โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘สหัสวัต’ ฉะ ‘ประกันสังคม’ แจงปมโรงอาหารจากเงินผู้ประกันตน ผิดข้อเท็จจริง-ข้อกฎหมาย

เดลินิวส์

อัพเดต 23 มกราคม 2569 เวลา 2.44 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
'สหัสวัต' ฉะ 'ประกันสังคม' แจงปมโรงอาหารจากเงินผู้ประกันตนผิดจากข้อเท็จจริง-ข้อกฎหมาย ยันใช้เงินผิดประเภท อ้าง สตง.ตรวจสอบแล้วฟังไม่ขึ้น ถ้ากระทรวงแรงงานอยากสร้างโรงอาหารต้องของบประมาณแผ่นดิน ไม่ใช่ใช้เงินกองทุนประกันสังคม อัดทำเหมือน สปส.เป็นกระเป๋าเงิน ชี้ ผอ.สำนักตรวจสอบไม่ได้มีหน้าที่แก้ต่างทำประชาชนไขว้เขว ท้าประกันสังคมมาร่วมออกรายการชี้แจง

เมื่อวันที่ 22 ม.ค. นายสหัสวัต คุ้มคง ผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 7 พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า จากกรณีที่มีทางพรรคประชาชนและกลุ่มประกันสังคมก้าวหน้าออกมาเปิดเผยเรื่องการสร้างโรงอาหารของกระทรวงแรงงานนั้น ล่าสุดมีการออกมาตอบโต้จากสำนักงานประกันสังคมโดยคุณหัฏฐริภิม ณมงคลบุญวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบกล่าวมานั้น ผิดไปจากข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอย่างน้อยสองประการ 1. พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2553 มาตรา 24 วรรคสอง บัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่า “คณะกรรมการอาจจัดสรรเงินกองทุนไม่เกินร้อยละสิบของเงินสมทบของแต่ละปีเพื่อจ่ายตามมาตรา 18 และเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารงานของสำนักงาน”

ดังนั้น เมื่อกฎหมายบัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่า เงินจากกองทุนต้องใช้สำหรับการบริหารงานของสำนักงานประกันสังคมเท่านั้น แต่สถานที่ตั้งของโรงอาหารอยู่ในอาคารของสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน จึงเป็นการใช้เงินผิดไปตามที่กฎหมายบัญญัติไว้อย่างชัดเจน เพราะโรงอาหารนี้ ไม่ได้ตั้งอยู่ในอาคาร สถานที่ หรือทรัพย์สินของสำนักงานประกันสังคม และการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรา 37 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ซึ่งประกาศให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน 2561 ที่บัญญัติว่า

“หน่วยงานของรัฐจะก่อหนี้ผูกพันหรือจ่ายเงินได้ก็แต่โดยอาศัยอํานาจที่มีอยู่ ตามกฎหมาย (วรรคสอง) การก่อหนี้ผูกพันและการใช้จ่ายเงินของหน่วยงานของรัฐในการปฏิบัติหน้าที่หรือการดําเนินงาน ต้องเป็นไปอย่างโปร่งใส คุ้มค่าและประหยัด โดยพิจารณาเป้าหมาย ประโยชน์ที่ได้รับ ผลสัมฤทธิ์ และ ประสิทธิภาพของหน่วยงานของรัฐ และต้องเป็นไปตามรายการและวงเงินงบประมาณรายจ่ายของหน่วยงานของรัฐนั้นด้วย”

การยกอ้างว่าได้ผ่านการตรวจสอบแล้วจาก สตง. นั้น ฟังไม่ขึ้นเพราะทุกส่วนราชการก็ต้องทำตามกฎหมายดังกล่าวทั้งสิ้น ไม่นับว่า สตง. เองก็ถูกสังคมตั้งคำถามมากอยู่แล้วจากเหตุตึกถล่ม ลำพังปัญหาตัวเองยังเอาไม่รอด การที่ สตง. ยอมปล่อยให้การสร้างโรงอาหารในอาคารของสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงานผ่านการตรวจสอบไปได้ โดยการยกเอาเรื่องเป็นสวัสดิการสำหรับประชาชนได้เข้ามารับประทานอาหารก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น เพราะไม่มีกฎหมายระดับพระราชบัญญัติฉบับอื่นใด อนุญาตให้กระทรวงแรงงานกระทำการดังกล่าว หากสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงานต้องการสร้างโรงอาหาร ก็ต้องขอและใช้เงินให้ถูกต้องตามประเภท คือ ต้องขอเงินงบประมาณแผ่นดิน ไม่ใช่ไปใช้เงินจากกองทุนประกันสังคม

