โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“กลิตเตอร์” เรื่องราวระยิบระยับของการเฉลิมฉลอง ดนตรีแกลมร็อก และเสรีภาพทางเพศ

นิตยสารคิด

อัพเดต 28 ธ.ค. 2566 เวลา 01.25 น. • เผยแพร่ 28 ธ.ค. 2566 เวลา 01.25 น.
history-of-glitter-cover

เทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองมักมาพร้อมกับบรรยากาศอบอุ่นและแสงสี ขณะที่องค์ประกอบเล็ก ๆ ที่ขาดไม่ได้คงหนีไม่พ้น “กลิตเตอร์” อันแวววาว

สมัยก่อนกลิตเตอร์ได้มาจากแร่ธาตุไมกาที่มีคุณสมบัติสะท้อนแสง จนกระทั่งปี 1934 เฮนรี รัชแมนน์ (Henry Ruschmann) ได้คิดค้นการผลิตกลิตเตอร์จากพลาสติกขึ้นจนใช้อย่างแพร่หลายมาถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะในวงการแฟชั่น เครื่องสำอาง อาหาร ของประดับ ฯลฯ จนกลิตเตอร์ได้กลายเป็นองค์ประกอบหลักในทุกงานปาร์ตี้และงานเฉลิมฉลอง ไปจนถึงตัวแทนของดนตรีแกลมร็อก และการเคลื่อนไหวเพื่อกลุ่มเพศที่หลากหลาย

Kateryna Hliznitsova / Unsplash

ความแววาวจากอดีต
มนุษย์มักหลงใหลในสิ่งแวววาวอยู่เสมอ กลิตเตอร์จึงเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมมาอย่างยาวนาน ในยุคแรกเริ่ม กลิตเตอร์ผลิตมาจากผงแร่ไมกา พบได้ในจิตกรรมฝาผนังถ้ำตั้งแต่สมัยยุคปลายหินเก่าของยุโรป (Upper Paleolithic) ราว 40,000-10,000 ก่อนคริสตกาล ไม่ว่าจะเป็นชนชาวอียิปต์โบราณ ชาวจีน ชาวกรีก หรือชาวโรมัน ต่างก็ใช้แร่ชนิดนี้เพื่อสร้างความระยิบระยับ อีกทั้งชาวอียิปต์โบราณเองยังได้เรียนรู้วิธีการผลิตความแววาวจากแมลงปีกแข็งด้วย

ในปี 1934 เฮนรี รัชแมนน์ ช่างกลจากรัฐนิวเจอร์ซี สหรัฐอเมริกา ได้คิดค้นการผลิตกลิตเตอร์จากพลาสติก โดยรัชแมนน์เริ่มสนใจนำขยะจากลานทิ้งขยะมาใช้ประโยชน์ใหม่โดยการตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ เขาออกแบบเครื่องจักรที่ผสมผสานระหว่างเครื่องทำลายเอกสารและเครื่องย่อยไม้ ซึ่งสามารถบดพลาสติกให้เป็นกลิตเตอร์ได้ ต่อมาการผลิตกลิตเตอร์ก็พัฒนาเป็นฟิล์มโพลีเอสเตอร์หรือแผ่นใสที่เคลือบด้วยสีและวัสดุสะท้อนแสง โดยใช้ระบบตัดมีดแบบหมุนหรือเครื่องอัดรูปทรง

Jack Van Hel / Unsplash

กระทั่งกระแสของเทศกาลเฉลิมฉลองเช่นคริสต์มาส ทำให้กลิตเตอร์พลาสติกเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมากในช่วงทศวรรษ 1940 - 1950 โดยเฉพาะช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อเกิดการ “แบล็กเอาต์” ซึ่งทุกครัวเรือนต้องร่วมใจกันลดใช้แสงไฟและเทียนเพื่อป้องกันการล็อกเป้าโจมตีของฝ่ายศัตรู ช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง นิตยสารไทม์ ฉบับปี 1942 ได้แนะนำให้โรยกลิตเตอร์ประดับต้นคริสต์มาสแทนที่จะเป็นการจุดเทียนแบบดั้งเดิมเพื่อเพิ่มประกายแวววาว กลิตเตอร์จึงมีส่วนช่วยให้ผู้คนได้เฉลิมฉลองฤดูหนาวที่อบอุ่นและสวยงามได้อีกครั้ง

WorthPoint

สัญลักษณ์แห่งความแกลม วัฒนธรรมเกย์ และความขบถอันแสบสัน
นอกจากกลิตเตอร์พลาสติกจะนิยมใช้ในการเฉลิมฉลอง กลิตเตอร์ยังกลายเป็นองค์ประกอบที่ยกระดับความเป็นศิลปะ สีสันและความแวววาวกลายเป็นตัวสร้างจุดเด่นและความตระการตาให้กับศิลปิน นักแสดง และกลุ่มนักเคลื่อนไหวมากมาย

cottonbro studio / Pexels

ก่อนที่รายการ RuPaul's Drag Race และการแต่งแดร็ก (Drag Costume) จะโด่งดัง นักแสดงจาก The Jewel Box Revue คณะแสดงเชิงล้อเลียนอันเลื่องชื่อ ต่างก็ใช้กลิตเตอร์ในการแต่งหน้าและแต่งตัวด้วยชุดราตรีระยิบระยับ คณะแสดงนี้เป็นหนึ่งในคอมมูนิตี้ที่สร้างสรรค์ของเกย์ในสหรัฐอเมริกาและโด่งดังไปทั่วประเทศตั้งแต่ปี 1939 จนกระทั่งทศวรรษ 1960

