โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คนแรกในประวัติศาสตร์! นักเบสบอลลงเล่นให้ 2 ทีมในแมตช์เดียวกัน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 26 ส.ค. 2567 เวลา 20.44 น. • เผยแพร่ 26 ส.ค. 2567 เวลา 18.40 น.
แดนนี่ แจนเซ่น (AP Photo/Charles Krupa)

คนแรกในประวัติศาสตร์! นักเบสบอลลงเล่นให้ 2 ทีมในแมตช์เดียวกัน

เกิดเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของกีฬาเบสบอลในการแข่งขันเมเจอร์ลีก เบสบอล (เอ็มแอลบี) ของสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม เมื่อแดนนี่ แจนเซ่น แคตเชอร์ของทีมบอสตัน เร้ดซอกซ์ กลายเป็นผู้เล่นคนแรกของโลกที่ลงเล่นให้ 2 ทีมในแมตช์เดียวกัน

สืบเนื่องจากการแข่งขันเมเจอร์ลีกระหว่างเร้ดซอกซ์กับโตรอนโต บลูเจย์ส เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ต้องยุติลงกลางคันในอินนิ่ง (รอบ) ที่สอง เนื่องจากฝนตกหนัก โดยขณะที่เกมยุติลง บลูเจย์สเป็นฝ่ายบุกและแจนเซ่นทำหน้าที่คนตี หลังจากนั้นในวันที่ 27 กรกฎาคม เขาถูกเทรดตัวให้เร้ดซอกซ์

ปรากฏว่า เมเจอร์ลีกกำหนดให้ทั้ง 2 ทีมกลับมาแข่งเกมที่ค้างอยู่ในวันที่ 26 สิงหาคม และแข่งต่ออีกแมตช์ที่ทั้ง 2 ทีมจะต้องเจอกันพอดีที่เฟนเวย์ปาร์ก รังเหย้าของเร้ดซอกซ์ ซึ่งแจนเซ่นมีชื่อลงแข่งขันให้เร้ดซอกซ์ด้วย ทำให้ชื่อของเขาปรากฏอยู่ในรายชื่อของทั้ง 2 ทีมในแมตช์เดียวกัน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเทรดตัวไปแล้ว เขาจึงไม่ได้กลับลงไปทำหน้าที่คนตีให้บลูเจย์สแต่อย่างใด

ที่ผ่านมา เคยมีกรณีที่นักเบสบอลที่เทรดตัวได้ลงเล่นเกมที่ตกค้าง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่นักเบสบอลคนดังกล่าวย้ายทีมระหว่าง 2 ทีมที่ยังมีเกมค้างอยู่พอดี

แจนเซ่นกล่าวว่า ตอนโดนเทรดตัว ไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลย แต่จำได้ว่าเคยมีคนส่งข้อความมาบอกทาง X และหลังจากนั้นก็มีแต่คนพูดเรื่องสร้างประวัติศาสตร์ ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าตัวเองจะมาอยู่ในสถานการณ์ประวัติศาสตร์ที่ว่า เพราะนึกว่าเคยมีกรณีแบบนี้มาก่อนแล้ว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คนแรกในประวัติศาสตร์! นักเบสบอลลงเล่นให้ 2 ทีมในแมตช์เดียวกัน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...