โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ถึงเวลาปรับพอร์ตครั้งใหญ่ รับมุมมองการลงทุนปี 2024

Finnomena

อัพเดต 17 ม.ค. 2567 เวลา 10.00 น. • เผยแพร่ 17 ม.ค. 2567 เวลา 07.00 น. • FINNOMENA FUNDS Investment Team

ปรับพอร์ตใหญ่รับปี 2024

FINNOMENA Investment Outlook 2024 ในภาพรวมเรามีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นกับสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะหุ้นสหรัฐฯ (กลุ่ม laggard) หุ้นยุโรป และหุ้นในประเทศตลาดเกิดใหม่ เนื่องจากเราเชื่อว่าสถานการณ์เงินเฟ้อในปัจจุบันได้กลับตัวเป็นขาลงแล้ว ทำให้ตลาดมีความคาดหวังว่า Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งแรกในเดือนมีนาคม 2024 (อ้างอิงจาก CME Fed Watch Tool) และมีมุมมองเชิงลบโดยเปรียบเทียบต่อ Magnificent 7 ที่ปรับตัวขึ้นแรงในปี 2023 หุ้นญี่ปุ่นที่เรายังกังวลต่อท่าทีของ BOJ ที่อาจจะใช้นโยบายทางการเงินที่ตึงตัวขึ้นหลังจากนี้ และทองคำที่ราคาได้รับปัจจัยหนุนไปแล้วจากปัจจัยทางด้านภูมิรัฐศาสต์ส่งให้ราคาทองคำใกล้ทำระดับสูงสุดตลอดกาล FINNOMENA FUNDS Investment Team จึงแนะนำปรับพอร์ตการลงทุนหลัก All Balance, GAR, GCP และ GIF โดยในรอบนี้จะเป็นการปรับเพื่อให้น้ำหนักการลงทุนสอดคล้องกับมุมมองการลงทุนปี 2024 ที่ได้เผยแพร่ไปในช่วงกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

รูปที่ 1: มุมมองการลงทุนในปี 2024 Source: FINNOMENA FUNDS, Bloomberg as of 15/01/2024

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นตอบรับความคาดหวังการลดดอกเบี้ยซึ่งตลาดคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนมีนาคม โดยเฉพาะหุ้นเติบโตขนาดใหญ่และกลางที่มีความอ่อนไหวต่อดอกเบี้ยนโยบาย ต่างปรับตัวขึ้นหลังจากเห็นท่าทีของ Fed ที่ผ่อนคลายลงในการประชุมเดือนธันวาคม โดยเราแนะนำกองทุน KFUS-A ซึ่งลงทุนในกองทุนหลัก Baillie Gifford Worldwide US Equity Fund เน้นลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ ที่ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง และสามารถสร้างการเติบโตได้ยาวนาน กระจายลงทุนในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมสุขภาพ หุ้นกลุ่มซื้อ-ขายสินค้าออนไลน์ ผู้ให้บริการคลาวด์ เป็นต้น

รูปที่ 2: EPS Revision ของ KFUS-A เทียบกับกองทุนอื่น ๆ ในกลุ่มเดียวกัน Source: FINNOMENA FUNDS, Bloomberg as of 15/01/2024

โดยกองทุนนี้มีค่า beta อยู่ที่ 1.3 แปลว่าในช่วงที่เป็นขาขึ้น กองทุนดังกล่าวจะสามารถทำผลตอบแทนได้ดีกว่าตลาด นอกจากนี้ KFUS-A ยังเป็นกองทุนที่มีการปรับประมาณการการเติบโตของ EPS ของหุ้นในพอร์ตขึ้นสูง เนื่องจากหุ้นบางตัวในพอร์ตเริ่มมีกำไรเกิดขึ้น และยังสามารถรักษาการเติบโตได้ต่อเนื่อง

รูปที่ 3: Valuation ตลาดหุ้นยุโรป เทียบกับตลาดหุ้นโลก Source: FINNOMENA FUNDS, Bloomberg as of 15/01/2024

