ฝีมือคนไทย! NARIT เปิดตัวฐานกล้องโทรทรรศน์ “Fork Mount” นวัตกรรมอัจฉริยะ ติดตามวัตถุท้องฟ้าแม่นยำระดับวินาที
วิศวกรไทยโชว์ศักยภาพระดับสากล พัฒนาฐานกล้องโทรทรรศน์ประสิทธิภาพสูงแบบ Fork Mount เพื่อยกระดับการสังเกตการณ์เอกภพให้แม่นยำกว่าที่เคย โดยนวัตกรรมชิ้นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับกล้องโทรทรรศน์ขนาดใหญ่และอุปกรณ์ตรวจวัดทางดาราศาสตร์ที่หลากหลาย เตรียมติดตั้ง ณ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติฯ พิษณุโลก เพื่อใช้ในงานวิจัยและบริการประชาชนภายในปี พ.ศ. 2569 นี้
ทีมนักวิศวกรรมเมคาทรอนิกส์จากสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NARIT ประสบความสำเร็จในการออกแบบและสร้าง "ฐานกล้องโทรทรรศน์แบบ Fork Mount" ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญที่เปรียบเสมือนแขนกลอัจฉริยะสำหรับบังคับทิศทางกล้องโทรทรรศน์ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.8 เมตร ฐานกล้องชนิดนี้มีจุดเด่นอยู่ที่โครงสร้างรูปทรงง่าม (Fork) ที่ช่วยให้ตัวกล้องสามารถหมุนได้อย่างอิสระรอบทิศทาง ทำให้การติดตามวัตถุท้องฟ้าที่เคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลาบนทรงกลมฟ้าเป็นไปอย่างลื่นไหลและมีเสถียรภาพสูงสุด
หัวใจสำคัญของฐานกล้องรุ่นนี้คือการเลือกใช้ระบบ "มอเตอร์ขับเคลื่อนตรง" (Direct Drive Motor) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงที่ช่วยตัดปัญหาการขบกันของเฟืองหรืออาการระยะฟรี (Backlash) ออกไปอย่างสิ้นเชิง ส่งผลให้กล้องสามารถเคลื่อนที่ได้รวดเร็วถึง 50 องศาต่อวินาที แต่ในขณะเดียวกันก็มีความละเอียดอ่อนในการติดตามวัตถุสูงมาก โดยมีค่าความคลาดเคลื่อนเพียง 1 ฟิลิปดา (Arcsecond) ภายในระยะเวลา 10 นาที ซึ่งเทียบเท่ากับการเล็งวัตถุขนาดเล็กจิ๋วบนท้องฟ้าได้อย่างนิ่งสนิทและแม่นยำตลอดการเก็บข้อมูล
นอกจากความแข็งแกร่งทางกลไกแล้ว ระบบควบคุมภายในยังถูกออกแบบให้มีความเป็นอัจฉริยะด้วยการติดตั้งอุปกรณ์ระบุตำแหน่งแบบ Absolute Encoder ที่ช่วยให้เครื่องทราบตำแหน่งที่แน่นอนของกล้องได้ทันทีโดยไม่ต้องทำการตั้งค่าใหม่ทุกครั้งที่เปิดใช้งาน อีกทั้งยังรองรับการทำงานในรูปแบบ "กล้องโทรทรรศน์โรบอติก" (Robotic Telescope) ที่สามารถควบคุมสั่งการผ่านโปรแกรมประยุกต์ (API) และมีหน้าจอใช้งาน (GUI) ที่ทันสมัย รองรับการทำงานข้ามระบบปฏิบัติการ ช่วยให้เหล่านักดาราศาสตร์สามารถสั่งการสังเกตการณ์จากระยะไกลได้อย่างสะดวกสบาย
เมื่อการทดสอบระบบเสร็จสมบูรณ์ ฐานกล้องที่พัฒนาโดยฝีมือคนไทยชิ้นนี้จะถูกนำไปประกอบเข้ากับตัวกล้องโทรทรรศน์ขนาด 0.8 เมตร ซึ่งเป็นผลงานจากศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีทัศนศาสตร์และโฟโตนิกส์ของ NARIT เช่นกัน โดยมีกำหนดการนำไปติดตั้งใช้งานจริง ณ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา พิษณุโลก เพื่อทำหน้าที่เป็นเครื่องมือหลักในการให้บริการถ่ายทอดความรู้ดาราศาสตร์แก่ประชาชน รวมถึงเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการเก็บข้อมูลวิจัยทางวิทยาศาสตร์เพื่อไขความลับของจักรวาลในอนาคตต่อไป
- ข้อมูลอ้างอิง: สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)