โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ส.อ.ท. ดัน บีโอไอฟาสต์พาส ปลดล็อกลงทุน 4.8 แสนล้าน หนุน Made in Thailand

MATICHON ONLINE

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ส.อ.ท. ดันบีโอไอฟาสต์พาส ปลดล็อกลงทุน 4.8 แสนล้าน หนุน Made in Thailand

นายอภิชิต ประสพรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงมาตรการบีโอไอฟาสต์พาสในช่วงสุญญากาศ ว่าเป็นกรอบแนวคิดและยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยที่เริ่มต้นมาจาก 5 เสาหลักและ 1 ฐานราก ได้แก่ 1. การกระตุ้นเศรษฐกิจ 2. การท่องเที่ยว 3. การเสริมสภาพคล่องเอสเอ็มอี 4. การลงทุนในภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจ และ5. การปฏิรูปภาษี โดยมี 1 ฐานรากสำคัญ คือ การมีวินัยการคลังที่ดี เพื่อสร้างรากฐานเศรษฐกิจไทยยั่งยืนและมั่นคง ทั้งนี้ ในส่วนของมาตรการฟาสต์พาส คาดว่าจะช่วยผลักดันการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

นายอภิชิต กล่าวว่า ปัจจุบันมีนักลงทุนติดต่อขอลงทุนผ่านทางบีโอไอค้างสะสมอยู่ที่ประมาณ 4.8 แสนล้านบาท หากสามารถปลดล็อกขั้นตอนและพิจารณาให้เร็วขึ้นได้ จะทำให้เม็ดเงินที่ภาคเอกชนมีความตั้งใจลงทุนสามารถไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้ทันที ซึ่งจะทำให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยเป็นไปได้เร็วมากขึ้น นอกจากนี้ ยังช่วยให้เกิดการสร้างงาน การกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการลงทุนด้านการก่อสร้างและอุตสาหกรรมต่าง ๆ กลับเข้ามาสู่สภาวะที่เรียกว่า ‘กระแสเงินสดไหลเข้าสู่ประเทศ’

นายอภิชิต กล่าวว่า แม้มาตรการบีโอไอฟาสต์พาส จะช่วยเร่งการอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็ต้องมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลและจัดการ เนื่องจากการเข้ามาลงทุนจะผ่านหลายหน่วยงานเพื่อขออนุญาต หากรัฐบาลสามารถตั้งระบบที่รวดเร็ว มีอนุกรรมการเร่งรัดการลงทุน และทำให้การทำงานของทุกหน่วยเป็นเนื้อเดียวกัน จะช่วยลดความล่าช้าเพิ่มโอกาสให้เกิดการลงทุน และทำให้เศรษฐกิจไทยสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างรวดเร็ว

นายอภิชิต กล่าวว่า นอกจากนี้อย่างโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ ที่ติดข้อจำกัดเรื่องไฟฟ้าแรงสูงซึ่งจะต้องทำเรื่องการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) หากถูกดึงเข้าสู่ระบบฟาสต์พาส จะสามารถประชุมหารือแบบเคสบายเคส เพื่อกำหนดเงื่อนไขและกรอบเวลาในการดำเนินการ ซึ่งจะช่วยให้นักลงทุนที่มีความพร้อมสามารถเข้ามาลงทุนได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม ไทยติดปัญหาเรื่องขั้นตอนการทำงานที่ล่าช้า และกฎระเบียบที่เกินความจำเป็น ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อความสามารถในการแข่งขันของไทยที่รัฐบาลควรแก้ไข

นายอภิชิต กล่าวว่า ระหว่างรอการจัดตั้งรัฐบาลนอกจากมาตรการบีโอไอฟาสต์พาสแล้ว ควรเตรียมเสนออีก 2 มาตรการ คือ การยกระดับทักษะบุคคลากรขั้นสูง โดยตั้งเป้าพัฒนาบุคลากรอย่างน้อย 1 แสนคน เพื่อมารองรับอุตสาหกรรมใหม่ และมาตรการเชื่อมโยงซัพพลายเชน โดยสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานนักลงทุนรายใหญ่ เพื่อส่งเสริมการใช้สินค้าและวัตถุดิบที่ผลิตในประเทศไทย หรือที่เรียกว่า “Made in Thailand” เพื่อเพิ่มเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ และกระจายประโยชน์สู่ผู้ประกอบการภายในประเทศ

นายอภิชิต กล่าวว่า รัฐบาลควรเสริมความเชื่อมั่นผ่านการจัดวางทีมเศรษฐกิจที่ถูกฝาถูกตัว ดึงมืออาชีพที่มีความรู้ความสามารถและเป็นที่ยอมรับเข้ากำกับกระทรวงหลักด้านเศรษฐกิจไม่ใช่เพียงบางกระทรวง ทั้งนี้ ภาครัฐควรเร่งดำเนินมาตรการที่ทำได้ทันที อาทิ การเตรียมและพัฒนาทักษะบุคลากรขั้นสูงเพื่อรองรับอุตสาหกรรมอนาคต การเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณและติดตามการลงทุนภาครัฐให้เป็นไปตามแผน เพื่อกระตุ้นการจ้างงานควบคู่ไปกับการสนับสนุนสินค้า “Made in Thailand” อย่างจริงจัง เพื่อลดการไหลออกของเม็ดเงินไปต่างประเทศและสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจภายในประเทศ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส.อ.ท. ดัน บีโอไอฟาสต์พาส ปลดล็อกลงทุน 4.8 แสนล้าน หนุน Made in Thailand

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...