รูปที่ 4: สัดส่วนการลงทุนของ ONE-EUROEQ Source: ELEVA Capital as of 30/11/2023

ด้านหุ้นยุโรป มีระดับ valuation ที่ถูกกว่าหุ้นโลกมากถึงระดับ -2 S.D. และ Fwd 12 month PE ของหุ้นยุโรป ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีของตัวเองที่ 13 เท่า ใกล้กับจุดต่ำสุดที่ 12.1 เท่า ประกอบกับถูกปรับประมาณการเติบโตของ EPS ที่สูงกว่าหุ้นโลก เราจึงแนะนำเข้าลงทุนในหุ้นยุโรป โดยผ่านกองทุน ONE-EUROEQ ซึ่งลงทุนในกองทุนหลัก Eleva European Selection Fund โดยมีผู้จัดการกองทุนที่เชี่ยวชาญในการลงทุนในหุ้นยุโรปอย่าง Eric Bendahan ที่เป็นผู้ก่อตั้งบริษัทและผู้จัดการกองทุนตั้งแต่จัดตั้งเมื่อราว 9 ปีที่ผ่านมา และสามารถสร้างผลตอบแทนชนะดัชนีเปรียบเทียบได้สม่ำเสมอตั้งแต่จัดตั้ง

รูปที่ 5: คาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจไทย Source: FINNOMENA FUNDS, Bloomberg as of 15/01/2024

ด้านตัวเลขเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยภาพรวมนักเศรษฐศาสตร์คาดว่าในปี 2024 GDP จะขยายตัวขึ้น 3.5% ดุลบัญชีเดินสะพัดกลับมาขยายตัวขึ้นถึง 2.8% และอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะคงที่เฉลี่ยราว 2.45% และมีแนวโน้มจะส่งผลกระทบเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวลงมาตลอดปี 2023

รูปที่ 6: สถิติตัวเลขนักท่องเที่ยวรายประเทศรายเดือน Source: FINNOMENA Funds, Macrobond as of 15/01/2024

ตัวเลขนักท่องเที่ยวไทยรายเดือนฟื้นตัวหลังจากเปิดประเทศในปี 2022 เป็นต้นมา โดยมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในประเทศไทยที่ 28 ล้านคนในปี 2023 แต่ยังน้อยกว่าตัวเลขที่รัฐบาลคาดที่ 40 ล้านคนต่อปี ทั้งนี้ภาครัฐออกมาตรการในการกระตุ้นจำนวนนักท่องเที่ยว เช่น การเว้นวีซ่านักท่องเที่ยวจีนถาวร เพื่อกระตุ้นการเดินทางเข้ามาของคนจีนให้ใกล้เคียงกับระดับช่วงก่อนเกิดการระบาดของโควิด คาดว่าการท่องเที่ยวจะเป็นฟันเฟืองสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยกลับมาขยายตัวต่อเนื่องในปีนี้

รูปที่ 7: เปรียบเทียบผลการดำเนินงานและความเสี่ยงของกองทุน ASP-SME-A และ TISCOHD-A Source: FINNOMENA FUNDS, Morningstar as of 15/01/2024

ทั้งนี้ เรายังมองว่าการลงทุนในหุ้นไทยยังต้องเลือกลงทุนแบบ selective buy ในหุ้นที่มีความสามารถในการแข่งขันและอุตสาหกรรมยังสามารถขยายตัวได้ การลงทุนในหุ้นไทยขนาดกลางถึงเล็กที่มีผู้จัดการกองทุนที่มีความสามารถในการเลือกหุ้นได้ดีสม่ำเสมอ ซึ่งเราแนะนำกองทุน ASP-SME-A

รูปที่ 8: ระดับ valuation เมื่อเปรียบเทียบกับตัวเองย้อนหลัง 10 ปี ของดัชนีตลาดหุ้นหลัก Source: FINNOMENA FUNDS, Bloomberg as of 15/01/2024

เมื่อพิจารณาด้าน valuation ของตลาดหุ้นทั่วโลก จะพบว่าตลาดหุ้นจีน เวียดนาม ยุโรป ไทย และละตินอเมริกา ยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว 10 ปีของตนเอง ซึ่งบ่งบอกความ laggard ตลาดหุ้นโลกและสหรัฐฯ ที่มี valuation เหนือค่าเฉลี่ยระยะยาวของตนเองหลังจากฟื้นตัวขึ้นในปีที่ผ่านมา ทำให้ตลาดหุ้นยุโรป ที่มีปัจจัยหนุนจากแรงกดดันด้านนโยบายทางการเงินที่ลดลง และตลาดหุ้นไทยที่มีปัจจัยสนับสนุนด้านการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเป็นสองตลาดที่มีความน่าสนใจลงทุน

รูปที่ 9: ค่าใช้จ่ายในการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินบาทไทยและดอลลาร์สหรัฐฯ Source: FINNOMENA FUNDS, Bloomberg as of 15/01/2024

