที่ยวเทรนด์ใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ใส่ใจเรื่องสุขภาพ ธรรมชาติ และมีคอมมิวนิตี้ ซึ่งเป็นแนวโน้มของนักเดินทางท่องเที่ยวยุคใหม่

“คำว่า วาลา แปลว่า พลังจากธรรมชาติ ซึ่งคิดชื่อแบรนด์มาจากการที่โครงการเราอยู่ในโลเกชั่นท่ามกลางธรรมชาติแบบที่หาไม่ได้จากที่ไหน คือ ติดทะเล มองเห็นวิวทะเลทุกห้อง มีความสะดวกสบายตามมาตรฐานของโรงแรมระดับ 5 ดาว รวมถึงอาหารและเครื่องดื่มที่มีความเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น และรังสรรค์จากโลคอลโปรดักต์ ซึ่งเรามั่นใจว่าทุกคนที่เข้ามาพักจะได้รับพลังจากธรรมชาติ และได้พักผ่อนที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง” วศุมาย้ำ

เมื่อถามถึงแผนการลงทุนในอนาคตของนู แชปเตอร์ โฮเทล “วศุมา” บอกว่า โรงแรม “วาลา หัวหิน” นี้ถือเป็นโครงการแรก ในอนาคตบริษัทจะมุ่งขยายและพัฒนาในโลเกชั่นที่มีศักยภาพเพิ่มเติมอีกแน่นอน ส่วนจะพัฒนาภายใต้แบรนด์ “วาลา” หรือไม่นั้น ต้องพิจารณาตามโลเกชั่น เอกลักษณ์ และวัฒนธรรมของที่เข้าไปลงทุนด้วย

เนื่องจากคอนเซ็ปต์การลงทุนของนู แชปเตอร์ฯนั้นจะเน้นดึงจุดเด่นในแต่ละพื้นที่ออกมานำเสนอ โดยเฉพาะในเรื่องของวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม โพซิชันนิ่งทางการตลาดของโรงแรมที่อยู่ภายใต้การบริหารของนู แชปเตอร์ฯจะอยู่ในระดับ 5 ดาวขึ้นไปทั้งหมด

“วศุมา” ยังทิ้งท้ายด้วยว่า ด้วยความที่เดอะ รีเจ้นท์ กรุ๊ป เป็นกลุ่มทุนไทย บวกกับตั้งอยู่ในทำเลหัวหิน-ชะอำ ซึ่งเป็นเดสติเนชั่นยอดนิยมของคนไทย ที่ผ่านมาโรงแรมเดอะรีเจ้นท์ ชะอำ บีช รีสอร์ต จึงมุ่งโฟกัสกลุ่มตลาดคนไทยเป็นหลัก เช่นเดียวกับ “วาลา หัวหิน” โรงแรมใหม่แห่งนี้ก็มุ่งโฟกัสจับกลุ่มคนไทยเป็นหลักเช่นกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...