โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

CPNCG–POPF กองทุนตัวท็อป อัตราการเช่าเฉลี่ยสูง

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 15 ต.ค. 2567 เวลา 07.29 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์CPN คอมเมอร์เชียล โกรท หรือ CPNCG เปิดเผยรายชื่อผู้ถือหน่วยลงทุนรายใหญ่10 อันดับแรก ณ วันปิดสมุดทะเบียนวันที่ 15 ส.ค. 2567 พบเป็นบริษัทขนาดใหญ่จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจค้าปลีก ประกัน และการเงิน เช่น บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN มีสัดส่วนถือหน่วยลงทุน 25% บริษัทแอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ LHFG สัดส่วน 3.97% บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) สัดส่วน 3.49% บริษัททิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) สัดส่วน 1.83% บริษัท พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สัดส่วน 1.75% บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) สัดส่วน 1.70% ธนาคารออมสิน สัดส่วน 1.32% เป็นต้น

สำหรับเหตุผลที่ทำให้องค์กรใหญ่เข้ามาลงทุนเป็นจำนวนมาก เนื่องจากทรัพย์สินในกองทุนฯเป็นสิทธิการเช่าในอาคารสำนักงาน (Leasehold) ที่มีรายได้หลักจากค่าเช่าพื้นที่ให้เช่าภายในอาคารสำนักงาน

ขณะที่นางทิพาพรรณ ภัทรวิกรม Executive Director กลุ่มการลงทุนอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐานบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด หรือ SCBAM ในฐานะบริษัทจัดการ กองทุน CPNCG ให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า ทรัพย์สินกองทุนตั้งอยู่ในย่านปทุมวัน อยู่ในทำเลที่ดีมาก มีการเชื่อมต่อกับโรงแรม ศูนย์การค้าCentralWorldที่เป็นที่รู้จักระดับประเทศ มีจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า(สายสีเขียว) สายหลักของย่านธุรกิจใจกลางเมือง

โดยอาคารสำนักงาน เซ็นทรัลเวิลด์ ออฟฟิศเศส เป็นออฟฟิศให้เช่าเกรดเอที่มี Certificate ด้านสิ่งแวดล้อม LEED GOLD และผู้เช่าในพื้นที่เป็นบริษัทใหญ่ที่มีความน่าเชื่อถือ ในปี2565อาคารมีการปรับปรุงครั้งใหญ่ ทำให้มีความทันสมัยและปลอดภัยมากขึ้น โดยไม่ต้องใช้เงินกู้ยืม การปรับปรุงอาคารอย่างต่อเนื่อง ทำให้กองทุนสามารถรักษาอัตราการเช่าได้ดี จากผลงานไตรมาส 2/2567 กองทุนฯมีอัตราการเช่าสูงถึง 96% (ณ 30 มิ.ย. 67) ผลประกอบการเติบโตต่อเนื่อง สถานะทางการเงินของ CPNCG มีความมั่นคง มีเงินกู้ยืมคงเหลือเพียง 100 ล้านบาท กองทุนยังมีสิทธิการเช่าอาคารคงเหลืออีก 8.5 ปี (ณ 30 มิ.ย. 67)

เช่นเดียวกันกับกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ ไพร์มออฟฟิศหรือPOPF ที่มีนักลงทุนองค์กรใหญ่ เช่น สำนักงานประกันสังคม ที่ถือหน่วยลงทุนสัดส่วนสูงถึง 14.18% บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) สัดส่วน 6.73% บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) สัดส่วน 4.90% บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) สัดส่วน 3.07% บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) สัดส่วน 2.91% ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) สัดส่วน 2.53% บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต สัดส่วน 1.76% เป็นต้น

