ทรัมป์ลงนามเปิดตัว ‘คณะกรรมการแห่งสันติภาพ’ โวมีศักยภาพเป็นองค์กรสำคัญสูงสุด พร้อมทำงานร่วมกับ UN
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขึ้นกล่าวในพิธีเปิดตัว ‘คณะกรรมการแห่งสันติภาพ’ หรือ ‘Board of Peace’ องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อดูแลการฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในฉนวนกาซา และร่วมลงนามในกฎบัตรองค์กรอย่างเป็นทางการครั้งแรก ระหว่างการประชุมสภาเศรษฐกิจโลก ประจำปี 2026 (World Economic Forum Annual Meeting 2026) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในวันนี้ (22 มกราคม)
ในพิธีเปิดตัวดังกล่าว พบว่ามีผู้แทนต่างชาติเข้าร่วมไม่ถึง 20 ประเทศ แม้ว่าทรัมป์ จะส่งคำเชิญไปยังกว่า 50 ประเทศ รวมถึงไทย เพื่อให้เข้าร่วมเป็นสมาชิก ขณะที่ไม่มีชาติพันธมิตรยุโรปตะวันตกเข้าร่วม โดยส่วนใหญ่เป็นประเทศในตะวันออกกลางและอเมริกาใต้ อาทิ ผู้นำซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อาร์เจนตินา ปารากวัยและฮังการี และผู้นำอินโดนีเซีย
พิธีดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่ทรัมป์เพิ่งปรับลดท่าทีที่รุนแรงต่อชาติยุโรปในประเด็นกรีนแลนด์ โดยทรัมป์ระงับการเรียกเก็บภาษีนำเข้าอัตรา 10% ต่อ 8 ประเทศยุโรป ซึ่งเดิมจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้
ทั้งนี้ ทรัมป์ ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ก่อนที่จะมีการลงนามโดยบรรดาผู้แทนที่เข้าร่วม ซึ่งเขาประกาศว่า “คณะกรรมการสันติภาพได้เริ่มทำงานแล้ว” และ “กำลังดำเนินไปอย่างราบรื่น” และอ้างว่า “ทุกคนต่างต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการแห่งสันติภาพ”
เขายังพูดถึงฉนวนกาซา โดยบอกว่าเป็นจุดเริ่มต้นของแผนการจัดตั้งคณะกรรมการแห่งสันติภาพดังกล่าว พร้อมทั้งอ้างว่า “โลกในปัจจุบันนั้นสงบสุขกว่าช่วงก่อนที่รัฐบาลของเขาจะเข้ามาบริหารสหรัฐฯ” ซึ่งเขามั่นใจว่า คณะกรรมการแห่งสันติภาพ จะช่วยเจรจาสันติภาพที่ยั่งยืนในฉนวนกาซาได้ในไม่ช้า
“มันดำเนินไปอย่างราบรื่น แทบทุกประเทศอยากมีส่วนร่วม” เขากล่าว และเชื่อว่าคณะกรรมการชุดนี้ มีศักยภาพที่จะเป็น “หนึ่งในองค์กรที่มีความสำคัญที่สุดเท่าที่เคยมีมา” พร้อมทั้งกล่าวว่าเขารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นประธาน
นอกจากนี้ทรัมป์ยังประกาศว่า ต้องการให้ “คณะกรรมการสันติภาพ ทำงานร่วมกับองค์การสหประชาชาติ” ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาเขาจะวิพากษ์วิจารณ์องค์การสหประชาชาติที่ล้มเหลวในการใช้ศักยภาพที่มีอยู่ก็ตาม
“เมื่อคณะกรรมการชุดนี้จัดตั้งเสร็จสมบูรณ์แล้ว เราสามารถทำอะไรก็ได้ที่เราต้องการ และเราจะทำร่วมกับสหประชาชาติ ผมพูดเสมอว่าสหประชาชาติมีศักยภาพมหาศาล ยังไม่ได้ใช้มัน แต่มีศักยภาพมหาศาล” เขากล่าว
ทรัมป์ยังย้ำข้อกล่าวอ้างที่ว่า เขาเป็นผู้ยุติสงครามอย่างน้อย 8 แห่งทั่วโลก รวมถึงกรณีไทย-กัมพูชา ซึ่งเขาเผยว่า “การเจรจาไกล่เกลี่ยยุติสงครามครั้งใหม่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้”
นอกเหนือจากนี้ เขายังกล่าวถึงอิหร่าน โดยชี้ไปที่กรณีการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว และอ้างว่าการโจมตีเหล่านั้นได้ทำลายล้าง ศักยภาพด้านนิวเคลียร์ของอิหร่านไปแล้ว และชี้ว่ารัฐบาลเตหะรานกำลังต้องการเจรจา
ขณะที่เขาระบุถึงปฏิบัติการของสหรัฐฯ ต่อกลุ่มไอเอสในซีเรีย โดยกล่าวว่า “มีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นมากมาย” และอ้างว่าภัยคุกคามต่อยุโรป สหรัฐฯ และตะวันออกกลางกำลังสงบลง
อ้างอิง: