โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หนังสือไม่มีวันตาย? ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงหันมาสนใจอ่านเป็นเล่มมากกว่า

นิตยสารคิด

อัพเดต 15 ก.ย 2567 เวลา 20.06 น. • เผยแพร่ 15 ก.ย 2567 เวลา 20.06 น.
are-books-dying-cover

เคยสงสัยกันบ้างไหม ถ้าในเมื่อเราสามารถอ่านอะไรก็ได้บนโลกนี้ผ่านการแตะหน้าจอมือถือเพียงไม่กี่ครั้ง แล้วโลกใบนี้ยังจำเป็นต้องมีหนังสือจริง ๆ อยู่อีกหรือเปล่า

ในยุคที่ทุกสิ่งทุกอย่างหามาได้โดยหน้าจอ หลายคนก็คิดว่าหนังสือกลายเป็นสื่อที่ตายไปแล้ว เป็นของเก่าที่ถูกลืมเลือนบนชั้นวางที่เต็มไปด้วยฝุ่น ในขณะที่ e-book และสื่อออนไลน์กลับเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตคนมากขึ้น

แต่ท่ามกลางการทยอยปิดตัวของหนังสือพิมพ์และนิตยสารหลายหัว การปิดฉากยุคของหนังสือกระดาษกลับไม่เกิดขึ้นอย่างที่หลายคนคาดเดาสักที และยิ่งน่าแปลกใจว่า กลุ่มคนที่จุดกระแสหนังสือให้กลับมาฮิตได้ กลับเป็นคน Gen Z ที่มักถูกมองว่าเป็นเจเนอเรชันดิจิทัลเสียด้วยซ้ำ แล้วเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

Syd Wachs / Unsplash

เชื่อมโยงง่าย สรีระได้ ความผูกพันจึงก่อตัว
เคยมีการสำรวจที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบ ว่าผลิตภัณฑ์ไหนคือสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยออกแบบมา และแน่นอนว่ามีคำตอบไม่น้อยเลยทีเดียวที่เลือก ‘หนังสือ’ ด้วยเหตุผลด้านสรีรศาสตร์และประสบการณ์ที่ได้จากการหยิบจับหนังสือ

เสน่ห์เฉพาะตัวของหนังสือไม่ได้ถูกจำกัดไว้เพียงแค่การมองด้วยตา แต่รวมไปถึงเนื้อสัมผัสของแต่ละหน้า รูปทรงของเล่ม การจับต้อง ลูบคลำ กลิ่นจากหมึกและเนื้อกระดาษที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา หรือไม่ว่าจะเป็นเสียงที่เกิดขึ้นจากการพลิกเปลี่ยนหน้าไปมา ทั้งหมดนี้ล้วนช่วยกระตุ้นความรู้สึกของการอ่านได้เป็นอย่างดี

และไม่ใช่แค่สัมผัสที่เกิดกับร่างกายเท่านั้น เหตุผลด้านวิทยาศาสตร์ก็ยังมีข้อบ่งชี้ว่าการอ่านหนังสือแบบเล่มสอดคล้องกับการทำงานของสมองมากกว่าแบบดิจิทัล โดยสมองคนเราจะทำการเชื่อมโยงเนื้อหากับเค้าโครงพื้นที่ของหนังสือ ไม่ว่าจะอยู่หน้าซ้าย หน้าขวา โซนบนล่าง หรือขอบมุมไหนของหนังสือ ก็จะทำให้เราสามารถจดจำส่วนของเนื้อหาได้ดีขึ้น

ในขณะที่การอ่านแบบดิจิทัล เช่นเดียวกับสื่ออื่น ๆ ที่แม้จะมีข้อดีด้านการเข้าถึงหนังสือจำนวนมากได้แบบทุกที่ทุกเวลา แต่ก็ยังมีข้อเสียในตัวเองเช่นกัน อย่างฟังก์ชันการค้นหา การจัดระเบียบหน้าต่าง ๆ ที่ดูจะมีประโยชน์ แต่ก็อาจกลายมาเป็นสิ่งรบกวนสมาธิของเราได้ในหลาย ๆ ครั้ง หนังสือ กับ e-book จึงไม่สามารถแทนที่กันได้โดยตรง