โดย POPF มีทรัพย์สินที่เข้าลงทุนอยู่ 3 อาคาร คือ อาคารสมัชชาวาณิช 2 (ยูบีซี 2) จากกลุ่ม ภิรัชบุรี, อาคารบางนา ทาวเวอร์ จาก กลุ่มเตียวฮงสีลม และอาคารเพลินจิต เซ็นเตอร์ จาก ดิ เอราวัณ กรุ๊ป โดยทั้ง 3 อาคาร กระจายตั้งอยู่บนพื้นที่ย่านใจกลางธุรกิจและจุดยุทธศาสตร์ย่านถนนสุขุมวิท และถนนบางนา-ตราด ซึ่งแต่ละอาคารมีระยะเวลาคงเหลือของสิทธิการเช่าทรัพย์สินตามสัญญาเช่า โดยอาคารสมัชชาวาณิช 2 มีสิทธิการเช่าคงเหลือประมาณ 16 ปี 9 เดือน อาคารบางนา ทาวเวอร์ มีสิทธิการเช่าคงเหลือประมาณ 20 ปี 4 เดือน ส่วนอาคารเพลินจิต มีสิทธิการเช่าคงเหลือประมาณ 7 เดือน ณ 30 มิ.ย. 67

สำหรับประเด็นที่นักลงทุนรายย่อยหลายคน ยังสับสนเรื่องการลดทุนของกองทุน CPNCG และกองทุน POPF นางทิพาพรรณ ชี้แจงว่า การลดทุนหรือการจ่ายเงินคืนทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์หรือกองรีท อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่สำหรับการลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ประเภทสิทธิการเช่า ถือเป็นกลไกปกติของการบริหารจัดการสภาพคล่องส่วนเกินของกองทุน

สำหรับกองทุน CPNCG และกองทุนPOPF การลดทุนจะเกิดขึ้นเมื่อมูลค่าประเมินทรัพย์สินมีการลดลง ซึ่งกองทุนจะประเมินมูลค่าทรัพย์สินทุกไตรมาส โดยมูลค่าการประเมินจะเป็นเพียงตัวเลข “ขาดทุนทางบัญชี” เท่านั้น ไม่กระทบผลประกอบการที่เป็นเงินสดหรือกำไรจากการให้เช่าพื้นที่ของกองทุนฯแต่อย่างใด นับแต่จัดตั้งกองทุน CPNCG มีการจ่ายประโยชน์ตอบแทนรวมมาแล้ว 11.0154 บาท/หน่วย ขณะที่กองทุน POPF มีการจ่ายประโยชน์ตอบแทนรวมมาแล้ว 13.6830 บาท/หน่วย

โดยปัจจุบันกองทุน CPNCG มีอัตราการเช่าเฉลี่ย 96% ขณะที่ POPF มีอัตราการเช่าของ 3 อาคารเฉลี่ยราว 86% ณ 30 มิ.ย. 67 แสดงให้เห็นว่ากองทุนยังมีกำไรจากรายได้จากค่าเช่าอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งมีโอกาสเติบโตเพิ่มขึ้นได้จากค่าเช่าที่ปรับขึ้นในอนาคต ทำให้กองทุนยังมีโอกาสจ่ายประโยชน์ตอบแทนให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เหมือนในช่วงไตรมาสที่ผ่านๆ มา เพียงแต่อยู่ในรูปของเงินปันผลหรือเงินลดทุนเท่านั้น นอกจากนี้ เงินรับที่มาจากการลดทุนจะไม่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10%

ทั้งนี้ ในภาวะที่เศรษฐกิจและตลาดทุนยังรอการฟื้นตัว ประกอบกับอุตสาหกรรม Index REIT ปรับตัวลดลงในช่วงที่ผ่านมา อาจกดดันให้นักลงทุนชะลอการลงทุน หากแกะดูไส้ในกองทุนฯจะพบว่า ผลประกอบการของทั้ง2กองทุน ยังมีสถานะแข็งแกร่ง มีภาระหนี้สินต่อสินทรัพย์สุทธิระดับต่ำ จึงมองได้ว่ากองทุนกลุ่มอาคารออฟฟิศให้เช่าคุณภาพดี ยังมีความต้องการเช่าของพื้นที่สูงอย่าง CPNCG และ POPF จึงเป็นกองทุนฯ ที่สามารถสร้างโอกาสการรับผลประโยชน์ตอบแทนในระยะยาวได้เป็นอย่างดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...