นักแสดงหลายคนในคณะได้ผลักดันประเด็นเรื่องเพศและเข้าร่วมการเคลื่อนไหวเพื่อเสรีภาพของเกย์ สตอร์ม ดาลาเวอรี (Storme Dalaverie) หนึ่งในนักแสดงแดร็กที่มีชื่อเสียงของคณะ เป็นผู้เข้าร่วมกลุ่มแรกในการเคลื่อนไหวสโตนวอลล์

(The Stonewall Uprising) เมื่อปี 1969 เหตุการณ์นี้คือการประท้วงรุนแรงโดยสมาชิกของคอมมูนิตี้เกย์เกี่ยวกับข้อจำกัดทางเพศและความไม่เท่าเทียมด้านต่าง ๆ โดยตอบโต้การจู่โจมของตำรวจบริเวณสโตนวอลล์อินน์ บาร์เกย์แห่งหนึ่งในย่านเกรนิชวิลเลจ นครนิวยอร์ก อันนำไปสู่ขบวนการปลกแอกเกย์ในที่สุด

JD Doyle Photographs / Digital Transgender Archive

ไม่นานหลังจากนั้น ในช่วงทศวรรษ 1970 วัฒนธรรมกลุ่มย่อยทางดนตรีอย่าง “แกลมร็อก” (Glam Rock) หรือ “กลิตเตอร์ร็อก” (Glitter Rock) ก็พัฒนาและมีบทบาทมากขึ้นในประเทศอังกฤษ การแสดงเพลงร็อกประเภทนี้จะนำโดยศิลปินชายที่แต่งตัวและแต่งหน้าเหมือนผู้หญิง เน้นการใช้กลิตเตอร์เพื่อสร้างความโดดเด่น ดนตรีแกลมร็อกเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อต่อต้านกระแสนิยมดนตรีร็อกในปลายทศวรรษ 1960 ผสมผสานระหว่างดนตรีเฮฟวีเมทัล อาร์ตร็อก และพังก์ เอกลักษณ์คือความแปลกประหลาดและสุนทรียภาพทางเพศที่ไม่ชัดเจนเพื่อท้าทายขนบของสังคม หนึ่งในศิลปินที่โด่งดังและเป็นไอคอนของแนวเพลงประเภทนี้ก็คือเดวิด โบวี (David Bowie)

Wallpaper Flare

ยิ่งไปกว่านั้น ตลอดศตวรรษที่ 20 ท่ามกลางประเด็นเรื่องเพศซึ่งยังคงเป็นที่ถกเถียง กลิตเตอร์ยังถูกนำไปใช้ระหว่างการประท้วงและการเคลื่อนไหวทางเพศในรูปแบบที่เรียกว่า “ระเบิดกลิตเตอร์” (Glitter Bombing) โดยนักเคลื่อนไหวจะปากลิตเตอร์ใส่ผู้ที่ต่อต้านเกย์หรือส่งจดหมายที่ใส่กลิตเตอร์ไว้ด้านใน เนื่องจากกลิตเตอร์เป็นตัวแทนของกลุ่มเพศหลากหลาย (LGBTQ+) นั่นเอง

จากความหรูหราสู่ขยะที่เป็นพิษ
ปัจจุบันกลิตเตอร์แทบจะเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเรา ไม่ว่าหันไปทางไหน เราก็จะเห็นกลิตเตอร์ในการ์ดอวยพร เครื่องสำอาง เสื้อผ้า อาหาร ฯลฯ อย่างไรก็ตาม ความระยิบระยับก็มาพร้อมกับความกังวลเรื่องสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้น ขยะกลิตเตอร์ที่ตกค้างในลานทิ้งขยะและทะเลถือเป็น “ไมโครพลาสติก” ที่ย่อยสลายไม่ได้ ท้าทายให้หลายบริษัทต้องปรับตัวเพื่อตอบสนองต่อข้อคำนึงของผู้บริโภค

ไมโครพลาสติก (Microplastic) คือชิ้นส่วนของพลาสติกที่มีขนาดเล็กกว่า 5 มิลลิเมตร เช่น เม็ดพลาสติกบริสุทธิ์ (Nurdle) กลิตเตอร์ (Glitter) เม็ดบีดส์ (Beads) หรือไมโครบีดส์ (Microbeads) หรืออาจเป็นพลาสติกที่เกิดจากกระบวนการสลายตัวของพลาสติกขนาดใหญ่ เช่น ข้าวของเครื่องใช้และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ทำมาจากพลาสติก โดยเฉพาะถุงพลาสติก และเสื้อผ้าจากเส้นใยสังเคราะห์ จนกลายเป็นชิ้นส่วนขนาดเล็ก