ความเห็นของคน Gen Z ที่เกิดระหว่างปี 1997-2015 เองก็ดูจะเปิดรับกับการอ่านหนังสือมากขึ้น คือ ‘ชอบอ่านหนังสือที่พิมพ์ออกมามากกว่าการอ่านผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล’ โดยให้เหตุผลว่า ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว ใช้งานได้จริงมากกว่า หยิบ-ถือ-วาง ได้ง่าย มีสมาธิกว่า ไม่ปวดตา และยังได้พักจากการเสพดิจิทัลด้วย

โดยเฉพาะกับ Gen Z ที่เป็นลูกค้ากลุ่มใหญ่ของตลาดหนังสือในสหราชอาณาจักรที่มีอายุระหว่าง 13-24 ปี มีสัดส่วนนิยมการซื้อหนังสือแบบเป็นเล่มสูงถึง 80% ของการซื้อทั้งหมด เมื่อเทียบกับ e-book ที่มียอดขายเพียงแค่ 14% จากกลุ่มอายุเดียวกัน

จึงทำให้คำพูดที่บอกว่า ‘คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับดิจิทัลเป็นหลัก’ ถูกหักล้างไปโดยสิ้นเชิง

Glen Noble / Unsplash

หนังสือไม่ใช่แค่ ‘การอ่าน’ แต่เป็นการเดินทาง สังคม และตัวตน
ปัจจัยต่อมาที่อาจทำให้หนังสือไม่มีวันตาย คือการที่อุตสาหกรรมสื่อสิ่งพิมพ์มีการเคลื่อนไหวและวิวัฒนาการอยู่ตลอดเวลาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้คนที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย ซึ่งส่งผลให้เกิดวิธีใหม่ ๆ มากมายให้คนเราเลือกใช้ในการเสพงานเขียนงานใดงานหนึ่ง

จากหนังสือดี ๆ หนึ่งเล่ม ก็กลายเป็น e-book หรือกลายไปเป็นโพสต์บนโลกออนไลน์ ที่ใครซักคนเอาเนื้อหาหนังสือไปสรุปไว้ เกิดเป็นคลิปวิดีโอ เป็นพอดแคสต์ เป็นงานทอล์กโชว์ เรียกได้ว่าเนื้อหาในหนังสือเล่มนั้นมันได้เดินทางข้ามแพลตฟอร์มไปมาไม่รู้กี่จักรวาล

เหมือนมีการป้ายยาหนังสือเล่มนั้น ๆ อยู่ทุกที่ ทุกเวลา ทุกรูปแบบ คอยหลอกล่อให้เรากลับไปซื้อหนังสือเล่มนั้นมาอ่านให้ได้

แม้แต่แพลตฟอร์มคลิปสั้นอย่าง TikTok ที่เคยถูกมองว่ามีแต่คอนเทนต์เด็กและไร้สาระ ยังมี #BookTok ที่เต็มไปด้วยการรีวิวหนังสือ หรือบอกต่อความรู้สึกหลังอ่าน รวมกว่า 6 หมื่นล้านวิดีโอ และมียอดเข้าชมทะลุ 1 แสนล้านครั้งเข้าไปแล้ว

ในฝั่งโลกความจริงก็ยังมี ‘ชมรมคนรักหนังสือ’ ที่แม้จะดูเหมือนเป็นกิจกรรมตกยุค แต่ก็กลับมาได้รับความนิยมมากขึ้นในระยะหลัง โดยเฉพาะกับกลุ่ม Gen Z ซึ่งมีตัวเลขการสำรวจในสหรัฐอเมริกาพบว่า มีกิจกรรมการรวมตัวที่เกี่ยวข้องกับหนังสือเพิ่มขึ้นถึง 24%

โดยมีทั้งการรวมตัวกันอ่านแบบดั้งเดิม และยังมีกิจกรรมสุดสร้างสรรค์เกิดขึ้นด้วย เช่น งานจับคู่ออกเดต หรือแม้กระทั่งรวมตัวคนรักหนังสือในโรงเบียร์ ในไทยเองก็มีงานที่ให้ฟังดนตรีสดไปด้วย จิบเบียร์อ่านหนังสือไปด้วยเช่นกัน

และรู้ไหมว่า ผลสำรวจอีกอย่างหนึ่งที่น่าแปลกใจก็คือ สถานที่ในการไปอ่านหนังสือของคนรุ่นใหม่กลับไม่ใช่ร้านกาแฟอย่างที่หลายคนคิด แต่กลายเป็นห้องสมุดแบบดั้งเดิม เรียกว่าตั้งใจไปอ่านหนังสืออย่างจริงจังทีเดียว

ส่วนในฝากฝั่งนักเขียนปัจจุบัน แม้การแข่งขันจะสูงขึ้นแต่ก็มีช่องทางให้สร้างรายได้เพิ่มขึ้นเช่นกัน บางคนเขียนหนังสือมาก่อน แต่ก็มาดังเอาเพราะออนไลน์ก็มี หรือบางคนเริ่มต้นเส้นทางด้วยการเป็นอินฟลูเอนเซอร์ เขียนโพสต์ทุกวันจนดังและจบด้วยการตีพิมพ์หนังสือ ก็มีให้เห็นได้เป็นปกติ

ขณะที่ภาพรวมตัวเลขยอดขายของหนังสือทั่วโลกก็ยังอยู่ในขาขึ้นเสมอมานับตั้งแต่ปี 2013 และอย่างปีที่แล้วในสหราชอาณาจักรก็เพิ่งทุบสถิติยอดขายหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊กสูงสุดไปที่ 669 ล้านเล่ม ซึ่งสูงที่สุดเท่าที่เคยมีบันทึกไว้อีกด้วย

Becca Tapert / Unsplash

‘รักหนังสือ’ ชั่วคราว หรือ ยืนยาวตลอดไป
ปฏิเสธไม่ได้ว่ากิจกรรมและประสบการณ์แบบได้พบปะกันตัวเป็น ๆ ถือเป็นสิ่งที่ผู้คนโหยหากันมากหลังยุคโควิด ที่ใคร ๆ ก็เบื่อความดิจิทัลและโลกเสมือนจริง

ไม่ใช่แค่กับเด็กรุ่นใหม่ที่ต้องเก็บตัวเรียนออนไลน์อยู่แต่ในบ้าน ผู้ใหญ่เองก็ work from home ทำงานกับเพื่อนร่วมงานในหน้าจอจนชีวิตหงอยเหงาไปแล้วเช่นกัน ในเมื่อหนังสือกลับมาฮิตได้ด้วยเหตุผลนี้ แล้วความต้องการของ ‘หนังสือ’ จะยืนยาวซักแค่ไหนกัน?

จากเหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น ก็พอจะสื่อความหมายได้ว่า ในไลฟ์สไตล์คนยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะอายุเท่าไร หรือชอบเสพสื่อรูปแบบไหน ยังไงมันก็ยังคงมีซักส่วนใดส่วนหนึ่งของชีวิตที่ไปเกี่ยวข้องเข้ากับโลกของหนังสืออยู่ดี

การเติบโตของสื่อออนไลน์ หรือแม้แต่ e-book ที่ใครจะไปรู้ว่าอาจจะฮิตเข้ามาก ๆ ซักวัน แต่มันก็ไม่ได้มาแทนที่ความต้องการของหนังสือไปได้ (หนังสือเองก็ไม่สามารถแทน e-book หรือสื่อออนไลน์ได้)

