โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สกู๊ปแนวหน้า : ‘จักรยาน-สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า’ อยู่ตรงไหนของถนนเมืองไทย?

แนวหน้า

เผยแพร่ 25 ต.ค. 2566 เวลา 17.00 น.

“ถ้ารถจักรยานยนต์ถูกห้ามวิ่งบนฟุตปาธทางเท้า เพราะขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ ขอถามว่า รถจักรยานไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยกำลังจากมอเตอร์ ต้องถูกห้ามวิ่งบนฟุตปาธทางเท้าด้วยหรือไม่”

ฉัตรไชย ภู่อารีย์ นักวิชาการอิสระด้านการขนส่งด้วยรถโดยสารประจำทาง และที่ปรึกษาชมรมผู้ประกอบการรถโดยสาร หมวด 4 เอกชน กรุงเทพฯ (รถสองแถว) เปิดประเด็นชวนคิดกับสังคม ด้วยคำถามข้างต้นพร้อมคลิปวีดีโอที่มีคนใช้ “จักรยานไฟฟ้า” หรือ “สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า” วิ่งบนทางเท้า โดยคุณฉัตรไชย โพสต์คลิปพร้อมตั้งคำถามนี้บนเฟซบุ๊กส่วนตัว เมื่อวันที่ 20 ต.ค. 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งก็มี “ข้อถกเถียง” เพราะอีกมุมหนึ่งก็มีความเห็นเข้ามาตอบว่า “หากให้วิ่งบนถนนก็จะเป็นอันตรายเช่นกัน” เพราะเป็นพาหนะที่ไม่ได้ใช้ความเร็วสูงเมื่อเทียบกับรถประเภทอื่นๆ

นี่อาจเป็น “เรื่องใหม่” ของสังคมไทยแต่สำหรับในต่างประเทศ พาหนะประเภทนี้เริ่มถูก“จัดระเบียบ” โดยรัฐไปบ้างแล้ว อาทิ รายงานข่าว Italy gets tough on e-scooters with road safety bill โดย นสพ. New Straits Times ของมาเลเซีย เมื่อวันที่28 มิ.ย. 2566 ระบุว่า อิตาลี รัฐบาลกำหนดให้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่จะนำมาใช้งานบนท้องถนนต้องคิดแผ่นป้ายทะเบียนและทำประกันอุบัติเหตุ ผู้ขับขี่ต้องสวมหมวกกันน็อก และห้ามจอดสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าบนทางเท้า

ขณะที่รายงานข่าว Scooters from Paris make “Aliyah” to Tel Aviv streets โดย นสพ.The Jerusalem Post ของอิสราเอล เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2566 ระบุว่า เมืองเทลอาวีฟ ของอิสราเอล รับมอบสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจากกรุงปารีส เมืองหลวงของฝรั่งเศส เนื่องจากฝ่ายบริหารของกรุงปารีสมีการออกประกาศห้ามประกอบกิจการสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าให้เช่า หลังมีข้อร้องเรียนจากประชาชนว่าก่อความเดือดร้อนรำคาญแก่คนเดินเท้า

ในวันที่ 23 ต.ค. 2566 ทีมงาน “นสพ.แนวหน้า” มีโอกาสได้พูดคุยกับคุณฉัตรไชยถึงเรื่องนี้ ได้รับการอธิบายว่า “ปัจจุบันจักรยานไฟฟ้า-สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าได้รับความนิยมมากขึ้น” ด้านหนึ่งก็ไม่เห็นด้วยหากจะให้พาหนะกลุ่มนี้ลงไปวิ่งบนท้องถนนเพราะเท่ากับส่งไปเสี่ยงอันตรายจากการถูกพาหนะอื่นๆ ที่เร็วกว่าเฉี่ยวชน แต่อีกด้านหนึ่ง พาหนะประเภทนี้ก็ใช้ความเร็วได้พอสมควรในระดับที่สามารถเฉี่ยวชนคนเดินเท้าให้ได้รับบาดเจ็บได้ จึงต้องมีการคิดมาตรการเพื่อจัดระเบียบการใช้งาน