นายสหัสวัต ระบุว่า นี่คือการทำให้ สปส.เป็นเหมือนกระเป๋าเงินของกระทรวงแรงงาน พอกระทรวงแรงงานอยากใช้จ่ายอะไร แล้วไม่มีงบประมาณ ของบประมาณแผ่นดินไม่ได้ ก็จะมาใช้เงินของ สปส. เพราะเบิกจ่ายง่าย ไม่ถูกตรวจสอบเข้มข้น จึงทำกันมาอย่างยาวนานจนเคยชิน นี่ยังไม่นับว่าที่ผ่านมา มีการเอาพนักงานประกันสังคม ที่ใช้งบประมาณการจ้างจากเงินกองทุนประกันสังคม ไปทำงานที่อื่นภายนอกสำนักงานประกันสังคม (เช่น กระทรวงพาณิชย์ หรือสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน) อีกตั้งเท่าไร

“ผมยืนยันว่าการใช้เงินแผ่นดิน ไม่ว่าจะเป็นเงินงบประมาณหรือเงินนอกงบประมาณ อย่างผิดวัตถุประสงค์ที่กฎหมายบัญญัติไว้นี้เป็นเรื่องร้ายแรงมากในระดับที่ส่งผลให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติโครงการ ทั้งคนที่ยังไม่เกษียณและข้าราชการผู้บริหารในอดีตที่เกษียณไปแล้วต้องมาเข้าคุกตอนแก่ด้วยก็ได้” นายสหัสวัต กล่าว

นายสหัสวัต ระบุต่อว่า ประการที่ 2 ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน พ.ศ. 2559 ข้อ 17 ได้บัญญัติให้สำนักตรวจสอบมีอำนาจหน้าที่ (1) ดําเนินการเกี่ยวกับการตรวจสอบการปฏิบัติของนายจ้างให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วย การประกันสังคม กฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง และ (2) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

จากบทบัญญัตินี้จะเห็นได้ว่าผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบ ทำงานเกินหน้าที่ของตนเอง เพราะสำนักตรวจสอบไม่มีหน้าที่แก้ต่างแทนสำนักงานประกันสังคมเรื่องการใช้เงินของสำนักงานถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

แต่ก็เป็นไปได้ตามข้อ (2) ว่าอาจได้รับมอบหมายมา คำถามที่ต้องตั้งต่อไปคือผู้บริหารที่มอบหมายผอ.กองมานั้น ตั้งใจลักไก่แหกตาประชาชนหรือไม่ ว่าให้ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบออกมาพูด เพื่อให้ประชาชนเข้าใจไขว้เขวไปว่า ให้ผู้มีหน้าที่เกี่ยวกับการตรวจสอบมาแก้ต่างชี้แจงแล้วจะรอดไปได้ ทั้งที่จริงๆ แล้วสำนักตรวจสอบมีหน้าที่ตรวจสอบนายจ้าง ไม่ใช่ตรวจสอบการใช้เงินของสำนักงานประกันสังคม

เพราะผู้ที่มีหน้าที่ตรวจสอบการบริหารเงินและบัญชีของสำนักงานคือกลุ่มตรวจสอบภายใน ไม่ใช่สำนักตรวจสอบ ดังนั้นการจะออกมาชี้แจงอะไรกับสังคม ควรใช้วิธีการที่ตรงไปตรงมาไม่โยกหลบไปมาให้คนไขว้เขว หรือมิเช่นนั้นผมก็ขอเชิญชวนให้ทางสำนักงานประกันสังคมมาออกรายการใด เวทีใดร่วมกับผมหรือรักชนก หรือทีมประกันสังคมก้าวหน้าก็ได้ครับ ชี้แจงกันให้จบในทีเดียว เพื่อที่จะไม่ต้องคอยปิงปองข่าวไปมาแบบนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...