โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัวร์ก่อนแชร์: ภาพชะตากรรมเด็กอาหรับที่อิสราเอลโจมตีในกาซา จริงหรือ?

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 06 พ.ย. 2566 เวลา 03.15 น. • เผยแพร่ 05 พ.ย. 2566 เวลา 20.15 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

06 พฤศจิกายน 2566
แปลและเรียบเรียงบทความโดย: อดิศร สุขสมอรรถ
ตรวจทานและพิสูจน์อักษร : คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล

ข้อมูลที่ถูกแชร์ :

มีข้อมูลบิดเบือนเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ในต่างประเทศ โดยมีการแชร์ภาพถ่าย 3 ภาพที่อ้างว่าเป็นชะตากรรมอันโหดร้ายที่เกิดกับเด็กชาวปาเลสไตน์ จากการโจมตีฉนวนกาซาอย่างต่อเนื่องของทางการอิสราเอล ในสงครามอิสราเอล-ฮามาสที่เปิดฉากโจมตีตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม 2023 เป็นต้นมา

บทสรุป :

  • ทั้ง 3 ภาพที่ถูกแชร์ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใสกาซา
  • ภาพเด็กที่ประสบเหตุทั้ง 3 ภาพ นำมาจากประเทศซีเรีย ทั้งจากสงครามกลางเมืองและจากเหตุแผ่นดินไหว

FACT CHECK : ตรวจสอบข้อเท็จจริง :

ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2023 รายงานว่า จากการโจมตีฉนวนกาซาของกองทัพอิสราเอล ส่งผลให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตในฉนวนกาซาไม่น้อยกว่า 5,087 ราย โดยแบ่งเป็นผู้หญิง 1,119 ราย และเด็ก 2,055 ราย

อย่างไรก็ดี ภาพถ่ายทั้ง 3 ภาพที่นำมาแชร์เพื่อให้เชื่อว่าเป็นชะตากรรมของเด็กปาเลสไตน์ในเหตุสงคราม ได้รับการยืนยันว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกับสงครามอิสราเอล-ฮามาสปี 2023 แต่อย่างใด

ภาพที่แชร์
ภาพต้นฉบับ

ภาพเด็กถูกสังหาร 7 ศพ

ภาพแรกที่โพสต์เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2023 ถูกตั้งชื่อว่า “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เด็กในปาเลสไตน์”

จากการตรวจสอบพบว่า ภาพดังกล่าวเผยแพร่ครั้งแรกโดยสำนักข่าว Shaam News Network สื่อของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรียเมื่อปี 2013 ในช่วงที่ชาวซีเรียต้องเผชิญกับสงครามกลางเมือง

รายงานระบุว่า ศพเด็กทั้ง 7 ราย เป็นผลจากการโจมตีของกองทัพฝ่ายรัฐบาลที่ใช้แก๊สซารินโจมตีที่ชานเมืองกรุงดามัสกัส เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2013 จนเป็นสาเหตุให้มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยราย

ภาพที่แชร์
ภาพต้นฉบับ

คลิปเด็กชายสูญเสียครอบครัวจากระเบิด

ข้อความและวิดีโอที่โพสต์ทาง Facebook ระบุว่า “เด็กชายในกาซากำลังร่ำไห้หลังสูญเสียพี่สาวน้องสาวจากการโจมตีทางอากาศโดยฝ่ายอิสราเอล”

จากการตรวจสอบพบว่า คลิปวิดีโอดังกล่าวเผยแพร่ครั้งแรกโดยสำนักข่าว Shaam News Network สื่อของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรียเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2014

คลิปเดียวกันที่โพสต์ทาง YouTube ระบุว่า “ชาวเมืองอะเลปโป ทั้งพลเรือนและเด็กรอดชีวิตจากการโจมตีด้วยระเบิดที่รุนแรง”

รายงานจาก Reuters เมื่อปี 2015 ระบุว่าสงครามกลางเมืองในประเทศซีเรียที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2011 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเฉพาะปี 2014 ถึง 76,021 ราย และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของเด็กถึง 3,501 ราย

ภาพที่แชร์
ภาพต้นฉบับ

คลิปการกู้ทารกจากซากตึกถล่ม

ข้อความประกอบคลิปวิดีโอที่ถูกแชร์กล่าวหาว่า “อิสราเอลสังหารเด็ก จากการทิ้งระเบิดอย่างไม่เลือกเป้าหมาย ชาวปาเลสไตน์ออกมาช่วยกันค้นหาผู้รอดชีวิต พวกเขาได้ยินเสียงร้องของทารกดังมาจากซากตึกที่ถล่ม จึงช่วยกันคุ้ยซากด้วยมือเปล่า จนพบเด็กทารกที่ติดอยู่ในซาก แม้จะเจ็บหนักแต่ยังคงมีชีวิต เพราะได้รับการปกป้องจากอ้อมกอดของแม่ที่ยอมสละชีวิตเพื่อลูกน้อย #Palestine #Gaza”

จากการตรวจสอบพบว่า คลิปต้นฉบับถูกโพสต์ทางบัญชี X ของหน่วยงานเพื่อมนุษยธรรมในซีเรียชื่อ Syria Civil Defence ตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2023 ในช่วงที่ประเทศตุรกีและซีเรียเผชิญกับเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ช่วงต้นปี 2023 ที่ผ่านมา

ข้อมูลจากคลิปต้นฉบับระบุว่า “ช่วงเวลาอันเหลือเชื่อระหว่างการช่วยทารกที่ยังมีชีวิตรอดในซากตึก เด็กได้รับการปกป้องจากตัวของพี่สาว ในเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศซีเรีย #Aleppo #Syria”

เหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ประเทศตุรกีและซีเรียเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2023 เป็นสาเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึง 50,783 รายในตุรกี และ 8,476 รายในซีเรีย

ข้อมูลอ้างอิง :

https://www.reuters.com/fact-check/old-syria-photograph-used-alongside-real-claims-palestinian-child-deaths-2023-10-17/
https://www.reuters.com/fact-check/clip-baby-rescued-rubble-unrelated-israel-hamas-conflict-2023-10-13/
https://www.reuters.com/fact-check/video-boy-crying-dates-2014-syria-2023-10-18/
https://edition.cnn.com/europe/live-news/israel-hamas-war-gaza-news-10-23-23/index.html
https://en.wikipedia.org/wiki/2023_Turkey%E2%80%93Syria_earthquakes

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...