โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

สร้างกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident fund) ที่ดี ได้อย่างไร?

The Momentum

อัพเดต 26 พ.ย. 2561 เวลา 07.13 น. • เผยแพร่ 26 พ.ย. 2561 เวลา 07.13 น. • พงศ์พิชญ์ พิณสาย

In focus

  • 60 เปอร์เซ็นต์ของสมาชิกที่เกษียณอายุ ได้รับเงินก้อนวันเกษียณไม่ถึง 1 ล้านบาท นั่นหมายความว่า หากเขาหรือเธอไม่มีรายได้จากแหล่งอื่นและคาดว่าจะมีอายุหลังเกษียณไปอีก 20 ปี เขาผู้นั้นจะมีเงินใช้ต่อวันจะไม่ถึง 140 บาท
  • การสร้างเงินเพื่อการเกษียณผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพนั้นเป็นสิ่งที่ต้องทำตั้งแต่อยู่ในวัยทำงาน เพื่อที่จะได้จำนวนเงินที่เหมาะสมกับเป้าหมายในการใช้เงินในวัยเกษียณ
  • การประเมินว่ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพดีหรือไม่อย่างไรนั้น มีวิธีพิจารณาเบื้องต้น ได้แก่ ดีด้วยนายจ้าง ดีด้วยคณะกรรมการกองทุน และดีด้วยตัวเราเอง

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คือ กองทุนที่นายจ้างและลูกจ้างร่วมกันจัดตั้งขึ้นด้วยความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย เพื่อให้ลูกจ้างมีเงินออมไว้ใช้ยามเกษียณอายุ ลาออกจากงาน ทุพพลภาพ หรือเป็นหลักประกันให้ครอบครัวในกรณีที่ลูกจ้างเสียชีวิต

ปัจจุบันบริษัทเอกชนรวมถึงรัฐวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่ส่วนมาก มีการจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่แล้ว เสมือนเป็นสวัสดิการอย่างหนึ่งที่หน่วยงานมีให้กับพนักงานของตน โดยในปัจจุบัน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพโดยรวมมีจำนวนสมาชิกกว่า 3 ล้านคน จากนายจ้างเกือบ 18,000 บริษัท

มีการสำรวจข้อมูลและพบว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของสมาชิกที่เกษียณอายุ ได้รับเงินก้อนวันเกษียณไม่ถึง 1 ล้านบาท นั่นหมายความว่า หากเขาหรือเธอไม่มีรายได้จากแหล่งอื่นและคาดว่าจะมีอายุหลังเกษียณไปอีก 20 ปี เขาผู้นั้นจะมีเงินใช้ไม่ถึงปีละ 50,000 บาท คิดเป็นต่อเดือนจะไม่ถึงเดือนละ 4,200 บาท คิดเป็นต่อวันจะไม่ถึง 140 บาท ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนเงินที่ไม่มาก เนื่องจากในวัยเกษียณอาจจะต้องมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพิ่มขึ้นกว่าสมัยวัยทำงานมาก เช่น ค่าใช้จ่ายในการรักษาสุขภาพเป็นต้น

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพจึงเป็นแหล่งรายได้ยามเกษียณที่สำคัญสำหรับผู้ที่ไม่อาจมีรายได้จากแหล่งอื่นมากนัก และการสร้างเงินเพื่อการเกษียณผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพนั้นเป็นสิ่งที่ต้องทำตั้งแต่อยู่ในวัยทำงาน เพื่อที่จะได้จำนวนเงินที่เหมาะสมกับเป้าหมายในการใช้เงินในวัยเกษียณ

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ดีจะต้องร่วมกันสร้างจากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ซึ่งการประเมินว่ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพดีหรือไม่อย่างไรนั้น มีวิธีพิจารณาเบื้องต้นดังนี้ (3 ดี)

1. ดีด้วยนายจ้าง

ไม่ใช่นายจ้างทุกรายที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้พนักงาน ซึ่งปัจจุบันมีนายจ้าง 18,000 บริษัท ที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้พนักงาน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนไม่มาก เมื่อเทียบกับจำนวนบริษัททั้งหมดในประเทศไทย และในบรรดาบริษัทที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพนั้น เงินสมทบ (ส่วนที่นายจ้างที่จ่าย) ก็มีอัตราต่างๆกันไปตั้งแต่ 2-15% ดังนั้น ในบริษัทที่มีสวัสดิการและค่าตอบแทนอื่นๆ ใกล้เคียงกัน บริษัทที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้พนักงานและมีอัตราเงินสมทบในระดับสูงกว่า ก็จะมีโอกาสให้เราสามามารถสร้างกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ดีเพื่อการเกษียณได้

