โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘สุรเดช’ ตั้งข้อสังเกตบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง เสี่ยงผิดกฎหมาย

ไทยโพสต์

อัพเดต 20 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 20.42 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

'สุรเดช' ห่วงกรณีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง เสี่ยงผิดกฎหมายฐานละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ทำเลือกตั้งโมฆะ เชื่อสุดท้ายจบที่ศาลรธน. ชี้หากวินิจฉัยว่าผิด ต้องเลือกตั้งใหม่ ส่วนกกต.ต้องรับโทษตามมาตรา 157 ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่

20 กุมภาพันธ์ 2569 - นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ นักการเมืองอิสระ อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐอดีตสส.และอดีตสว.ที่มาจากการเลือกตั้งให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ที่ยังคงเป็นประเด็นและมีการร้องเรียนกันในขณะนี้ว่า

เท่าที่ได้ติดตามข่าว ส่วนตัวเห็นว่า

เรื่องนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญ คงจะต้องให้ความชัดเจนว่าจะลับหรือไม่ลับและจะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ แต่ส่วนตัวเห็นว่า การมีบาร์โค้ด เป็นการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายและมีโทษ จำคุกและปรับนับล้านบาท โดยการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล( Personal Data Beach) ตามพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลพ.ศ.2562 (PDPA) คือ การเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลโดยไม่ได้รับความยินยอม หรือทำให้ข้อมูลรั่วไหล ซึ่งผู้ละเมิดต้องรับผิดชอบทางแพ่ง( ค่าสินไหมทดแทน), ทางอาญา ( จำคุกสูงสุด 1 ปี/ปรับ 1 ล้านบาท) และทางปกครอง (ปรับสูงสุด 5 ล้านบาท)

'เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ และนายวิษณุ เครืองาม ซึ่งเป็นปรมาจารย์ทางด้านกฎหมายก็เห็นว่าเรื่องนี้ เสี่ยงที่จะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะเพราะการมีบาร์โค้ด ไม่ได้ เป็นความลับ ผมจึงเป็นห่วงว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) จะทำผิดกฎหมายเสียเอง แม้ว่าจะกระทำโดยรู้เท่าถึงการณ์ หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ตาม แต่ได้ทำผิดกฎหมาย ด้วยการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลไปแล้ว เพราะบาร์โค้ดทำให้สามารถเชื่อมไปถึงบุคคลว่าเป็นใคร รู้เลขบัตรประชาชน รู้ทั้งชื่อ ที่อยู่ รวมถึงรู้ว่าลงคะแนนให้ใคร ดังนั้นจึงเข้าข่ายส่อให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะได้ ถ้าการเลือกตั้งผิดกฎหมาย กกต.ก็ทำผิดกฎหมาย ดังนั้นการเลือกตั้งที่ผ่านมาก็ต้องเป็นโมฆะ ซึ่งผมเห็นว่าเรื่องนี้ถึงอย่างไรก็ต้องถึงศาลรัฐธรรมนูญ"

นายสุรเดช กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีคนร้องในประเด็นนี้ไปที่ผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว โดยผู้ตรวจการแผ่นดินได้ขอให้กกต.ชี้แจงรายละเอียดส่งกลับมาภายใน 7 วันก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะส่งเรื่องดังกล่าวให้ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามในแง่ของการตรวจสอบขององค์กรอย่างผู้ตรวจการแผ่นดินหากได้รับการชี้แจงจาก กกต.แล้วส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อก็อาจไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้ารับเรื่องจาก กกต. แล้วแต่ไม่ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่ออาจจะกลายเป็นเรื่องลำบากสำหรับผู้ตรวจการแผ่นดินเอง เพราะอาจจะมีคนร้องว่าผู้ตรวจการแผ่นดินละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ผิดตามมาตรา 157 ด้วย

นายสุรเดช กล่าวว่า สำหรับกกต. ถือเป็นองค์กรที่เกี่ยวข้องโดยตรงในการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ มีนักกฎหมายมากมาย รวมถึงนายแสวงบุญมี เลขาธิการกกต.เอง ก็เป็นนักกฎหมายด้วย แล้วปล่อยให้เรื่องของบาร์โค้ดเกิดขึ้นได้อย่างไร ดังนั้นเรื่องนี้ทางกกต.ต้องออกมารับผิดชอบและแก้ไข โดยอาจจะให้มีการนับคะแนนใหม่หรือแรงสุดคือให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ แล้วเลือกตั้งใหม่แต่ส่วนตัวเห็นว่ากกต.ทำผิดกฎหมาย และความผิดนั้นสำเร็จแล้ว เพราะไปละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล

ผู้สื่อข่าวถามว่าท้ายที่สุดแล้วทางออกเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร นายสุรเดช กล่าวว่า ทางออกก็คือต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน เพราะถึงอย่างไรเรื่องนี้ก็ต้องถึงศาลรัฐธรรมนูญที่จะตัดสินว่าสุดท้ายแล้วกกต. ทำผิดกฎหมายหรือไม่

เมื่อถามว่า ถ้าท้ายที่สุดแล้วศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า เรื่องนี้มีความผิดจริง แล้วให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ จะทำให้บ้านเมืองเกิดความวุ่นวายหรือไม่ นายสุรเดช กล่าวว่า ปัญหาอยู่ที่ว่ากกต.ทำผิดกฎหมายหรือไม่ ถ้าผิดกกต.ก็ต้องถูกลงโทษ ถูกปลดและเลือกตั้งกกต.กันใหม่ ส่วนข้อกังวลที่หากเลือกตั้งใหม่แล้วอาจจะทำให้เกิดความวุ่นวายนั้น ตนคิดว่าขณะนี้ เรายังคงมีรัฐบาลอยู่ ถึงแม้ว่าจะเป็นรัฐบาลรักษาการก็ตาม ดังนั้นจึงเชื่อว่าไม่มีผลกระทบใดๆ ตอนนี้สำคัญที่สุดคือ ประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมา ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม มีความไม่โปร่งใส มีการร้องเรียนเรื่องบัตรเขย่ง หรือให้นับคะแนนใหม่หลายจุด ปัญหาใหญ่คือเรื่องของบาร์โค้ดจะทำอย่างไร ถ้าเลือกตั้งใหม่จะใช้บัตรแบบเดิมหรือไม่ ดังนั้นเรื่องนี้สุดท้ายต้องจบที่ศาลรัฐธรรมนูญหากวินิจฉัยว่าผิด ก็ต้องมีการเลือกตั้งใหม่ และต้องลบข้อมูลในบาร์โค้ดทั้งหมด แล้วเริ่มต้นใหม่ ส่วนกรรมการกกต.ทั้ง 7 ท่านก็ต้องรับโทษกันไป เราต้องทำให้เป็นบรรทัดฐานที่ถูกต้องของบ้านเมือง.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...