เปิดที่มาไอเดียแก้กติกาเลือก 'บอร์ดประกันสังคม' สกัดนั่งบอร์ดยกทีม
รายงานข่าวจากกระทรวงแรงงาน แจ้งว่า ขณะนี้ สำนักงานประกันสังคม (สปส.) กำลังจัดทำร่างระเบียบกระทรวงแรงงานว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม พ.ศ. … เพื่อแก้ไขระเบียบเดิมที่ใช้ในปี 2564 โดยเปิดให้ แสดงความคิดเห็นตั้งแต่ 15 ม.ค.–14 ก.พ. 2569 ผ่านระบบกลางทางกฎหมายและช่องทางของ สปส. ทั่วประเทศ
ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของระบบเลือกตั้ง โดยจากเดิมผู้ประกันตน 1คนสามารถเลือกผู้สมัครได้ 7 คน เปลี่ยนเป็นผู้ประกันตน 1คนสามารถเลือกผู้สมัครได้เพียงคนเดียว ส่งผลให้คะแนนกระจาย และตัดโอกาสการได้รับเลือกตั้งยกทีมเหมือนครั้งที่ผ่านมา
จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งบอร์ด สปส. มาจากคณะอนุกรรมาธิการด้านการประกันสังคมในคณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา โดยในรายงานผลการดำเนินงานจากการประชุมเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2568 ของคณะอนุกรรมาธิการดังกล่าว
ในรายงานได้ระบุถึงมติที่ประชุม ที่ให้นำเสนอหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน จำนวน 4 หลักเกณฑ์ รวมทั้งข้อเสนอแนะของคณะอนุกรรมาธิการ ดังนี้
4 ไอเดีย สว. เปลี่ยนวิธีเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม
วิธีที่ 1 การเลือกตั้งคนเดียวได้ 7 คน
เสนอให้ผู้ใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกผู้แทนได้เพียง 1 คน จากผู้สมัครทั้งหมดแล้วนำคะแนนมาเรียงลำดับจากมากไปน้อย เพื่อคัดเลือกผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด 7 คน เข้าดำรงตำแหน่งกรรมการ
เหตุผลประกอบ : ช่วยลดการแทรกแซงทางการเมือง และลดต้นทุนในการเลือกตั้ง การเลือกตั้งมีคะแนนเสียงที่ชัดเจนและเป็นกลางมากขึ้น
วิธีที่ 2 การเลือกตั้งสองขั้นตอน
ให้ผู้ประกันตนใช้สิทธิเลือกตั้งเพื่อคัดเลือกผู้แทนจำนวน 200 คนก่อน แล้วให้ผู้แทน 200 คนนี้มาคัดเลือกกันเองอีกครั้ง เพื่อให้ได้ผู้แทนจำนวน 7 คนทั้งฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง วิธีนี้คล้ายกับระบบการได้มาของสมาชิกวุฒิสภา
เหตุผลประกอบ : เป็นการสร้างกระบวนการคัดกรองที่รอบคอบ และให้โอกาสผู้แทนจากหลากหลายภูมิภาคได้มีส่วนร่วมมากขึ้น
วิธีที่ 3 การเลือกตั้งผู้แทนระดับจังหวัดแล้วมาเลือกกันเองระดับประเทศ
ใช้ระบบเลือกตั้งสองระดับคือ ระดับจังหวัดและระดับประเทศ โดยอนุญาตให้เลือกผู้สมัครได้มากกว่าหนึ่งคน เพื่อลดการครอบงำ และใช้กลไกระดับพื้นที่ เช่น คณะอนุกรรมการจังหวัดในการจัดเลือกตั้ง โดยมีการกำหนดคุณสมบัติผู้มีสิทธิเลือกตั้งอย่างชัดเจน โดยเฉพาะผู้ประกันตน มาตรา 40 ควรมีประวัติส่งเงินสมทบอย่างต่อเนื่อง
เหตุผลประกอบ : ให้ความสำคัญกับความโปร่งโสในทุกขั้นตอน ทั้งการสมัคร การนับคะแนน และการประเมินผล เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นและยอมรับจากทุกฝ่าย
วิธีที่ 4 การเลือกตั้งโดยใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง
ผู้แทนแต่ละฝ่ายมาจากการเลือกตั้งตามสัดส่วนจำนวนสมาชิก ผู้แทนระดับจังหวัดจะเลือกกันเองเป็นกรรมการกลางฝ่ายละ 7 คน กำหนดคุณสมบัติผัสมัครและกรรมการอย่างเคร่งครัด แต่งตั้งคณะกรรมการเลือกตั้งกลางและระดับจังหวัด หน่วยเลือกตั้งตั้งในสำนักงานประกันสังคมจังหวัดและนิคมอุตสาหกรรม โดยมีวันเลือกตั้งล่วงหน้า 7 วัน และเลือกตั้งจริง 1 วัน เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นธรรมและโปร่งใส
นอกจากนี้คณะอนุกรรมาธิการ ยังได้มีข้อเสนอเกี่ยวกับการเลือกตั้งทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยควรเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีมาร่วมออกแบบระบบ และเสนอให้ใช้ THAI ID ในการยืนยันตัวตน และเชื่อมโยงกับระบบเลือกตั้ง เพื่อความสะดวก ปลอดภัย และเป็นไปตาม PDPA โดยยังควรมีทางเลือกสำหรับผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยี
ทั้งนี้ข้อเสนอดังกล่าว ต่อเนื่องมาจากพิจารณาข้อสังเกตเกี่ยวกับการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2566 โดยได้มีการเชิญผู้แทนจากสำนักงานประกันสังคมเข้าร่วมประชุม แล้วจึงมีมติให้นำเสนอหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนขึ้นใหม่