โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

STGT-TEGH นำทัพกลุ่มยางพาราพุ่ง รับสหรัฐฯ จ่อขึ้นภาษีถุงมือยางนำเข้าจากจีน แถมได้แรงหนุนกังวลอุปทานหายเหตุน้ำท่วม

Share2Trade

อัพเดต 16 ก.ย 2567 เวลา 06.33 น. • เผยแพร่ 16 ก.ย 2567 เวลา 06.33 น. • Share2Trade

ราคาหุ้นยางพาราคาวันนี้ (16 ก.ย.67) ปรับตัวเพิ่มอย่างร้อนแรง นำโดย STGT ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 23% ตามด้วย STA บวกกว่า 9% ส่วน NER บวกกว่า 5% ขณะที่ TEGH บวกกว่า 4%

STGT-TEGH นำทีมกลุ่มยางพาราพุ่ง_WS (เว็บ)_0.jpg

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ประเมินแรงหนุนจากกระแสข่าว US-China Tariff ขึ้นภาษีนำเข้าถุงมือยางกับจีน (ประเด็นเดิม) USTR จะปรับขึ้นภาษีถุงมือทางการแพทย์เป็น 25% ในปี 2567 และจะเพิ่มอัตราภาษีเป็น 50% ในปี 2568 และจะเพิ่มเป็น 100% ในปี 2569 หนุนแนวโน้มราคายางและการขายถุงมือยางเพิ่มขึ้น

ขณะที่มุมมองนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า STGT และ STA มีข่าว US ขึ้นภาษีถุงมือทางการแพทย์นำเข้าจากจีนเป็น 50% ในปี 2568 และ 100% ในปี 2569

ก่อนหน้านี้ เดือน พ.ค. สำนักงานตัวแทนการค้าสหรัฐ (USTR) ได้ประกาศการขึ้นภาษีเบื้องต้นสินค้านำเข้าจากจีนหลายรายการ หนึ่งในนั้นคือ ถุงมือยางทางการแพทย์/ศัลยกรรม จะขึ้นเป็น 25% จากเดิม 7.5%

สรุป USTR ได้ประกาศตัวเลขขั้นสุดท้ายออกมาเป็นการขึ้นภาษี 50% ในปี 2568 และจะขึ้นเป็น 100% ในปี 2569 ถือว่าเซอร์ไพรส์ฝ่ายวิจัยและตลาด เพราะปรับขึ้นแรงมาก

โดยจีนมีส่วนแบ่งการตลาดถุงมือทางการแพทย์ (แบบใช้แล้วทิ้ง) ราว 8-10% ในปี 2023 รองอันดับหนึ่งอย่างมาเลเซีย 63% และไทย 20%

ดังนั้นมองข่าวนี้เป็นบวก เพราะจีนคือคู่แข่งสำคัญของไทยและมาเลเซีย จากตัวเลขการนำเข้าของสหรัฐในพิกัด 4015 ซึ่งถุงมือที่ใช้ทางการแพทย์อยู่ในรายการนี้ พบว่าปี 2023 สหรัฐมีการนำเข้าจากมาเลเซียมากสุดที่ USD955m คิดเป็นสัดส่วน 47% รองมาคือ ไทย 28% และจีน 22%

โดยการขึ้นภาษีครั้งนี้จะทำให้ราคานำเข้าถุงมือยางจากจีนในสหรัฐปรับขึ้นสูงมากจากปัจจุบันที่ 16-17 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อ 1,000 ชิ้น ถ้าขึ้น 50% จะเป็น 24-26 ดอลลาร์สหรัฐ และถ้าเป็น 100% จะขึ้นเป็น 32-34 ดอลลาร์สหรัฐ

ทั้งนี้แนะนำเก็งกำไร STGT จะเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์มากสุดของไทย และ STA จะได้ประโยชนลำดับถัดมา จากการรับรู้กำไรที่สูงขึ้นจาก STGT

และเชื่อว่าตลาดถุงมือยางไนไตรล์ (ซึ่งเป็นตลาดหลักของจีน) จะดุเดือดมากขึ้น หากจีนส่งออกไปสหรัฐได้น้อยลง น่าจะหันไปทำตลาดอื่นมากขึ้นแทน ต้องติดตามการแข่งขันด้านราคาขายในตลาดอื่นต่อไป อย่างไรก็ตาม STGT มีรายได้หลักเป็นถุงมือยางธรรมชาติ 75% และถุงมือยางไนไตรล์ (NBR) 25%

ส่วนนักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด มหาชน มองว่า หุ้นในกลุ่มยางพาราและเกี่ยวเนื่องราคาปรับตัวขึ้น นำโดย STGT, STA, NER, TRUBB และ TEGH

โดยทางฝ่ายมองแรงหนุนมาจากความกังวลอุปทานยางพารา หลังเกิดสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มลุกลามไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งปลูกยางพารา รวมถึงสถานการณ์น้ำท่วมในประเทศเวียดนามที่เป็นหนึ่งในประเทศปลูกยางพาราเช่นกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...