โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

พี่สาวทำพิธีตัดญาติ เชื่อน้องชายโดนฆาตกรรม เก็บคราบเลือดในรถอดีตเมียส่งพิสูจน์

Khaosod

อัพเดต 04 พ.ย. 2566 เวลา 08.13 น. • เผยแพร่ 04 พ.ย. 2566 เวลา 08.13 น.

พี่สาวทำพิธีตัดญาติ เชื่อน้องชายโดนฆาตกรรม อำพรางศพให้เป็นอุบัติเหตุ จุดธูปขอให้จับคนร้ายได้เร็วๆ เก็บคราบเลือดในรถอดีตเมียส่งพิสูจน์

เมื่อวันที่ 4 พ.ย.66 นางสำรอง นครธรรม อายุ 59 ปี ชาวบ้านสร้างหลวง อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี เดินทางไปรับศพ นายบุญเพ็ง อายุ 51 ปี ชาวบ้านสร้างหลวง อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นน้องชายและเป็นพ่อม่าย จากนิติเวช โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี เขตเทศบาลนครอุดรธานี หลังจากที่คนพบนายบุญเพ็ง นอนเสียชีวิตอยู่ริมถนนกลางหมู่บ้านสร้างหลวง ต.เชียงหวาง อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี เมื่อเวลา 22.00 น.วันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา สภาพศพพบว่ามีบาดแผลที่ถูกทุบด้วยของแข็งเข้าที่กลางศีรษะ ใบหน้าและลำตัว

ต่อมาเจ้าหน้าที่นำศพมาให้แพทย์ผ่าพิสูจน์ศพที่ รพ.ศูนย์อุดรธานี และหลังจากแพทย์ผ่าพิสูจน์ศพเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จึงมอบให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

จากกรณีการเสียชีวิตของนายบุญเพ็ง นั้นเนื่องมาจากเมื่อเวลา 22.00 น.วันที่ 2 พ.ย. มีคนพบศพนายบุญเพ็ง นอนเสียชีวิตอยู่ริมถนนกลางหมู่บ้านสร้างหลวง ต.เชียงหวาง อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี สภาพศพมีบาดแผลถูกทุบด้วยของแข็งไม่เรียบที่กลางศีรษะ ใบหน้า ลำตัว

สอบสวนแล้วพบว่าก่อนเกิดเหตุผู้ตายไปรับจ้างเกี่ยวข้าวที่นาใกล้ๆ บ้าน เสร็จแล้วมาตั้งวงดื่มเหล้ากับหลานชาย 4 คน จนประมาณ 1 ทุ่มผู้ตายขี่รถจยย.กลับบ้าน แล้วต่อมาในเวลาดังกล่าวก็มีคนพบนายบุญเพ็ง นอนเสียชีวิตอยู่ริมถนนในหมู่บ้านซึ่งอยู่ใกล้บ้านดังกล่าว

จากนั้นนางสำรอง จึงนำศพของนายบุญเพ็ง น้องชายไปประกอบพิธีทางศาสนาที่ฌาปนกิจสถานบ้านสร้างหลวง โดยนายสุดใจ เปรกันยา อายุ 86 ปี เป็นผู้ทำพิธีตัดญาติกับผู้ตาย โดยนำพี่สาว พี่ชาย ลูกชาย และญาติ นำดอกไม้และเทียนมาประกอบพิธี ให้ผู้ตายไปสู่สุขคติ ให้ขึ้นสู่สวรรค์นิพพาน ไม่ต้องห่วงลูกและพี่น้อง ขอให้ตัดขาดจากกันนับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ซึ่งต่อจากนี้ก็จะนิมนต์พระมาทำพิธีนำศพไปเข้าเบ้า 3 ปี เพราะเป็นศพตายผิดธรรมชาติ หากเผาทันที จะทำให้ญาติพี่น้องลูกหลานเกิดเรื่องราวที่ไม่ดีหรือตายต่อกันไป เป็นพิธีกรรมตามความเชื่อของคนอีสานที่ปฏิบัติต่อกันมา

นางสำรอง จุดธูปบอกดวงวิญญาณน้องชาย บอกว่า "จงดลบันดาลให้จับคนที่ฆ่าน้องได้เร็วๆ ดลบันดาลให้ชนะ ทำให้พี่ด้วย น้องชายตายแปลก ครั้งแรกคิดว่ารถชน แต่ดูบาดแผลแล้วเป็นการทุบตี และตำรวจบอกว่าถูกทำร้าย ซึ่งตนคิดว่าน้องชายโดนฆาตกรรมแน่นอน ก็ไม่รู้ใครฆ่าน้องชาย ฆ่าด้วยสาเหตุใด เพราะน้องชายไม่เคยทำผิดใจใคร อยากให้ตำรวจจับผู้ร้ายได้เร็วๆ ซึ่งยังไม่ทำพิธีเผา จะเอาเข้าเบ้า 3 ปี แล้วค่อยนำศพขึ้นมาเผา ญาติพี่น้องจะได้ไม่มีอาเพศตายตามกัน"

นายอุทัย ขารพ อายุ 42 ปี ญาติและนายจ้างที่ผู้ตายฝากเงินไว้ มาร่วมงานศพด้วย เปิดเผยว่า ผู้ตายเป็นคนชอบดื่มเหล้า แต่เป็นคนขยันทำงาน และนิสัยดี ตนกับผู้ตายเป็นญาติกัน ตนจ้างผู้ตายไปตัดไม้ยูคา ได้ค่าแรงวันละ 500-700 บาท ผู้ตายจะนำเงินค่าแรงมาฝากตน 6,000 บาท กลัวว่าจะใช้เงินหมด เนื่องด้วยชอบดื่มเหล้า

ก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายมาบอกว่าไม่ได้ไปตัดไม้ เพราะจะไปเกี่ยวข้าวช่วยญาติ ซึ่งผู้ตายเคยหยุดดื่มเหล้าช่วงเข้าพรรษา พอออกพรรษาก็กลับมาดื่มเหล้าเหมือนเดิม หลังทราบว่านายบุญเพ็ง เสียชีวิตก็รู้สึกเสียใจ และนำเงินที่ผู้ตายฝากไว้มาคืนให้พี่สาวแล้ว

ด้านนายนันทวัฒน์ อายุ 26 ปี ลูกชายผู้ตาย กล่าวว่า พ่อกับแม่แยกทางกัน มีลูก 2 คน เป็นผู้ชายกับผู้หญิง ตนเป็นลูกคนโต ตนไปทำงานที่ชลบุรี พอรู้ข่าวพ่อเสียชีวิต ตนก็เดินทางกลับมา ตนสงสัยการตายของพ่อ เพราะการเสียชีวิตผิดธรรมชาติ เพราะเป็นเหตุไม่น่าเกิด อยากฝากตำรวจให้สืบหาความจริง หาสาเหตุการตายของพ่อให้โปร่งใส ซึ่งตนไม่มีลางสังหรณ์อะไรเลยก่อนพ่อตาย ช่วงเทศกาลทุกปีตนจะกลับมาบ้าน และนำเงินมาให้พ่อใช้ เพราะตนรักพ่อ ส่วนน้องสาวกำลังเรียนพยาบาลและรักพ่อเช่นเดียวกัน

ขณะเดียวกันทางตำรวจนำหลานชาย 2 คนและเพื่อน ที่นั่งดื่มเหล้ากับผู้ตายก่อนพบเป็นศพมาสอบสวน แต่ไม่พบพิรุธ และเชิญอดีตภรรยามาสอบปากคำ เพราะพบกับผู้ตายที่ร้านชำก่อนพบเป็นศพ แต่ไม่ได้พูดคุยกัน พร้อมกับเก็บดีเอ็นเอ

นอกจากนี้ ยังเก็บคราบเลือดผู้ตายที่เกิดเหตุ และคราบเลือดที่พบในรถยนต์ของอดีตภรรยา เพื่อนำส่งพิสูจน์หลักฐานภาค 4 เพื่อเปรียบเทียบกัน เพราะเหตุไม่ใช่เกิดเหตุซึ่งหน้า และไม่มีประจักษ์พยานบุคคลเห็น จึงต้องอาศัยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

ส่วนผลการชันสูตรพลิกศพพบแผลฉีกขาดแบบไม่เรียบที่กระหม่อมศีรษะยาว 6x1 ซม. แผลถลอกที่ศีรษะขวา ขมับซ้าย ชายโครงขวาและซ้าย สะโพกทั้ง 2 ข้าง เข่าซ้ายด้านใน เข่าขวาด้านนอก และข้อเท้าซ้ายด้านนอก และหลังเท้าด้านขวา ไม่พบเลือดออกในสมอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...