เพราะถ้าอยากจะอ่าน e-book ให้ไม่ปวดล้าสายตา ก็ต้องซื้ออุปกรณ์เฉพาะทางมา ราคาต่ำ ๆ ก็อยู่ที่ 2,000-3,000 บาท ยังไม่นับรวมค่าหนังสือ ไหนจะเรื่องสกิลการใช้อุปกรณ์ที่มีหน้าตาซอฟต์แวร์แตกต่างกันไปตามแต่ละผู้ผลิตอีก ซึ่งหนังสือแบบตีพิมพ์สามารถซื้อมาแล้วอ่านได้เลยทันที

หรือถ้าไม่ได้คิดถึงประโยชน์ด้านการอ่านเลย ตัวหนังสือเองก็ยังทำหน้าที่เป็นของสะสมได้ไม่ต่างกับการสะสมเทป แผ่นเสียง หรือแสตมป์ ที่มีคุณค่าทางจิตใจและประวัติศาสตร์ได้ เพราะบางทีของเก่าก็ไม่ได้มีความจำเป็นต้องถูกทดแทนไปซะทุกอย่าง

ถ้าถามว่าชั่วคราวไหม? ในตอนนี้อาจจะยังไม่มีใครตอบได้ แต่ถ้าถามว่าหนังสือกำลังจะตายไหม? เท่าที่เห็นก็น่าจะพอตอบได้เลยว่า ไม่ใช่เร็ว ๆ นี้แน่นอน

ที่มา : บทความ “Are Books Dying?” โดย Chris Beach
บทความ “Gen Z ชอบอ่านหนังสือเล่มมากกว่าอีบุ๊ก ธุรกิจร้านหนังสือฟื้น ?” โดย Chalathip Thirasoonthrakul
บทความ “จากวันนั้นถึงวันนี้ โลกยังมีหนังสือ : กับคำถามผลิตซ้ำ ‘ทำไมหนังสือยังมีอยู่’ และ ‘เราจึงยังอ่านหนังสือกันต่อไป’” โดย สุพัตรา สุขสวัสดิ์
บทความ “ทำความรู้จักกับ BookTok คลื่นลูกใหม่ของนักอ่าน และอนาคตวงการหนังสือ” โดย นฤดล ได้สกุลชู

เรื่อง : สโรชา พรรณพิสิฐ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

เป็นสาว Dior ทั้งที…ก็ก้าวบนใบบัวไปเลยสิคะ! กับคอลฯ ใหม่ล่าสุดของ Jonathan Anderson ที่ไม่ละทิ้งความขี้เล่นอันเป็นเป็นตัวตน พร้อมคงกลิ่นอายแบบ Dior กับการตีความใหม่ ที่บานสะพรั่งในฤดู Fall Winter 2026

Mirror Thailand

ม.ราชภัฏสุราษฎร์ธานี เปิดพื้นที่ “อ่านคน อ่านเมืองคนดี” สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

77kaoded

ดูบอลสด ถ่ายทอดสด การท่าเรือ พบ ลำพูน ไทยลีก วันนี้ 6 มี.ค.69

PostToday

Hyunjin วง Stray Kids ขึ้นแท่นแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกคนใหม่ของ Guess

THE STANDARD

UN WOMEN พบว่า ผู้หญิงและเด็กผู้หญิงกว่า 64% ทั่วโลก ยังมีชีวิตอยู่โดยไม่ได้รับความเป็นธรรม และไม่เคยได้รับการคุ้มครองทางกฎหมาย

Mirror Thailand

การผลัดใบที่โอกิลวี่ ประเทศไทย กับภารกิจแม่ทัพสร้างสรรค์คนใหม่ ‘พีท-ทสร บุณยเนตร’

Capital
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...