โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธอส. ตั้งเป้าปี 69 ปล่อยสินเชื่อใหม่ 2.42 แสนล้านบาท รุกกลุ่มบ้านต่ำกว่า 3 ล้านบาท

การเงินธนาคาร

อัพเดต 22 มกราคม 2569 เวลา 22.16 น. • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“ดร. มหัทธนะ” กรรมการผู้จัดการธอส. คนที่ 15 เปิด 5 แนวทางทำให้คนไทยมีบ้านอย่างยั่งยืนและมั่นคง ตั้งเป้าปี 69 ปล่อยสินเชื่อใหม่ 2.42 แสนล้านบาท โต 0.5% เน้นกลุ่มบ้านต่ำกว่า 3 ล้านบาท

22 ม.ค. 2569 ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า จากรากฐานที่มั่นคง สู่อนาคตที่ยั่งยืน ความสำเร็จของ ธอส.ในวันนี้ สะท้อนจากตัวเลขผลการดำเนินงานปี 2568 สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 247,241 ล้านบาท 232,058 ราย สูงกว่าเป้าหมาย 4.52% ที่ตั้งไว้ 241,780 ล้านบาท

ในจำนวนนี้กว่า 50% เป็นสินเชื่อปล่อยใหม่สำหรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง วงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท จำนวน 128,573 ราย ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาสที่ 4/2568 เทียบกับ ณ สิ้นปี 2567 ธอส. มีสินเชื่อคงค้างรวมทั้งสิ้น 1,891,091 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.05% สินทรัพย์รวม 2,009,078 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.62% และเงินฝากรวม 1,760,602 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.98%

“ปี 2568 ที่ผ่านมาธอส. ปล่อยสินเชื่อใหม่ได้กว่า 2.47 แสนล้านบาท ในขณะที่ภาพรวมการปล่อยสินเชื่อทั้งระบบติดลบ โดยธอส. มี market share สินเชื่อบ้านเป็นอันดับ 1 ที่ 44%”

ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) 4.98% ของยอดสินเชื่อรวม เป็นผลจากการแก้ไขหนี้ได้อย่างตรงจุด ด้วยการจัดทำมาตรการช่วยเหลือลูกค้าให้มีภาระในการผ่อนชำระเงินงวดลดลงตามนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล และ ธอส. มีการตั้งสำรองสูงถึง 155,163 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.66% หรือคิดเป็นสัดส่วนต่อ NPL ที่ระดับ 164.92% สะท้อนความมั่นคงและความพร้อมในการรองรับการดำเนินงานในอนาคต อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) ณ เดือนพฤศจิกายน 2568 อยู่ที่ 15.70% สูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดไว้ที่ 8.50%

“ในส่วนของกำไรปี 2568 ของธอส. อยู่ที่ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท โดยในปี 2569 จะพยายามรักษากำไรเพื่อนำส่งเป็นรายได้ให้รัฐ”

ทัังนี้ในปี 2569 ธอส. ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่ 242,989 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.5% จากเป้าหมายในปี 2568 โดยในจำนวนนี้เป็นกลุ่มวงเงินไม่เกิน 3 ล้านบาท 125,762 ราย หรือคิดเป็นวงเงินประมาณ 60% ของสินเชื่อใหม่ สำหรับสินเชื่อคงค้างทั้งหมด 1.96 ล้านล้านบาท ขณะที่จะควบคุม NPL ไม่ให้เกิน 5.11%

“เราคาดว่าธอส. จะมียอดสินเชื่อคงค้างแตะ 2 ล้านล้านบาทในระยะเวลาอันใกล้นี้ ขณะที่จะดูแล NLP ให้ไม่ต่างจากปีก่อนหน้านัก โดยจะยังดำเนินการตามพันธกิจในการดูแลให้กลุ่มมีรายได้น้อยสามารถมีบ้านได้โดยเฉพาะกลุ่มบ้านต่ำกว่า 3 ล้านบาท”

ในส่วนของเงินฝากธอส. ยังสามารถดำเนินการระดมเรื่องเงินฝากได้เนื่องจากประชาชนยังมองว่าธอส. ยังเป็นธนาคารที่มีความมั่นคง

ด้านแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านในปี 2569 ของธนาคารยังไม่สามารถระบุได้ เนื่องจากต้องรอดูอัตราดอกเบี้ยนโยบายจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ก่อน ทั้งนี้ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำที่สุดของธอส. อยู่ที่ 1.54% ต่อปี

ดร.มหัทธนะ เปิดเผยว่า สำหรับปี 2569 ภายใต้บริบทเศรษฐกิจ ทั้งทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาลง สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัย ปัญหาหนี้ครัวเรือนภายในประเทศที่อยู่ในระดับสูง แต่ ธอส. ยังคงยืนหยัดทำหน้าที่เป็นกลไกหลักของภาครัฐในการประคับประคองและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์โดยสนับสนุนสินเชื่อที่อยู่อาศัย และเพื่อให้ ธอส.สามารถดำเนินตามพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” ได้อย่างสมบูรณ์ ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน

“ในปี้นี้ยังมีความท้าทายจากการเข้ามาของ virtual bank หรือ ผู้ประกอบการ non-bank ที่เข้ามาทำเรื่องรีไฟแนนซ์บ้าน นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงจาก cyber risk ที่เราต้องเตรียมพร้อมรับมือ”

โดยธอส. พร้อมต่อยอดบทบาทองค์กรสู่ “Beyond Housing Bank” ที่ไม่ได้มุ่งเพียงการปล่อยสินเชื่อเพื่อบ้าน แต่ ธอส. คือเพื่อนคู่คิดที่อยู่เคียงข้างกันตั้งแต่วันแรกของการมีบ้าน ดูแลลูกค้าและเติบโตไปด้วยกัน จึงเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ Intelligent Sustainable Housing Companion เพื่อทำให้คนไทยมีบ้านง่ายขึ้น ด้วยดิจิทัล ดาต้า ภายใต้กรอบความเสี่ยงและสนับสนุนเสถียรภาพภาคอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการยกระดับการทำงานทุกมิติผ่าน 5 เสาหลัก (5 Strategic Pillars) ประกอบด้วย

เสาหลักที่ 1 Immediate-to-Home ทำทันที ให้มีบ้าน ลดระยะเวลาและความซับซ้อนในกระบวนการขอสินเชื่อที่อยู่อาศัย ตั้งแต่การเตรียมเอกสาร – ยื่นกู้ – ประเมินราคาหลักทรัพย์ - อนุมัติ – จดจำนอง ได้เร็วขึ้น โดยพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อให้บริการลูกค้าแบบ End – to – End ภายใต้แนวคิด Faster Easier Limitless เร็วกว่า ง่ายกว่า แบบไร้ขีดจำกัด

เสาหลักที่ 2 Smart Growth ผ่าน Asset Quality Management บริหารสินทรัพย์เพื่อให้ ธอส. เติบโตอย่างมีคุณภาพ ช่วยทำให้คนไทยมีบ้านได้มากขึ้น ด้วยการใช้ Digital, Data Driven & Innovation การใช้ข้อมูลวิเคราะห์เพื่อช่วยเหลือลูกค้าปรับโครงสร้างหนี้ได้ตรงจุด ป้องกัน NPL การใช้ระบบ NPA Visualization บริหารจัดการทรัพย์ NPA ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เสาหลักที่ 3 Customer Obsession “เข้าใจให้ลึกซึ้ง เข้าถึงด้วยเทคโนโลยี รู้จักลูกค้าผ่านข้อมูล” ทำให้ธนาคารสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการได้ตรงตามความต้องการของลูกค้าแบบ Hyper – Personalization โดยใช้ Big Data และAI วิเคราะห์ตัวตนลูกค้าเพื่อส่งมอบบริการที่ “รู้ใจ ถูกที่ ถูกเวลา”สร้างประสบการณ์ที่ดีกว่าให้กับลูกค้า

เสาหลักที่ 4 Digital Transformation เริ่มจากโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่ง ปฏิรูปกระบวนการทำงานให้ทันสมัย (Modernize) ลดขั้นตอนการทำงาน (Lean Process) นำเทคโนโลยีอัตโนมัติ (Automation) และ AI เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภายใน ทั้งการตรวจสอบเอกสารประกอบการยื่นขอสินเชื่อ การประเมินความเสี่ยง การดักจับธุรกรรมที่ผิดปกติและระงับบัญชีได้ทันท่วงที และปลอดภัย (Secure) เพื่อลดต้นทุนการดำเนินงานและสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน

เสาหลักที่ 5 People First ภายใต้แนวคิด Empower People คนเก่ง งานแกร่ง องค์กรยั่งยืน เพิ่มความสุขและศักยภาพพนักงานเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีกว่าให้ลูกค้า มุ่งพัฒนาองค์กรจากภายใน เพื่อเตรียมคนให้พร้อมสำหรับโลกยุคใหม่ ด้วยการฝึกอบรมทักษะดิจิทัล พร้อมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่อบอุ่นและเปิดกว้างให้คนรุ่นใหม่ได้เป็นผู้นำในโครงการต่าง ๆ มากขึ้น

“ทั้ง 5 เสาหลักนี้ คือ G H BANK NEXT : Intelligent Sustainable Housing Companion ที่จะขับเคลื่อนให้ ธอส. สามารถอัดฉีดเม็ดเงินจากการปล่อยสินเชื่อใหม่ลงสู่ระบบเศรษฐกิจได้ตามเป้าหมาย 242,989 ล้านบาท เพื่อตอกย้ำบทบาทการเป็นธนาคารที่ดีที่สุดสำหรับการมีบ้านอย่างยั่งยืนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม”

ดร.มหัทธนะ เปิดเผยว่า สำหรับภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569 ยังมีความเปราะบางและท้าทาย อย่างไรก็ตามพบว่าคนก็ยังต้องการมีบ้าน ดังนั้นยังมีโอกาสอยู่ซึ่งเป็นหน้าที่ของธอส. ที่ต้องทำให้คนไทยมีบ้านให้ได้ อย่างไรก็ตามต้องติดตามปัจจัยเรื่องหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ วงการธนาคาร ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...