โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กัดเล็บตัวเอง เสี่ยงป่วยทางจิตเวชจริงหรือ?

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 11 ต.ค. 2567 เวลา 07.07 น.

กัดเล็บตัวเอง เสี่ยงป่วยทางจิตเวชจริงหรือ?

นิสัยที่ชอบ กัดเล็บตัวเอง เวลาว่าง เหม่อ หรือตอนที่ต้องการใช้สมาธิจดจ่อกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง พฤติกรรมแบบนี้อาจส่งผลเสียต่อบุคลิกภาพ ซึ่งหากมีพฤติกรรมการกัดเล็บบ่อย ๆ จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน อาจมีความเสี่ยงเป็นโรคทางจิตเวชได้อีกด้วย

นิสัยกัดเล็บเกิดจากอะไร
ในปัจจุบันยังไม่มีสาเหตุที่แน่ชัด แต่อาจเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น ความเครียด รู้สึกเบื่อ วิตกกังวล หรืออุปนิสัยส่วนตัวที่ชอบกัดเล็บนอกจากนี้พันธุกรรมก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดการกัดเล็บได้

ชอบกัดเล็บเกิดกับใครได้บ้าง?
พฤติกรรมชอบกัดเล็บที่พบเห็นบ่อยจะเป็นช่วงวัยเด็ก แต่ในวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ก็พบได้บ่อยเช่นกัน โดยนิสัยชอบกัดเล็บจะเกิดในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย และพฤติกรรมชอบกัดเล็บอาจเกิดขึ้นจากนิสัยของคนที่เสพติดความสมบูรณ์แบบ มีความกดดันในตัวเองสูง จึงทำให้แสดงความเครียดออกมาทางพฤติกรรม เช่น กัดเล็บ ดึงผม การดึงหรือถูผิวหนังที่บริเวณต่าง ๆ เช่น จมูกเล็บ ริมฝีปาก

กัดเล็บบ่อยๆ เสี่ยงติดเชื้อโรค
การกัดเล็บนอกจากจะทำให้เล็บไม่สวย ยังมีความเสี่ยงทำให้เชื้อโรคและแบคทีเรียที่มาจากช่องปากรวมไปถึงเชื้อโรคที่ติดอยู่รอบ ๆ เล็บจากการสัมผัสสิ่งของในชีวิตประจำวันแพร่กระจายเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมา เช่น เชื้อราที่เล็บ ปัญหาช่องปากและลำคออักเสบจากการติดเชื้อ และเนื้อบริเวณนิ้วอักเสบติดเชื้อได้

ความรู้สึกของคนชอบ กัดเล็บตัวเอง
-ไม่สบายใจหรือวิตกกังวล
- เครียดจากปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัว การเรียนและการทำงานรู้สึกโล่งใจ มีความสุขหลังจากได้กัดเล็บ
- ละอายใจ รู้สึกผิดเมื่อมองเห็นสภาพผิวหนังและเล็บของตัวเอง
- กลัวคนอื่นเห็นเล็บ

ความเสี่ยงของการกัดเล็บ

เล็บผิดรูปร่าง
การกัดเล็บทำให้เนื้อเยื่อของเล็บเสียหาย ส่งผลให้เนื้อเยื่อที่สร้างมาใหม่มีรูปแบบผิดปกติ ผิดรูปไปจากเดิม

ติดเชื้อ
การกัดเล็บอาจทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรค เพราะเล็บเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคที่เกิดจากการใช้มือหยิบจับสิ่งของในชีวิตประจำวัน การกัดเล็บจึงเสี่ยงที่จะนำเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ นอกจากนี้การกัดเล็บอาจทำให้ผิวหนังบริเวณเล็บหลุดหรือเกิดแผลทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้เช่นเดียวกัน

ฟันเสียหาย
การกัดเล็บอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพฟัน เช่น ฟันร้าว ฟันบิ่น หรือแตกหัก นอกจากนี้อาจส่งผลให้กรามหรือกระดูกขากรรไกรเกิดความผิดปกติได้

บุคลิกภาพต่อบุคคลรอบข้าง
ทำให้สูญเสียความมั่นใจและบุคลิกภาพที่ดีต่อบุคคลรอบข้าง

ติดนิสัย กัดเล็บตัวเอง เข้าข่ายเป็นโรคจิตเวชหรือไม่ ?

การกัดเล็บตัวเองหากไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยหรือทำเป็นประจำ จนทำให้เกิดปัญหาในชีวิตประจำวัน เช่น ติดเชื้อ มีการทะเลาะเบาะแว้งในครอบครัวหรือคนรอบข้างก็ไม่มีอันตรายอะไรเพียงแค่ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม แต่หากเกิดการกัดเล็บตัวเองจริงจังเกินไป ห้ามตัวเองไม่ได้ และกัดเล็บจนก่อให้เกิดผลเสียตามมา อาการแบบนี้อาจเข้าข่ายภาวะของโรควิตกกังวล โรคซึมเศร้า โรคสมาธิสั้นได้ หรือโรคกัดเล็บ (onychophagia) เป็นคำใช้เรียกคนที่มีพฤติกรรมชอบกัดเล็บเป็นประจำหรือเรื้อรัง

กัดเล็บตัวเองแบบไหนเข้าข่ายโรคจิตเวช
-กัดเล็บขณะเหม่อลอย
-ไม่รู้ตัวว่ากำลังกัดเล็บตัวเองอยู่
- กัดเล็บจนเล็บผิดรูปหรือเป็นแผล
- รู้สึกอายเล็บตัวเอง พยายามไม่ให้ใครเห็นเล็บมือ
- มีอาการอื่นแสดงร่วมกับการกัดเล็บ เช่น ดึงผม แกะเกาผิวหนัง กัดริมฝีปาก หรือเขย่าขา
- ต้องทะเลาะกับผู้อื่นบ่อย ๆ เนื่องมาจากพฤติกรรมกัดเล็บของตัวเอง

วิธีป้องกันการ กัดเล็บตัวเอง
- ตัดเล็บให้สั้น
- ทาครีมหรือเจลเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับมือ
- ทาบอระเพ็ดหรือวัตถุดิบที่มีรสขมบริเวณนิ้ว
- ทาเล็บ แต่งตกเล็บ
- ติดพลาสเตอร์แปะแผล
- สวมถุงมือ
- เคี้ยวหมากฝรั่งเพื่อช่วยให้ปากไม่ว่าง
- รับมือกับภาวะอารมณ์ต่าง ๆ อย่างถูกต้อง
- ผ่อนคลายสมองและอารมณ์ เช่น นอนหลับให้เพียงพอ ออกกำลังกาย และทำสมาธิ
- หากมีปัญหาด้านอารมณ์อย่างรุนแรงควรปรึกษาแพทย์
- ค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทีละน้อย

พฤติกรรมการกัดเล็บตัวเองจนส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพทั้งทางกายและจิตใจ ควรสังเกตพฤติกรรม อารมณ์ ความรู้สึกของตัวเองให้ดี หากไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัย ประเมินอาการ และรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...