เมื่อใช้แล้ว ไมโครพลาสติกเหล่านี้มักจะปนเปื้อนลงสู่ทะเลและตกค้างในขั้นตอนการผลิตเกลือสมุทร ผลสำรวจจากวารสารสิ่งแวดล้อมในปี 2021 ระบุว่า ประชากรไทยมีโอกาสได้รับไมโครพลาสติกเข้าสู่ร่างกายผ่านการบริโภคเกลือสมุทรที่ปนเปื้อนไมโครพลาสติกเฉลี่ยประมาณ 1,242–1,656 ชิ้น/ปี ประเทศไทยและนานาชาติต่างก็รณรงค์ลดการใช้ไมโครพลาสติก จนเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ปี 2023 สหภาพยุโรป (EU) ได้สั่งห้ามการใช้กลิตเตอร์บางชนิดเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

rawpixel.com / Freepik

เมื่อกลิตเตอร์พลาสติกถึงคราวอ่อนแสง จึงเกิดการหวนกลับมาใช้แร่ไมกาและแร่ที่พบได้ตามธรรมชาติอีกครั้ง แต่ก็ตามมาด้วยกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงการใช้แรงงานในเหมืองและการทดลองกับสัตว์ โจทย์ใหม่ของศตวรรษนี้จึงเป็นการพัฒนาสินค้าและค้นหากรรมวิธีการผลิตแบบอื่น ๆ ที่เป็นมิตรต่อทั้งคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การผลิต “ไบโอกลิตเตอร์” ขึ้นครั้งแรกในปี 2010 โดยบริษัท Ronda Britton ไบโอกลิตเตอร์จะใช้แกนกลางที่ทำมาจากเซลลูโลส เคลือบด้วยอะลูมิเนียมเพื่อการสะท้อนแสง แล้วทับด้วยพลาสติกบาง ๆ เซลลูโลสกลิตเตอร์นี้สามารถผลิตได้จากเซลลูโลสของพืชทุกชนิด ตั้งแต่เซลลูโลสจากต้นไม้ไปจนถึงเซลลูโลสจากเศษอาหารหรือผลไม้ ทำให้สามารถย่อยสลายได้และมีประสิทธิภาพในการใช้งาน

เรื่องราวของกลิตเตอร์ถือเป็นหนึ่งในเรื่องราวอันยาวนานและสำคัญกับวัฒนธรรมของมนุษย์ จากแร่ธรรมชาติ พัฒนาสู่กลิตเตอร์พลาสติก และมาถึงจุดเปลี่ยนในยุคปัจจุบัน เกล็ดเล็ก ๆ อันแววาวนี้ได้ช่วยประดับวงการแฟชั่น ส่องประกายให้เหล่าศิลปินผู้ขบถ ไปจนถึงเป็นตัวแทนการขับเคลื่อนประเด็นเรื่องเพศ จนท้ายที่สุดนำมาสู่ความท้าทายใหม่ ๆ นั่นคือการรักษาความเปล่งประกายนี้และการรักษาโลกใบนี้ไปพร้อม ๆ กัน

ที่มา : บทความ “glam rock” จาก www.britannica.com
บทความ “A Short History of Glitter – Know Your Glitstory” โดย Madeline Frolitch
บทความ “The Not-So-Glamorous History of Glitter” โดย Arianna Hwang
บทความ “What Is Glitter Made of? Switch To Bioglitter™” โดย todayglitter
บทความ “ไมโครพลาสติกในเกลือสมุทรในตลาดโลก และผลการสำรวจเกลือสมุทรในจังหวัดสมุทรสาคร” โดย ศีลาวุธ ดำรงศิริ

เรื่อง : ธัญสินี จิตตมานนท์กุล

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

Whispers from the Margins: Prof. Dr. Apinan Poshyananda on Art, Geopolitics, and ‘Spirits of the Maritime Crossing 2026’

Thai PBS World

"10 อาหารโปรตีนสูงกว่าไข่" สารอาหารแน่น แคลอรี่ต่ำ อิ่นนานทั้งวัน

sanook.com

บู้ซือ อาจอ ศิลปินชาติพันธุ์ผู้ยกบ้านอาข่ามาทั้งหลัง เพื่อเล่า ‘จิตวิญญาณและผ้าทอ’ ที่ใช้เวลารวบรวมกว่า 4 ปี

ONCE

เช็กด่วน! 4 จุดอับในครัวที่ "แมลงวัน" ชอบแอบมาไข่ทิ้งไว้

sanook.com

ความเป็นผู้ใหญ่จริงๆ เพิ่งเริ่มที่วัย 32: งานวิจัยจากเคมบริดจ์เผย 4 เลขอายุที่เป็น จุดเปลี่ยนสำคัญในการทำงานของสมองมนุษย์ นั่นคือ 9, 32, 66 และ 83 ปี

Mirror Thailand

5 อันดับประเทศในเอเชียที่มีความสุขปี 2025 มีชาติไหนติดโผบ้าง

ThaiNews - ไทยนิวส์ออนไลน์
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...