“สมมุติผมอาจจะเป็นลูกจ้าง หรือเป็นใครสักคนหนึ่งที่มีรถนี้ขี่ แต่ผมไม่มีทรัพย์สิน ไม่มีหลักฐานอะไรเลย เกิดไปชนคน ทายาทคนตายหรือคนที่บาดเจ็บเสียหาย เขาอาจจะได้แค่ถือคำพิพากษาให้ชดใช้ค่าเสียหาย ผมมองประเด็นนี้ทำอย่างไรรถพวกนี้วิ่งบนทางเท้าได้ แต่จะมีหลักรับผิดชอบ หลักการันตีกับประชาชนอย่างไร เพราะถ้ารถเหล่านี้ไปวิ่งบนถนนก็แบนแต๊ดแต๋เหมือนกัน โดนรถเฉี่ยว นี่คือปัญหาใหญ่ที่ต้องคิดไว้ในอนาคต” คุณฉัตรไชย กล่าว

แม้กระทั่ง “จักรยาน” ก็เช่นกัน มุมหนึ่งมีการอ้างถึงจักรยานวิ่งบนทางเท้าได้ จักรยานไฟฟ้า-สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าก็น่าจะวิ่งได้ แต่อีกมุมหนึ่งก็มีข้อทักท้วงว่า ปัจจุบัน “จักรยานประเภทสายแข่ง-วิ่งทางไกล” ที่มีสมรรถนะเอื้อต่อการปั่นด้วยความเร็วสูงก็ได้รับความนิยมมากขึ้น และบางครั้งแม้จะปั่นบนทางเท้าก็มีบางคนใช้ความเร็วในระดับที่อาจเป็นอันตรายกับคนเดินเท้า ประเด็นนี้คุณฉัตรไชย กล่าวว่า “ในอดีตเคยมีกฎหมายกำหนดให้มีใบขับขี่สำหรับผู้ใช้จักรยาน” ก่อนจะถูกยกเลิกไป แต่จักรยานก็สามารถวิ่งบนถนนได้

อย่างเมื่อเร็วๆ นี้ มีคลิปวีดีโอหนึ่งที่แชร์กันในสื่อสังคมออนไลน์ เผยให้เห็นกลุ่มจักรยานวิ่งกันเต็มถนนเส้นหนึ่งในไทยซึ่งน่าจะเป็นการจัดงานอะไรสักอย่างเพราะมีมอเตอร์ไซค์เป็นการ์ดกันขบวนให้ แต่ปัญหาคือ “จักรยานบางคันล้ำข้ามไปวิ่งในถนนฝั่งสำหรับผู้ใช้รถ-ใช้ถนนวิ่งสวนทางมา” ทำให้รถที่ใช้เลนสวนดังกล่าวต้องรีบหักหลบ หรือใครไปชนก็บอกว่าชนรถเล็ก หรือบางทีปั่นกันเร็วๆ ริมถนนแล้วเบรกไม่ทันชนเด็กวิ่งพรวดออกมาจากข้างทาง ถึงเวลาต้องคิดเรื่องนี้อย่างจริงจังแล้วหรือไม่?

“พอเกิดแบบนี้บางทีมันไม่เป็นข่าวเราก็ไม่รู้อะไรเกิดขึ้น เราจะรู้เท่าที่เป็นข่าว นี่คือจุดประสงค์ที่ผมโพสต์ ต้องการให้สังคมรู้ว่าเราจะทำอย่างไรให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ถ้ามอเตอร์ไซค์วิ่งบนทางเท้าไม่ได้แล้วพวกนี้จะวิ่งได้ไหม? ถ้าวิ่งได้มันจะมีหลักมีเกณฑ์อย่างไร ไม่ใช่วิ่งไปเถอะไม่เป็นไร แล้วมีปัญหาก็มาว่าเป็นเคสๆ ไป ผมไม่ต้องการแบบนั้น” คุณฉัตรไชย กล่าวย้ำ

