โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มติ 6-3 ศาลฎีกา ฟัน! ทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขต กรณีเก็บภาษี

TOJO NEWS

อัพเดต 21 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 23.21 น. • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Admin_Tojo

ศาลฎีกาสหรัฐฯ อ่านคำวินิจฉัย มาตรการภาษีทรัมป์ ใช้อำนาจเกินขอบเขต

ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า สื่อต่างประเทศรายงานว่าศาลฎีกาตัดสินว่านโยบายภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีทรัมป์ภายใต้กฎหมาย IEEPA นั้นขัดต่อกฎหมาย ซึ่งถือเป็นความเสียหายครั้งใหญ่ต่อนโยบายเศรษฐกิจหลักของประธานาธิบดี

หัวหน้าผู้พิพากษาจอห์น โรเบิร์ตส์ เป็นผู้เขียนคำตัดสินด้วยคะแนนเสียง 6 ต่อ 3 ส่วนผู้พิพากษาแคลเรนซ์ โทมัส, ซามูเอล อลิโต และเบรตต์ คาวานาห์ ไม่เห็นด้วย

ประเด็นสำคัญในคดีนี้คือการดำเนินการตามคำมั่นสัญญาของทรัมป์ในระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งที่จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากต่างประเทศในอัตราสูง หลังจากเข้ารับตำแหน่ง ทรัมป์ได้ออกคำสั่งบริหารที่กำหนดให้เรียกเก็บภาษีอย่างน้อย 10% สำหรับสินค้าจากประเทศส่วนใหญ่ที่ทำการค้ากับสหรัฐอเมริกา สินค้าจากประเทศอย่างจีนถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราที่สูงกว่ามากถึง 145% แม้ว่าต่อมาจะลดลงแล้วก็ตาม สินค้านำเข้าจากพันธมิตรอย่างแคนาดาและเม็กซิโกถูกเก็บภาษีในอัตรา 25% ต่อมาอัตราภาษีของแคนาดาเพิ่มขึ้นเป็น 35% แต่การขึ้นลงของอัตราภาษีทั่วโลกทำให้ธุรกิจอเมริกันหวาดกลัว นำไปสู่การฟ้องร้องต่อศาล โดยอ้างว่าประธานาธิบดีใช้อำนาจเกินขอบเขตในการเรียกเก็บภาษีดังกล่าว

ในคดีก่อนหน้านี้ประมาณสองโหล ศาลฎีกาได้ตอบรับข้ออ้างอำนาจประธานาธิบดีของทรัมป์เป็นส่วนใหญ่ แต่ชัยชนะเหล่านั้นเกิดขึ้นในวาระฉุกเฉินของศาลฎีกา ทำให้แนวนโยบายของทรัมป์มีผลบังคับใช้ชั่วคราวในขณะที่การดำเนินคดีอยู่ในศาลชั้นล่าง ในทางตรงกันข้าม คดีภาษีนำเข้าเป็นเรื่องจริงจัง โดยศาลได้สั่งให้มีการยื่นเอกสารชี้แจงอย่างครบถ้วนและเร่งรัดการพิจารณาคดี และเปิดโอกาสให้ผู้พิพากษาได้ปฏิเสธประธานาธิบดีเป็นครั้งแรก

#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...