แอสเซทไวส์ โชว์ผลงานยอดโอนทุบสถิติ
นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แอสเซทไวส์ สามารถสร้างผลการดำเนินงานปี 2568 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมียอดขายทั้งปี 23,407 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 21% ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 9,466 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,078 ล้านบาท โดยเฉพาะไตรมาส 4/68 บริษัททำรายได้และกำไรสุทธิเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และปีก่อนหน้า จากการเร่งผลักดันยอดโอนกรรมสิทธิ์โครงการเดอะ ไทเทิล เลเจนดารี บางเทา รวมถึงโครงการเคฟ วันเดอร์แลนด์ และโมดิซ อาวองการ์ด ซึ่งสร้างเสร็จเร็วกว่าแผนที่กำหนดไว้ต้นปี 2569 ทำให้ สามารถทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา
จากผลการดำเนินงานที่ยังรักษาระดับการเติบโตได้อย่างมั่นคง ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเห็นชอบให้เสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นสามัญ จ่ายปันผลสำหรับกำไรสะสมและผลการดำเนินงานของบริษัทงวด 12 เดือนของปี 2568 ในอัตรา 0.50 บาทต่อหุ้น โดยต้องผ่านการอนุมัติจากการประชุมฯในวันที่ 23 เม.ย. 2569 และจะขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 30 เม.ย. 2569
“การท่องเที่ยวเป็นแรงขับเคลื่อนหลักในไตรมาส 4/2568 ที่ทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในหัวเมืองท่องเที่ยวยังรักษาการเติบโตได้ดี ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย ซึ่ง แอสเซทไวส์ มีการปรับกลยุทธ์ เน้นการบริหารจัดการสต๊อกโครงการพร้อมอยู่ ควบคู่กับเดินหน้าเปิดโครงการใหม่อย่างรอบคอบ โดยโฟกัสตลาดภูเก็ตซึ่งเป็น Strategic Location ที่มีฐานลูกค้ากำลังซื้อสูงและดีมานด์แข็งแกร่งในทุกสภาพตลาด พอร์ตภูเก็ตจึงเป็น Growth Engine ที่ช่วยให้ สามารถสร้างการเติบโตในปี 2568 ได้อย่างมั่นคง” นายกรมเชษฐ์ กล่าว
เศรษฐกิจไทยในปี 2569 เผชิญแรงกดดันจากสงครามการค้า นโยบายกำแพงภาษีของสหรัฐฯ และภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นและการพิจารณาสินเชื่อของสถาบันการเงิน ทำให้ตลาดอสังหาฯ ปีนี้มีความเฉพาะตัวสูง กลุ่มเรียลดีมานด์ยังมีศักยภาพแข็งแกร่ง แต่ผู้ประกอบการจะต้องศึกษาและพัฒนาโปรดักท์ให้ตอบโจทย์ได้อย่างแม่นยำ อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบวกที่ต้องติดตาม ทั้งแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนของรัฐบาลใหม่ รวมถึงการพิจารณาขยายระยะเวลาลดค่าโอน-จดจำนอง และผ่อนปรนมาตรการ LTV ที่จะสิ้นสุดใน มิ.ย. นี้ ซึ่งบริษัทได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และวางกลยุทธ์ให้สอดรับกับตลาดอย่างรอบคอบ เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืน
ทั้งนี้ แอสเซทไวส์ มียอดรอรับรู้รายได้ (Backlog) ณ สิ้นปี 2568 มูลค่าทั้งสิ้น 33,944 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยโอนกรรมสิทธิ์เป็นรายได้เข้าสู่บริษัทตั้งแต่ปีนี้ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2571 และบริษัทยังมีแผนทยอยโอนโครงการที่อยู่อาศัยที่จะสร้างเสร็จใหม่ในปี 2569 เพิ่มอีก 11 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 26,760 ล้านบาท ซึ่งเป็นมูลค่ารวมสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท โดยแบ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียมในทำเลกรุงเทพฯ-ปริมณฑล จำนวน 7 โครงการ มูลค่ารวม 15,060 ล้านบาท และโครงการ Leisure Residence แบรนด์ “THE TITLE” ใน จ.ภูเก็ต ภายใต้การพัฒนาของบริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ “TITLE” บริษัทย่อยในเครือ อีก 4 โครงการ มูลค่ารวม 11,700 ล้านบาท ช่วงครึ่งแรกปี 2569 บริษัทจะทยอยโอนรับรู้รายได้ทั้งหมด 6 โครงการ มูลค่ารวม 16,360 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน ยังมุ่งดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด “EMPOWERING THE FUTURE” เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยวางแผนเปิดโครงการใหม่บนทำเลศักยภาพ ทั้งในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล และภูเก็ต จำนวน 11 โครงการ มูลค่ารวม 17,555 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าหมายยอดขาย 18,500 ล้านบาท และเป้าหมายรายได้รวม 12,500 ล้านบาท เติบโตกว่าปีก่อนหน้า 32%