ขณะที่ นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) ชวนมองย้อนไปที่ “รากของปัญหา” นั่นคือ “ประเทศไทยไม่มีการแบ่งแยกถนนในชุมชน-นอกชุมชน” ซึ่งคำว่า “ถนน” ในภาษาอังกฤษจะมีอยู่หลายคำ เช่น Street, Avenue, Road, Highway ตามพื้นที่ตั้ง โดยหากเป็นถนนในเมืองหรือในชุมชน ยานพาหนะที่ใช้เครื่องยนต์จะถูกจำกัดความเร็วอย่างเข้มงวด ในทางกลับกัน ถนนสายใหญ่นอกเมืองที่อนุญาตให้ผู้ขับขี่ยานพาหนะใช้ความเร็วสูง แม้จะมีบ้านอยู่ติดถนนก็ไม่สามารถเปิดทางเข้า-ออกทางถนนนั้นโดยตรงได้

เมื่อหันกลับมามองประเทศไทย เช่น ถ.พหลโยธิน หรือ ถ.สุขุมวิท แม้จะจัดเป็นถนนสายหลักแต่ก็มีหลายช่วงที่ผ่านย่านชุมชนหนาแน่น และมีกิจกรรมหลากหลาย เช่น มีตลาด-ร้านค้าที่คนจอดรถจับจ่ายซื้อข้าวของ มีโรงเรียน โรงพยาบาล สำนักงานของบริษัทต่างๆ ซึ่งจะมีคนเดินข้ามถนนไป-มาเป็นระยะๆ แต่ถนนสายหลักนั้นผู้ขับขี่ยานพาหนะมักเคยชินกับการใช้ความเร็วสูง จึงไม่ปลอดภัยกับพาหนะที่ใช้ความเร็วต่ำ ทั้งจักรยาน สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า รวมถึงรถสามล้อไฟฟ้า ที่ระยะหลังๆ เห็นผู้สูงอายุใช้กันมากขึ้น

ทั้งนี้ “หากความเร็วของพาหนะที่ใช้ถนนร่วมกันห่างกันมากกว่า 15 กม./ชม. ขึ้นไป ตามหลักการถือว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ” ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับที่นำมาสู่การออกข้อห้ามมอเตอร์ไซค์ใช้ทางด่วน-มอเตอร์เวย์ เพราะเป็นทางที่อนุญาตให้ใช้ความเร็วสูงและรถยนต์ที่วิ่งก็มีสรรถนะทำความเร็วได้สูงกว่ามอเตอร์ไซค์ทั่วไป นอกจากนั้น “การแก้ปัญหาการจราจรติดขัดด้วยการขยายถนนก็ส่งผลข้างเคียงให้ผู้ขับขี่ยานพาหนะใช้ความเร็วสูงขึ้น” ด้วยเห็นว่าถนนโล่งจึงสามารถทำได้ โดยสรุปแล้ว “การคุมเข้มความเร็วในเขตชุมชน” จึงเป็นคำตอบ

“เรื่องนี้มันพันกันหลายเรื่อง แต่หลักใหญ่มันต้องดึงวิถีของชุมชนกลับมา แล้วค่อยเป็นคำตอบให้พวกสกู๊ตเคอร์ เพราะสกู๊ตเตอร์คงไม่ไปขี่บนสายหลักอยู่แล้ว แล้วอีกอย่างบ้านเราชอบมีนโยบายถนนในซอยชอบใช้เป็นทางลัดของรถที่ติดอยู่บนถนนสายหลัก พอรถวิ่งผ่านซอยก็จริง แต่เขาต้องการสะดวกเขาก็วิ่งผ่านทางลัดไปโผล่อีกที่หนึ่ง ในซอยมันควรจะช้าก็กลายเป็นเร็ว” นพ.ธนะพงศ์ กล่าว

SCOOP@NAEWNA.COM

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...