นอกจากนี้บางบริษัทจะมีข้อกำหนดเรื่องระยะเวลาการทำงานว่า ต้องทำงานกับบริษัทไม่น้อยกว่ากี่ปี ถึงจะมีสิทธิได้รับเงินสะสมจากส่วนของนายจ้างเต็มจำนวน ซึ่งระยะเวลาดังกล่าวไม่ควรจะนานเกินไป จนทำให้สมาชิกไม่มีโอกาสได้เงินสะสมจากนายจ้าง

2.ดีด้วยคณะกรรมการกองทุน

คณะกรรมการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มีบทบาทสำคัญมากในการบริหารจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยกฎหมายกำหนดให้มีกรรมการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจากทั้งฝั่งนายจ้างและลูกจ้างเพื่อหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการทั่วไปของกองทุน ซึ่งคณะกรรมการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสามารถสร้างกองทุนสำลองเลี้ยงชีพที่ดีได้หลายวิธี เช่น

  • จัดให้มีแบบแผนการลงทุนของกองทุนที่หลากหลายและเหมาะสมให้เลือก เช่น แผนแบบเสี่ยงสูง (และมีผลตอบแทนที่คาดหวังสูง), แบบเสี่ยงปานกลาง (และมีผลตอบแทนที่คาดหวังปานกลาง), แบบเสี่ยงต่ำ (และมีผลตอบแทนที่คาดหวังต่ำ), แบบมีการกระจายการลงทุนไปต่างประเทศ เป็นต้น เนื่องจากพนักงานในองค์กรมีความหลากหลาย การมีแผนการลงทุนที่หลากหลาย (Employee’s choices) มีโอกาสที่จะให้เราสามามารถสร้างกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ดีเพื่อการเกษียณได้
  • จัดให้มีทางเลือกแบบ Life path หรือ Target date fund สำหรับสมาชิกบางรายที่อาจไม่มีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุน บริษัทจัดการจะทำหน้าที่เลือกการลงทุนที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงตามช่วงอายุและระยะเวลาการลงทุนของสมาชิกแต่ละราย โดยที่สมาชิกไม่ต้องตัดสินใจเอง
  • มีการวัดและประเมินผลผู้จัดการกองทุนตามสมควร เช่น มีการติดตามผลงานดำเนินงานของกองทุนเป็นระยะ และวัดผลการตอบแทนของกองทุนกับดัชนีชี้วัด (Benchmark) ที่มีความเหมาะสม เช่น ดัชนี้ชี้วัดของกองทุนที่มีการลงทุนในหุ้น ต้องใช้ดัชนีหลักทรัพย์ที่รวมผลตอบแทนจากเงินปันผล (Total return index) เป็นที่จะใช้ดัชนีที่ใช้การเปลี่ยนแปลงของราคาหลักทรัพย์เพียงอย่างเดียว (Price index) เป็นต้น
  • มีการสื่อสารกับสมาชิกอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้สมาชิกทราบข้อมูลที่สำคัญ และอาจมีการเชิญตัวแทนจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนมาบรรยายให้ความรู้กับสมาชิกเป็นครั้งคราว ถึงเรื่องความสำคัญของการออมเพื่อการเกษียณและวิธีการเลือกการลงทุนให้เหมาะสม เป็นต้น

3. ดีด้วยตนเอง

แน่นอนว่าการที่จะสร้างกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ดีเพื่อการเกษียณได้นั้น ตัวเองเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด สิ่งพื้นฐานที่สุดในฐานะสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะทำได้นั้นคือเลือกการหักเงินทุกๆเดือนเพื่อสะสมในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพในอัตราที่เหมาะสม ซึ่งตามกฎหมายใหม่สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสามารถที่จะเลือกสะสมได้ถึง 15%

การหักเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพนี้นอกจากจะทำให้มีเงินมากพอที่จะใช้ในยามเกษียณแล้ว ยังสามารถนำเงินที่สมาชิกจ่ายเข้ากองทุนมาหักลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้ตามที่กฎหมายกำหนดได้อีกด้วย และที่สำคัญคือ เมื่อลาออกจากงานยังไม่ควรนำเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพออกมาใช้ (แม้ว่าจะมีสิทธินำออกมาได้) นอกจากจะต้องนำเงินส่วนเงินสมทบมาเสียภาษีแล้ว หากนำเงินก้อนที่ได้ไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น อาจทำให้เงินออมเพื่อการเกษียณนั้นน้อยกว่าที่ควรจะเป็น

และที่สำคัญ เราในฐานะที่เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ควรหมั่นหาความรู้และทำความเข้าใจการวางแผนการเงินเพื่อการเกษียณตามสมควร เพื่อจะได้สามารถกำหนดอัตราเงินสะสมและเลือกแผนการลงทุนได้อย่างเหมาะสม

เพราะสุดท้ายแล้วเงินเรา ชีวิตเรา เราต้องใส่ใจ จัดการเองจะดีที่สุดครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...