ยุคดอกเบี้ยสูงของสหรัฐฯ แม้ผลตอบแทนใน USD จะดูน่าดึงดูด แต่จากค่าใช้จ่ายการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging Cost) บนคู่สกุลเงิน USDTHB ที่สูงถึงระดับประมาณ 3% ดังนั้นการลงทุนในกองทุนรวมที่ไม่ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนจะทำให้ผู้ลงทุนได้ผลตอบแทนอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยมากกว่า เมื่อพิจาณาว่าการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้โลกกองทุนหลักที่เราแนะนำ PIMCO GIS Income สามารถสร้างอัตราผลตอบแทนดอกเบี้ยในระดับ 6-7% ในสกุลเงิน USD แต่เมื่อป้องกันความเสี่ยงเป็นค่าเงินบาท อัตราผลตอบแทนดอกเบี้ยในสกุลเงินบาทจะเหลือเพียง 3-4% ดังนั้นจึงแนะนำให้เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในกองทุนที่ไม่ป้องกันความเสี่ยงค่าเงินเพิ่มเติม ซึ่งปัจจุบันสามารถลงทุนได้ผ่านกองทุน KFSINCFX-A ที่จัดตั้งในช่วงปลายปี 2023 ที่ผ่านมา

รูปที่ 10: ค่า Correlation 5 ปี ของ PIMCO GIS แบบป้องกันความเสี่ยงค่าเงินและไม่ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน เมื่อเทียบกับ MSCI ACWI, Source: FINNOMENA FUNDS, Bloomberg as of 15/01/2024

อย่างไรก็ดี นักลงทุนหลายท่านอาจจะกังวลต่อความผันผวนที่เพิ่มขึ้นจากผลของการเคลื่อนไหวของ USDTHB ในกองทุนที่ไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน (unhedged) แต่หากพิจารณาในแง่ของความสัมพันธ์ของผลตอบแทน (return correlation) ของการลงทุนกองทุนตราสารหนี้โลกกับหุ้นโลกพบว่ากองทุน PIMCO GIS Income แบบไม่ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน USDTHB จะมีค่า Correlation ที่ต่ำกว่าแบบป้องกันความเสี่ยงค่าเงินเมื่อเทียบกับดัชนีหุ้นโลก (MSCI ACWI) ซึ่งหมายถึงว่าในการจัดพอร์ตโดยภาพรวมแล้ว การลงทุนแบบ Unhedge บ้างในการจัดพอร์ตที่มีหุ้น จะช่วยลดความผันผวนพอร์ตในภาพรวมไม่ได้

รูปที่ 11: ราคาทองคำและเหตุการณ์สำคัญตั้งแต่ปี 2022 Source: FINNOMENA FUNDS, Investing.com as of 15/01/2024

ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้น หนุนราคาทองคำได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น ตอกย้ำความเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe haven assets) เมื่อเกิดความไม่สงบ โดยการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำครั้งนี้ได้สะท้อนความกังวลด้านความขัดแย้งไปพอสมควร จึงทำให้ Upside จากการถือครองทองคำเริ่มจำกัด แนะนำให้ลดสัดส่วน

All Balance

รูปที่ 12: สัดส่วนการลงทุนในพอร์ต All Balance Source: FINNOMENA FUNDS as of 15/01/2024

  • แนะนำ ลดสัดส่วนKKP GNP-H 5%

  • แนะนำ ลดสัดส่วนKFAFIX-A 15% (ทั้งหมด)

  • แนะนำ ลดสัดส่วนTMBPIPF 15% (ทั้งหมด)

  • แนะนำ ลดสัดส่วนSCBGOLDH 10% (ทั้งหมด)

  • แนะนำ เพิ่มสัดส่วน KFUS-A 5%

  • แนะนำ เพิ่มสัดส่วน ONE-EUROEQ 5%

  • แนะนำ เพิ่มสัดส่วน ASP-SME-A 5%

  • แนะนำ เพิ่มสัดส่วน KFSINCFX-A 30%ดู Fund Fact Sheet กองทุนที่เพิ่มน้ำหนัก/ปรับออก

