โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รวบ 6 ชาวม้งแก๊งขนยาบ้า 6 ล้านเม็ดทำมาแล้ว 3 ครั้งเตรียมขยายผลผู้สั่งการ

แนวหน้า

เผยแพร่ 03 ก.ย 2567 เวลา 17.00 น.

ตำรวจเชียงรายรวบ 6 ชาวม้งแก๊งขนยาบ้ายึดของกลาง 6 ล้านเม็ด สารภาพทำมาแล้ว 3 ครั้งเตรียมขยายผลผู้สั่งการ

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 4 ก.ย.67 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผู้บังคับการตรวจภูธรจังหวัดเชียงราย พ.ต.อ.ถนัด ชุ่มมะโน ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเชียงแสนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดได้ผู้ต้องหา 6 คนคือนายณรงค์เดช (สงวนนามสกุล) นายพงษ์ศักดิ์ (สงวนนามสกุล) นายอยุธยา (สงวนนามสกุล) นายกิตติ (สงวนนามสกุล) นายเสถียร (สงวนนามสกุล) ชาว อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย และนายคี (สงวนนามสกุล) ชาวอำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ในข้อกล่าวหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยการมีไว้เพื่อการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาตเพื่อการค้าและเป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในหมู่ประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป พร้อมยึดของกลางเป็นยาบ้าจำนวน 30 กระสอบ รวมยาบ้าทั้งสิ้น 6,000,000 เม็ดรถยนต์ที่ใช้ลำเลียง 2 คัน และรถจักรยายนต์อีก 1 คัน

โดยการจับกุมครั้งนี้เจ้าหน้าที่สืบทราบว่าขบวนการค้ายาเสพติดจะขนยาบ้าจำนวนมากเข้ามาทางชายแดนไทย-เมียนมา ผ่านเข้ามาในพื้นที่จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เฝ้าระวังบนถนนเลียบชายแดนสายแม่สาย-เชียงแสน จนกระทั่งพบรถยนต์ 2 คันขับมาจากทางอำเภอแม่สาย มุ่งหน้าเข้าสู่เขต อำเภอเชียงแสน จึงพยายามจะสกัดเอาไว้บริเวณหมู่บ้านเวียงแก้ว หมู่ 5 ต.ศรีดอนมูล อ.เชียงแสน จ.เชียงราย แต่รถต้องสงสัยได้ขับเลี่ยงไปทางถนนอ้อมวัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว แล้วขับแหกจุดสกัดไปอย่างรวดเร็ว โดยมุ่งหน้าไปทางเขตเทศบาลตำบลเวียงเชียงแสน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำรถยนต์ออกไล่ติดตามจนถึงหมู่บ้านห้วยเกี๋ยง หมู่ 8 ต.เวียง อ.เชียงแสน แต่เนื่องจากเส้นทางในซอยหมู่บ้านซึ่งคับแคบ คนขับจึงจอดรถทิ้งไว้แล้วพากันวิ่งหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงไล่จับได้ 3 คนคือนายณรงค์เดช คนขับนายพงษ์ศักดิ์ และนายอยุธยา ได้บริเวณใกล้เคียงกับจุดที่ทิ้งรถหลบหนี

จากการตรวจสอบภายในรถพบถุงสีดำบรรจุกระสอบฟางจำนวน 30 ถุงภายในบรรจุยาเสพติดประเภทยาบ้าใบละประมาณ 200,000 เม็ด รวมของกลางทั้งหมดประมาณ 6,000,000 เม็ดต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถติดตามสกัดรถยนต์ที่ร่วมขบบวนการอีกคัน พร้อมจับกุมตัวนายกิตติและนายเสถียรได้บริเวณแยกไฟแดงศูนย์ราชการจังหวัดเชียงราย อำเภอเมืองเชียงราย และได้มีการขยายผลไปจับกุมตัวนายคึ เป็นชาว ต.ตับเต่า อ.เทิง จ.เชียงราย พร้อมรถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นผู้ประสานงานว่าจ้างลำเลียงยาเสพติดครั้งนี้ได้อีก 1 คนได้ที่บริเวณสถานีขนส่งจังหวัดเชียงราย

พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร กล่าวว่า สำหรับการจับกุมในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจพบรถที่พยายามหลบเลี่ยงไม่เข้าด่านตรวจจำนวน 2 คัน พบรถยนต์ฟอร์ด สีดำ ซึ่งพบภายหลังว่าเป็นรถสวมป้ายทะเบียนและรถกระบะอีก 1 คันทางหัวหน้าด่านตรวจเห็นผิดสังเกตุจึงได้นำกำลังติดตามจนกระทั่งรถยนต์ฟอร์ด ได้ขับเข้าไปในหมู่บ้าน แล้วมีชาย 3 คนวิ่งหลบหนีออกจากรถโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถควบคุมตัวได้ในที่สุด ตรวจในรถพบยาบ้าของกลาง 30 กระสอบ ประมาณ 6 ล้านเม็ดอยู่ในตัวรถ โดยพบว่าทั้ง 3 คนเป็นชาวเขาเผ่าม้งจาก อ.เวียงแก่น จึงได้ควบคุมตัวเอาไว้

จากการขยายผลจนสามารถติดตามรถนำพบว่าเป็นรถยนต์โตโยต้า ได้หลบหนีเข้ามาในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงราย จึงได้ประสานงานทำการสกัดจับได้อีก 2 คน พบเป็นชาวม้งเวียงแก่น รับสารภาพว่ามีการสั่งการจากประเทศเพื่อนบ้าน กับคนที่สั่งการในเชียงราย จึงขยายผลจนกระทั่งทราบว่า มีชาวม้งอีกคนที่อยู่ ต.ตับเต่า อ.เทิง จ.เชียงราย และสามารถติดตามจับกุมได้ที่สถานีขนส่งจังหวัดเชียงราย ทั้ง 6 คนเป็นชาวเขาเผ่าม้ง มีผู้สั่งการอีกระดับหนึ่งในประเทศ และนอกประเทศ ซึ่งจับขยายผลจับกุมต่อไป

"ในทีมงานม้งที่ร่วมกับผู้สั่งการได้ทำมาแล้ว 3 ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 โดยใช้เส้นทางจากอำเภอแม่สาย ไป อำเภอเชียงแสน เข้าอำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา ไปยังส่วนกลางของประเทศ ที่จังหวัดอ่างทอง จังหวัดนนทุรี โดยในเคสนี้จจะไปส่งที่จังหวัดอยุทธา โดยแต่ละคนได้ค่าจ้างคนละ 300,000 บาท ซึ่งหลังจากนี้ทางตำรวจภูธรภาค 5 จะได้สนธิกำลังทุกฝ่ายจะร่วมกันขยายผลจับกุมผู้สั่งการทั้งหมดให้ได้เพื่อป้องกันการลำเลียงยาเสพติดจากชายแดนภาคเหนือไปยังตอนกลางของประเทศ" พล.ต.ท.กฤตธาพล กล่าว - 003

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...