  • KKP GNP-H

  • KFAFIX-A

  • TMBPIPF

  • SCBGOLDH

  • KFUS-A

  • ONE-EUROEQ

  • ASP-SME-A

  • KFSINCFX-AFINNOMENA FUNDS Investment Team มีคำแนะนำปรับพอร์ต All Balance โดยอิงมุมมองการลงทุน FINNOMENA Investment Outlook 2024: มุมมองการลงทุนปี 2024 “A Year of Two Halves”จากธีมการลงทุนหลักของเราที่มีมุมมองเชิงบวกกับหุ้นเติบโตสหรัฐฯ จากปัจจัยกดดันด้านดอกเบี้ยนโยบายที่ลดลง หลังเงินเฟ้อปรับตัวลงเข้าใกล้เป้าหมายของ Fed ตลาดหุ้นยุโรปถูกปรับประมาณการกำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้นมากกว่าหุ้นโลก ขณะที่ดัชนี STOXX600 ยังมี valuation ที่ถูกกว่าหุ้นโลกที่ระดับ -2 S.D. ด้านหุ้นไทยมีปัจจัยหนุนจากตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่คาดว่ากลับมาฟื้นตัว แม้จำนวนนักท่องเที่ยวยังฟื้นตัวช้ากว่าที่ตลาดคาดในปีที่ผ่านมา ด้าน valuation ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตัวเองในรอบ 10 ปี จาก Forward 12 m PE ที่ 14.2 เท่าจึงทำให้หุ้นไทยมีความน่าสนใจ FINNOMENA FUNDS Investment Team จึงแนะนำปรับสัดส่วนการลงทุนในหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 60% จากเดิมที่มีอยู่ 50% โดยลดสัดส่วนกองทุนหุ้นโลก และเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นเติบโตสหรัฐฯ หุ้นยุโรปและหุ้นไทยขนาดกลางเล็กเพิ่มขึ้น ด้านตราสารหนี้โลกมีอัตราผลตอบแทนอยู่ในระดับสูงจากการปรับขึ้นดอกเบี้ย ประกอบกับแนวโน้มเงินเฟ้อที่ชะลอตัว รวมถึงท่าทีที่ผ่อนคลายลงของธนาคารกลาง ส่งผลให้การถือครองตราสารหนี้โลกมีอัตราผลตอบแทนที่น่าดึงดูด FINNOMENA FUNDS Investment Team จึงยังแนะนำเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้โลกชนิดไม่ป้องกันความเสี่ยงค่าเงินอย่างกองทุน KFSINCFX-A ซึ่งลงทุนในกองทุน PIMCO GIS Income โดยมีไม่ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้นักลงทุนลดค่าใช้จ่ายจากธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน และได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนเต็มเม็ดเต็มหน่วย รวมทั้งลดสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกอย่างทองคำออกทั้งหมดหลังราคาปรับตัวขึ้นใกล้แตะระดับ All time high และแนะนำลดการลงทุนในกองทุน REIT ไทยเนื่องจากโอกาสที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะลดดอกเบี้ยอย่างรวดเร็ว (เป็นบวกกับ REIT) นั้นน้อยกว่าในต่างประเทศ และมองเห็นถึงโอกาสของการฟื้นตัวในหุ้นไทยที่ดีกว่ากองทุน REIT

GAR

รูปที่ 13: สัดส่วนการลงทุนในพอร์ต GAR Source: FINNOMENA FUNDS as of 15/01/2024

  • แนะนำ ลดสัดส่วนAFMOAT-HA 10%

  • แนะนำ ลดสัดส่วนLHTPROP 5% (ทั้งหมด)

  • แนะนำ ลดสัดส่วนSCBGOLD 5% (ทั้งหมด)

  • แนะนำ ลดสัดส่วนUGIS-N 20% (ทั้งหมด)

  • แนะนำ เพิ่มสัดส่วน KFUS-A10%

  • แนะนำ เพิ่มสัดส่วน ONE-EUROEQ10%

  • แนะนำ เพิ่มสัดส่วน ASP-SME-A 5%

  • แนะนำ เพิ่มสัดส่วน KFSINCFX-A 15%ดู Fund Fact Sheet กองทุนที่เพิ่มน้ำหนัก/ปรับออก

  • AFMOAT-HA

  • LHTPROP

  • SCBGOLD

  • UGIS-N

  • KFUS-A

  • ONE-EUROEQ

  • ASP-SME-A

  • KFSINCFX-AFINNOMENA FUNDS Investment Team มีคำแนะนำปรับพอร์ต GAR โดยอิงมุมมองการลงทุน FINNOMENA Investment Outlook 2024: มุมมองการลงทุนปี 2024 “A Year of Two Halves”จากธีมการลงทุนหลักของเราที่มีมุมมองเชิงบวกกับหุ้นเติบโตสหรัฐฯ จากปัจจัยกดดันด้านดอกเบี้ยนโยบายที่ลดลง หลังเงินเฟ้อปรับตัวลงเข้าใกล้เป้าหมายของ Fed ตลาดหุ้นยุโรปถูกปรับประมาณการกำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้นมากกว่าหุ้นโลก ขณะที่ดัชนี STOXX600 ยังมี valuation ที่ถูกกว่าหุ้นโลกที่ระดับ -2 S.D. ด้านหุ้นไทยมีปัจจัยหนุนจากตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่คาดว่ากลับมาฟื้นตัว แม้จำนวนนักท่องเที่ยวยังฟื้นตัวช้ากว่าที่ตลาดคาดในปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ valuation ที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตัวเองในรอบ 10 ปี จาก Forward 12 month PE ที่ 14.2 เท่า FINNOMENA FUNDS Investment Team จึงแนะนำปรับสัดส่วนการลงทุนในหุ้นเพิ่มขึ้นไปที่ระดับ 85% จากเดิมที่ 70% โดยเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นเติบโตสหรัฐฯ หุ้นยุโรป และหุ้นไทยขนาดกลางเล็ก และขายทำกำไรบางส่วนในกองทุน AFMOAT-HA ด้านตราสารหนี้โลกที่มีอัตราผลตอบแทนสูงจากการปรับขึ้นดอกเบี้ย ประกอบกับแนวโน้มเงินเฟ้อที่ชะลอตัว รวมถึงท่าทีที่ผ่อนคลายลงของธนาคารกลาง ส่งผลให้การถือครองตราสารหนี้โลกมีความน่าสนใจมากขึ้น FINNOMENA FUNDS Investment Team จึงยังแนะนำการลงทุนในตราสารหนี้โลก แต่ต้นทุนการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ในระดับที่สูงถึง 3% ต่อปี เราจึงแนะนำปรับสัดส่วนการลงทุนจาก UGIS-N เข้าลงทุนใน KFSINCFX-A ซึ่งลงทุนในกองทุน PIMCO GIS Income โดยมีนโยบายไม่ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้นักลงทุนลดค่าใช้จ่ายจากธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน และได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนเต็มเม็ดเต็มหน่วย รวมทั้งลดสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกอย่างทองคำออกทั้งหมดหลังราคาปรับตัวขึ้นใกล้แตะระดับ All time high และแนะนำลดการลงทุนในกองทุน REIT ไทยเนื่องจากโอกาสที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะลดดอกเบี้ยอย่างรวดเร็ว (เป็นบวกกับ REIT) นั้นน้อยกว่าในต่างประเทศ และมองเห็นถึงโอกาสของการฟื้นตัวในหุ้นไทยที่ดีกว่ากองทุน REIT

GCP

รูปที่ 14: สัดส่วนการลงทุนในพอร์ต GCP Source: FINNOMENA FUNDS as of 15/01/2024

  • แนะนำ ลดสัดส่วนKFAFIX-A 25% (ทั้งหมด)

  • แนะนำ ลดสัดส่วนSCBGOLDH 5% (ทั้งหมด)

  • แนะนำ ลดสัดส่วน LHTPROP5% (ทั้งหมด)

  • แนะนำ เพิ่มสัดส่วน KFSINCFX-A 35%ดู Fund Fact Sheet กองทุนที่เพิ่มน้ำหนัก/ปรับออก

  • KFAFIX-A

  • SCBGOLDH

  • LHTPROP

  • KFSINCFX-AFINNOMENA Funds Investment Team มีคำแนะนำปรับพอร์ต GCP โดยอิงมุมมองการลงทุน FINNOMENA Investment Outlook 2024: มุมมองการลงทุนปี 2024 “A Year of Two Halves”จากธีมการลงทุนหลักของเราที่มีมุมมองเชิงบวกกับตราสารหนี้โลกที่มีอัตราผลตอบแทนสูงจากการปรับขึ้นดอกเบี้ย ประกอบกับแนวโน้มเงินเฟ้อที่ชะลอตัว รวมถึงท่าทีที่ผ่อนคลายลงของธนาคารกลาง ส่งผลให้การถือครองตราสารหนี้โลกมีอัตราผลตอบแทนที่น่าดึงดูดกว่าตราสารหนี้ไทย อีกทั้งยังคาดหวังผลตอบแทนส่วนเพิ่มจาก Capital gain หาก Fed ปรับลดอัตราดอกเบี้ย FINNOMENA Funds Investment Team แนะนำปรับสัดส่วนการลงทุนจาก KFAFIX-A เข้าลงทุนใน KFSINCFX-A ซึ่งลงทุนในกองทุน PIMCO GIS Income ที่ไม่ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน รวมทั้งลดสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกอย่างทองคำออกทั้งหมดหลังราคาปรับตัวขึ้นใกล้แตะระดับ All time high และแนะนำลดการลงทุนในกองทุน REIT ไทยเนื่องจากโอกาสที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะลดดอกเบี้ยอย่างรวดเร็ว (เป็นบวกกับ REIT) นั้นน้อยกว่าในต่างประเทศ และมองเห็นถึงโอกาสของการฟื้นตัวในหุ้นไทยที่ดีกว่ากองทุน REIT

GIF

รูปที่ 15: สัดส่วนการลงทุนในพอร์ต GIF Source: FINNOMENA FUNDS as of 15/01/2024

  • แนะนำ ลดสัดส่วนKKP S-PLUS 10% (ทั้งหมด)

  • แนะนำ ลดสัดส่วนLHTPROP 10% (ทั้งหมด)

  • แนะนำ เพิ่มสัดส่วน UGIS-A 10%

  • แนะนำ เพิ่มสัดส่วน PRINCIPAL IDIV-R 10%ดู Fund Fact Sheet กองทุนที่เพิ่มน้ำหนัก/ปรับออก

  • KKP S-PLUS

  • LHTPROP

  • UGIS-A

  • PRINCIPAL IDIV-RFINNOMENA Funds Investment Team มีคำแนะนำปรับพอร์ต GIF โดยอิงมุมมองการลงทุน FINNOMENA Investment Outlook 2024: มุมมองการลงทุนปี 2024 “A Year of Two Halves”จากธีมการลงทุนหลักของเราที่มีมุมมองเชิงบวกกับตราสารหนี้โลกที่มีอัตราผลตอบแทที่สูงจากการปรับขึ้นดอกเบี้ย ประกอบกับแนวโน้มเงินเฟ้อที่ชะลอตัว รวมถึงท่าทีที่ผ่อนคลายลงของธนาคารกลาง ส่งผลให้การถือครองตราสารหนี้โลกที่มีอัตราผลตอบแทนที่ดึงดูดกว่าตราสารหนี้ไทย อีกทั้งยังคาดหวังผลตอบแทนส่วนเพิ่มจาก Capital gain หาก Fed ปรับลดอัตราดอกเบี้ย จึงทำให้ FINNOMENA Funds Investment Team ปรับลดสัดส่วนการลงทุนจาก KKP S-PLUS เข้าลงทุนใน UGIS-A ซึ่งลงทุนในกองทุน PIMCO GIS Income ที่จ่ายกระแสเงินสดให้กับนักลงทุนอย่างสม่ำเสมอ และมีความผันผวนที่ต่ำ เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้พอร์ตการลงทุน GIF สามารถสร้างผลตอบแทนจากกระแสเงินสดได้สูงถึง 4% ตามเป้าหมายในปีที่ผ่านมา รวมทั้งลดสัดส่วนการลงทุนในกองทุน REIT ไทยเนื่องจากโอกาสที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะลดดอกเบี้ยอย่างรวดเร็ว (เป็นบวกกับ REIT) นั้นน้อยกว่าในต่างประเทศ และมองเห็นถึงโอกาสของการฟื้นตัวในหุ้นไทยที่ดีกว่ากองทุน REIT ประกอบกับ valuation ของ SET Index ที่อยู่ในระดับที่ถูกกว่าค่าเฉลี่ยของตัวเองในรอบ 10 ปี FINNOMENA Funds Investment Team จึงแนะนำสับเปลี่ยนจากกองทุน LHTPROP เข้าลงทุนใน PRINCIPAL IDIV-R แทนทั้งหมด เพื่อรับผลตอบแทนจาก yield ที่มีความสม่ำเสมอมากขึ้น และเปิดโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนจากการฟื้นตัวของหุ้นไทยในอนาคต ศึกษารายละเอียดของกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ https://www.finnomena.com/fund/ FINNOMENA FUNDS Investment Team คำเตือน ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ FINNOMENA ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | บทความนี้จัดทำโดยบลป.เดฟินิท จำกัด เพื่อบลน. ฟินโนมีนา จำกัด| สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT| สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...